<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงพื้นบ้าน หอบอาหารทะเลให้ &#039;รพ.จะนะ&#039; เป็นกำลังใจสู้ภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา โพสต์รูปภาพชาวประมงพื้นบ้านนำอาหารทะเลมามอบให้แก่บุคลากรการแพทย์ทั้งหมอและพยาบาลโรงพยาบาลจะนะ เพื่อเป็นกำลังใจในการสู้ภัยโควิด พร้อมข้อความระบุว่า ปูนึ่งกุ้งปลาทอด สู้ภัยโควิดและนิคมอุตสาหกรรม ชาวประมงจะนะร่วมช่วยทีมโรงพยาบาลจะนะสู้ภัยโควิด รอบนี้ชาวประมงพื้นบ้านตำบลสะกอม รวมกันนึ่งปูม้า ทอดกุ้ง และทอดปลาอินทรีย์ พร้อมทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด นำมามอบให้ชาวโรงพยาบาลจะนะ เพื่อให้กำลังใจทีมเจ้าหน้าที่เพื่อสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆกระสุนนัดนี้ ยิงนกได้ 2 ตัว นอกจากได้ให้กำลังใจหมอพยาบาลแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการแสดงให้โลกเห็นว่า &amp;quot;ทะเลจะนะสมบูรณ์จริงๆ&amp;quot;&amp;nbsp;ชาวประมงเขาบอกว่า &amp;quot;ทะเลคือธนาคารอาหารที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องเลี้ยง ไม่ต้องไปให้อาหาร เพียงแต่ให้เราจับแต่ปลาปูตัวใหญ่ๆก็พอ ทะเลจะเลี้ยงดูเราตลอดไป&amp;quot; &amp;quot;แต่จะนะเรากำลังแย่ เพราะจะมีนิคมอุตสาหกรรมร่วม 20,000 ไร่มาตั้งริมทะเล มีท่าเรือน้ำลึกอย่างน้อย 3 ท่า มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ริมทะเลเพิ่มอีก แล้วแบบนี้ทะเลจะนะจะรอดไหม&amp;quot; นี่คือคำถามที่กังวลของชาวประมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะเลจะนะสมบูรณ์มากครับ อุดมไปด้วยปูปลากุ้งหอย ในการระบาดโควิดระลอกแรก ชาวประมงก็เอาปลาสดกว่า 80 กิโลกรัม มาให้โรงครัวทำแกงส้มและปลาทอดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ รอบนี้ระลอก 3 ชาวประมงมาอีก รอบนี้คงเห็นหมอยุ่งมาก เลยปรุงสุกสำเร็จรูปพร้อมทานมาเลย และบอกว่า เดี๋ยวจะมาอีก เอาอาหารดีๆมาให้หมอพยาบาลทาน จะมาอีกเรื่อยๆ เพราะทะเลจะนะมีปูปลามากมายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณสำหรับกำลังใจอันยิ่งใหญ่ครับ เราจะสู้ไปด้วยกัน ทั้งสู้ภัยโควิดและสู้ภัยนิคมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101384</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, จังหวัดสงขลา, ทะเลจะนะ, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โควิด19, โรงพยาบาลจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cdfb213a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.จะนะ เล่าเรื่องภารกิจเร่งด่วนตั้ง รพ.สนาม รับผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เรื่องเล่าจากหอผู้ป่วยโควิด โรงพยาบาลจะนะ
โรงพยาบาลจะนะได้รับภารกิจโรงพยาบาลสนามอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 เพราะมีผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิงในหาดใหญ่จำนวนมาก และสถานที่นอนกักตัวในหาดใหญ่มีไม่พอ จึงมีการนำส่งมาที่โรงพยาบาลจะนะด้วย จนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 วันแล้ว มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 29 ราย จากศักยภาพการรับผู้ป่วย 30 เตียง มีเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะมาบอกเล่าเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยทั้ง 29 คน เป็นเพศหญิง 28 คน เพศชาย 1 คน ผู้ชายจึงแยกเดี่ยวไปนอนห้องพิเศษ ในส่วนของผู้หญิง 28 คน เป็นกลุ่มจากหาดใหญ่ที่ติดจากสถานบันเทิงจำนวน 27 คน และ อีก 1 คนเป็นคนเพชรบุรีที่ติดเชื้อจากมาเลเซียตรวจพบในขณะคัดกรองที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เกือบทั้งหมดไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลได้ใช้หอผู้ป่วยชาย ชั้น 4 (ชั้นบนสุด) ใช้เป็นพื้นที่โรงพยาบาลสนาม การจัดการที่น่าสนใจมากในรอบนี้คือ เราแบ่งผู้ป่วยนอน 3 ล็อคๆละ 10 คน เราให้ผู้ป่วยเลือกหัวหน้าล็อคขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ประสานงานและสื่อสารในล็อค ซึ่งได้ผลดีมาก ในวันแรก พยาบาลเข้าไปสอนวิธีการใช้เครื่องวัดความดัน วัดไข้ วัดระดับออกซิเจนในเลือด จนเขาใช้เป็น หัวหน้าล็อคก็มีหน้าที่เหมือน อสม. ประสานทุกอย่าง รายงานผลการวัดสัญญาณชีพให้แก่พยาบาลทางไลน์ เพื่อลดการเข้าไปในโซนติดเชื้อของอาคารผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารนั้นโรงครัวจัดให้ใส่กล่องที่ใช้แล้วทิ้ง แม้มีเสียงบ่นว่าไม่อร่อยบ้าง แต่ก็จะมีอาหารที่ญาติฝากมาให้ด้วย มีตู้เย็นให้ใช้ ทราบว่าเต็มไปด้วยขนมนมเนย ผลเสียคือขยะจากภาชนะบรรจุอาหารเยอะมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดการขยะนั้นทางผู้ป่วยจะรวบรวมใส่ถุงแดง เจ้าหน้าที่จะเข้าเก็บขยะวันละครั้ง เอาขยะถุงแดงนั้นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ถุงแดงอีกชั้น มัดปากถุง ใส่รถขนขยะที่มีฝาปิด เอามาตั้งในจุดรอทิ้งที่จะมีรถกำจัดขยะติดเชื้อรับไปทำลายเสื้อผ้าผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลมีเสื้อผ้าผู้ป่วยให้ ใครจะใส่ชุดบ้านของตนเองก็ได้ ส่งซักได้เช่นเดียวกัน (ยกเว้นชุดชั้นใน) เจ้าหน้าที่ก็จะนำไปซักด้วยน้ำร้อนตามมาตรฐานการซักผ้าในโรคติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำความสะอาดถูพื้นพื้นที่ส่วนในและห้องน้ำ ในวันแรกๆเจ้าหน้าที่ใส่ชุด PPE เข้าไปทำความสะอาดให้ แต่ปัจจุบัน หัวหน้าล็อคได้แบ่งงานให้ทุกคนได้สลับกันถูพื้น ล้างห้องน้ำกันเอง เจ้าหน้าที่เมื่อเข้าไปเก็บขยะเก็บผ้าก็เพียงเข้าไปดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อสารจะใช้ไลน์วิดีคอลเป็นหลัก เพื่อคุยกับพยาบาล มีกล้องวงจรปิดเพื่อดูภาพรวม หากมีใครมีอาการป่วย พยาบาลก็จะแต่งชุด PPE เข้าไปดูแล ซึ่งพยาบาลบอกว่า ที่ผ่านมาได้เข้าทุกวันวันละอย่างน้อย 1 ครั้ง ในส่วนของยา เภสัชจัดชุดยาพื้นฐานให้ทุกคนเก็บไว้ทานเองได้ ส่วนยาที่หมอสั่งจะจัดเป็น 3 days dose ในปัจจุบันยังไม่มีใครที่มีอาการมากจนต้องรับยา favipiravir และไม่มีใครที่ต้องส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะรักษาที่โรงพยาบาลจะนะ 7 วัน แล้วหากใครไม่มีอาการใดๆ ก็จะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนามจริงๆที่เป็นค่ายทหารหรือโรงยิมหอประชุมต่อไปอีก 7 วัน เพื่อเปิดเตียงให้ผู้ป่วยรายใหม่เข้ามารับการดูแลต่อไป ตามแนวทางการจัดการของจังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนมั่นใจในการจัดบริการและให้บริการกว่าการระบาดรอบแรก เพราะมีประสบการณ์รับผู้ป่วยมาแล้ว แต่เราก็ต้องไม่ประมาท หากเราพลาดเราประมาท ผลลัพธ์ก็คือการติดเชื้อในโรงพยาบาลนั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนั้นเสี่ยงสุดกว่าใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;ufabet777
allslotmaster
scb99
sbfplay
slotgame6666
gg168th
pxj888
wmbet444
qq288
nemoslot
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100005</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โรงพยาบาลจะนะ, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d7b8185bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้คนไทยติดเชื้อใหม่ โผล่ต่างด้าวสงขลา18ราย/ผลตรวจยะลาผิดพลาดทางเทคนิค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลตรวจโควิด-19 ยะลากลับตาลปัตร ศูนย์สงขลาบอก 40 รายไม่พบเชื้อ ศบค.สั่งให้กรมวิทยาศาสตร์ฯ เช็กรอบ 3 เพื่อยืนยัน ลั่นไม่ปกปิดข้อมูลแน่ &amp;ldquo;ผอ.โรงพยาบาลจะนะ&amp;rdquo; เชื่อเป็นเหตุทางเทคนิค แต่อย่างน้อยเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ข่าวดีมาก! ยอดติดเชื้อใหม่คนไทยเป็นศูนย์ แต่ไปโผล่ต่างด้าวที่สงขลาเพิ่ม 18 ราย &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; เผยยอดจับฝ่าเคอร์ฟิวพุ่ง ต้นตอหลักดื่มเหล้า รับหวั่นปัญหาแห่ซื้อจนละเลยสุขภาพ เตือนผู้ประกอบการต้องเข้มงวดเรื่องระยะห่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีสาธารณสุขจังหวัดยะลาตรวจค้นหาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในพื้นที่เชิงรุกจำนวน 311 ราย และผลยืนยันเบื้องต้นเป็นผลลบ 271 ราย และผลบวก 40 รายนั้น ล่าสุด นพ.ทวีศิลป์วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ได้ส่งเชื้อไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สงขลา พบว่าทั้ง 40 รายไม่พบเชื้อ ซึ่งผลที่ออกมานี้มีผลตรงกันข้ามกับที่ รพ.ศูนย์ยะลา จึงจะตรวจซ้ำอีกครั้ง โดยจะส่งผลเชื้อมาตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้ง 40 รายนี้ยังไม่ยืนยันชัดเจนที่จะประกาศผล ซึ่งหากผลออกมาอย่างไรจะไม่มีการปกปิดแน่นอน ซึ่งการได้รับข้อมูลระดับตำบล อำเภอ หมู่บ้านเป็นเรื่องที่ดี เราจะได้ช่วยกันทำให้ได้รับรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ทั้งในระดับส่วนบุคคลก็จะช่วยจังหวัดและจะช่วยทั้งประเทศได้ จะทำให้เราพ้นจากการติดเชื้อนี้ไปได้ ซึ่งการตรวจนั้นยิ่งเจอเยอะเรายิ่งชอบ แสดงถึงการค้นหาผู้ป่วยที่มีสมรรถนะของคนในพื้นที่ หากถามการตรวจที่ผ่านมานั้นเพียงพอหรือยัง เราตรวจเจอแล้วกว่า 2 แสนตัวอย่าง โดยภาคเอกชนมีตัวเลขสูงสุด เราพอใจในระดับหนึ่ง แต่ต้องทำเพิ่มขึ้นอีก ส่วนที่ช่วงแรกๆ เราตรวจน้อยแต่เจอเยอะ แต่พอมาช่วงหลังเราตรวจเยอะแต่เจอน้อยนั้น เพราะมาตรฐานการควบคุมโรคของเราทำได้ดี&amp;rdquo;นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีจังหวัดยะลาพบผู้ติดเชื้อ 40 รายนั้น เป็นข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการ โดยจากตรวจสอบยืนยันล่าสุดพบว่าทั้ง 40 รายไม่พบการติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจากขั้นตอนในห้องปฏิบัติการ แต่เพื่อความมั่นใจ ผู้ที่เคยถูกสงสัยว่าติดเชื้อก็อยู่ในการดูแลรักษาพยาบาลของทางโรงพยาบาล โดยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวอย่างก็จะตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาผลที่ชัดเจน ขอให้รอผลการตรวจอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาข้อสรุปว่าเป็นผู้ติดเชื้อหรือไม่ แต่โอกาสที่จะติดเชื้อมีน้อย ทั่วไปคนที่ไม่มีอาการ มักไม่พบการติดเชื้อในเปอร์เซ็นต์ที่สูง เว้นแต่พบผู้ป่วยต่อเนื่องเป็นจำนวนมากและในระยะเวลาที่นาน
เชื่อผิดพลาดทางเทคนิค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทำไมผลตรวจถึงคลาดเคลื่อนจำนวนมาก เกิดจากสาเหตุอะไร นพ.โสภณกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน คาดว่าจะได้ทราบในเร็ววันนี้ เบื้องต้นในการวินิจฉัยผู้ป่วยจะยึดหลักมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในห้องปฏิบัติการ ก็จะได้รับการตรวจรับรองและมีการตรวจสอบเป็นระยะ จะเห็นได้ว่าได้มีการตรวจในห้องปฏิบัติการอีกแห่งหนึ่ง เมื่อผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งสองแห่งไม่ตรงกัน ก็จะตรวจสอบโดยห้องปฏิบัติการแห่งที่ 3 ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เมื่อมีผลตรวจที่มีความน่าสงสัยหรือผิดปกติ เรามีมาตรการในการตรวจสอบ ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต จะมีผู้เชี่ยวชาญลงไปให้คำแนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากข้อมูลทั้งประเทศมีการพบผู้ป่วยใน กทม. ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยว รวมถึงจังหวัดชายแดนด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเดินทางเป็นจำนวนมากของชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทย โดยประเทศที่อยู่ทางใต้ของไทยมีรายงานพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในเดือนที่แล้ว หลังจากมีรายงานการติดเชื้อผู้ที่ประกอบศาสนกิจ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรือประกอบศาสนกิจล้วนมีส่วนทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อในพื้นที่ได้&amp;rdquo; นพ.โสภณชี้ถึงสาเหตุที่ผู้ติดเชื้อในภาคใต้มีจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยะลาผลบวกเป็นลบทั้ง 40 ราย รัฐไทยปิดข่าวหรือเปล่า ว่ากรณี จ.ยะลาพบผู้ติดเชื้อโควิดรวดเดียว 40 รายจากกลุ่มตัวอย่างที่ตรวจ 311 ราย สร้างความแตกตื่นอย่างมาก เงียบกันไปทั้งเมืองยะลา แต่ก็สร้างความน่าสงสัยสำหรับสายสุขภาพมากว่าจริงไหม เพราะการคัดกรองในชุมชนนั้น ผู้ถูกคัดกรองส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ผลการตรวจออกมาพบว่าติดเชื้อจำนวนมาก จึงทำให้เกิดคำถามในหมู่ผู้ปฏิบัติงาน แต่วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการไปเก็บตัวอย่างซ้ำ ส่งตรวจไปยังห้องแล็บที่อื่นเพื่อยืนยันผล และผลจากห้องแล็บ สคร.สงขลา ยืนยันก็ออกมากลับตาลปัตรว่าเนกาทีฟทั้ง 40 ราย ไม่พบการติดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำถามที่ผมได้รับจากพรรคพวกเพื่อนฝูงคือรัฐบาลไทยปิดข่าว ตกแต่งตัวเลขหรือเปล่า ซึ่งเป็นคำถามที่เข้าใจได้ เพราะบุคลิกการปกข่าวของรัฐบาลไทยในอดีตนั้นมีอยู่ และความน่าเชื่อถือของรัฐบาลก็มีไม่มาก&amp;rdquo; นพ.สุภัทรโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุภัทรโพสต์อธิบายอีกว่า เหตุที่ห้องแล็บ รพ.ยะลารายงานผลเป็นบวกนั้น เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค เข้าใจว่าเกิดจากการปนเปื้อนของไวรัสโควิดในระบบเครื่องตรวจ RT-PCR ทั้งนี้ ในการตรวจพบว่าหลอดที่เป็นน้ำไม่มีตัวเชื้อที่เป็นตัวคอนโทรล ซึ่งในการเดินเครื่อง PCR ทุกรอบ ก็ต้องมีการคอนโทรลด้วย NTC เสมอ ทำให้ผลแล็บยะลาเป็นบวกด้วย ซึ่งบอกถึงการปนเปื้อน จึงทำให้ไม่อาจตัดสินได้ว่าผลการตรวจนั้นเป็นผลบวกจริง หรือผลบวกลวงจึงต้องตรวจใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องเทคนิคทางห้องปฏิบัติการก็ว่าไปหมู่นักเทคนิคการแพทย์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลไทยที่ต่างไถ่ถามนินทาว่าไม่เชื่อ หาว่ารัฐบาลปิดข่าว บิดเบือนข่าว ต้องบอกกันตรงๆ ว่ากรณีนี้ไม่มีการบิดเบือนข่าว ข่าวจริงคงปิดกันไม่ได้ ปิดไม่อยู่ และในความเป็นจริงที่ประชาชนมีวุฒิภาวะในการร่วมตัดสินใจเองได้ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปิดข่าวเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งอยู่แล้ว โควิดทำให้คะแนนรัฐบาลตีตื้นขึ้นมาไหม ทำให้คนศรัทธาเชื่อมั่นในรัฐบาลมากขึ้นไหม คำตอบส่วนหนึ่งคงชัดเจนจากกรณีนี้&amp;rdquo; นพ.สุภัทรกล่าว
ไร้คนไทยติดเชื้อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ยังแถลงถึงสถานการณ์ประจำวัน ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 18 ราย ทั้งหมดเป็นต่างด้าวจากศูนย์กักกัน อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 2,987 ราย วันนี้มีรักษาหายป่วยเพิ่ม 1 ราย รวมหายกลับบ้านแล้ว 2,740 ราย รักษาตัวอยู่ 193 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 54 ราย ทั้งนี้กลุ่มที่พบผู้ติดเชื้ออยู่ในวัย 20-29 ปี ส่วนรายใหม่ที่พบวันนี้ 18 รายนั้นเป็นหญิงอายุ 13-22 ปี 7 ราย และเป็นผู้ชายอายุ 10 ปี 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคง ระหว่างวันที่ 3 พ.ค. เวลา 22.00 น. ถึงช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ค. พบผู้ออกนอกเคหสถาน 690 ราย เพิ่มขึ้น 136 ราย มีผู้ชุมนุมมั่วสุม 129 ราย เพิ่มขึ้น 22 ราย ซึ่งพบว่าการดื่มสุรามาเป็นอันดับ 1 ที่ 60% เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีการผ่อนปรนให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ อันดับ 2 คือการพนัน 21% และอันดับ 3 เสพยาติด 11% &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อผ่อนปรนให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรากฏภาพคนจำนวนมากแย่งกันซื้อสินค้า จะส่งผลให้มีการทบทวนมาตรการผ่อนคลายหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่อยู่ในภาพเหล่านั้น เป็นตัวอย่างและข้อเตือนใจว่าตอนเปลี่ยนผ่านเราต้องพยายามทำความเข้าใจว่าต้องมีการปรับพฤติกรรม แล้วท่านเองจะปลอดภัย ซึ่งข้อกำหนดเป็นมาตรการที่แจ้งออกมาแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม เป็นสิ่งที่เราทำกันมาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถ้าท่านยังยึดหลักเหมือนเดิม ถ้าทำได้ทั้งเรื่องทำความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์หรือเจลน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างทั้งนั่งและยืนอย่างน้อย 1 เมตร และควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น ซึ่งเราจะประสบความสำเร็จแห่งหนึ่งของโลก เรายังต้องการความร่วมมืออยู่ เพื่อให้โรคออกจากประเทศไทยให้ได้ ให้มั่นใจว่าประเทศไม่มีคนติดเชื้อ ถึงวันนั้นเราจะใช้ชีวิตปกติได้&amp;nbsp;
ย้ำผู้ประกอบการต้องคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามี 14 วันเปลี่ยนผ่านนี้ ถ้าร่วมมือกันจะใช้มันอย่างคุ้มค่า ตัวเลขการติดเชื้อน้อยลงแล้วจะได้ไปสู่ระยะที่ 2 ที่มีพื้นที่ที่จะไปได้มากกว่านี้ ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ศบค.จะจัดชุดข้อมูลเก็บเป็นสถิติ ถ้าเราผ่อนปรนแล้วตัวเลขติดเชื้อน้อยจะขยับในขั้นผ่อนปรนระยะต่อไป แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มาตรการต้องถูกทบทวน ไม่ว่าจะให้หยุดหรือกลับไปที่เดิม เป็นการบังคับที่มีข้อจำกัดมากมาย เพื่อไม่ให้เราต้องป่วย ทำให้เราไม่ต้องตาย สิ่งที่เราร่วมกันมา 1 เดือนมีความหมายกับเรา และอีก 14 วันจากนี้ก็มีความหมายมาก ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำมากกว่าผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการต้องให้ความร่วมมือ และตรวจสอบผู้ประกอบการ ขณะที่ภาครัฐจะกำกับติดตามดูแลตรวจสอบทั้งสองส่วน เราต้องทำงานร่วมกันทั้งหมดสามส่วนนี้&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในส่วนมาตรการผ่อนปรนนั้น สถานเสริมความงามสามารถเปิดได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับที่ 5 (6) ยืนยันว่าคลินิกเวชกรรมเสริมความงามนั้น มีคำสั่งปิดสถานที่ เพราะมีโอกาสเสี่ยงแพร่เชื้อโรค ซึ่งอยู่ในโหมดเดียวกับโรงมหรสพ ผับ บาร์ เพราะต้องทำกิจกรรมใช้เวลานาน และเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นค่อนข้างน้อย ยืนยันว่าต้องปิดอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวประเด็นนี้ว่า หลังมีการผ่อนปรนมาตรการ พบว่ามีประชาชนหลายคนออกมาออกกำลังกายในสวนสาธารณะ ซึ่งยังใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงมีการเว้นระยะห่างขณะทำกิจกรรม แต่คนเข้าไปจับจ่ายซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะสุรา ยังพบว่ามีประชาชนแย่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ซึ่งเป็นภาพที่ไม่สบายใจ จึงต้องมีการจัดระเบียบต่อแถวของผู้ซื้อ เพื่อลดโอกาสการสัมผัสใกล้ชิด เป็นหน้าที่ของสถานประกอบการที่ต้องดำเนินเรื่องความปลอดภัย โดยจะได้รับคำแนะนำให้ปรับปรุงวิธีการจำหน่าย ย้ำว่าสุราไม่จำเป็นต้องแย่งซื้อ เพราะว่ามีเพียงพอต่อการจำหน่ายอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้ซื้อตามเวลาที่กำหนดคือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น.เท่านั้น อีกทั้งในวันที่ 6 พ.ค. จะเป็นวันวิสาขบูชา ซึ่งผู้ซื้อไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในวันดังกล่าวด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตามสถานบริการต่างๆ ต้องตระหนักถึงความสำคัญ โครงการเว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของคนที่อาจจะยังมีเชื้อไวรัสอยู่ และคนที่ยังไม่ได้รับเชื้อก็จะเป็นการป้องกันโรคด้วย
ยกหวัดใหญ่เป็นบทเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า คำเตือนจากเชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า ประเทศต่างๆ ที่ผ่อนคลายมาตรการควบคุม ต้องเฝ้าระวังถึงการติดเชื้อที่จะพุ่งขึ้นมาใหม่ เพื่อจะได้ทราบว่ามีการกลับมาของโรคโควิด-19 ในชุมชนแล้วหรือไม่ เพราะโอกาสที่เชื้อจะกลับมาใหม่นั้นเป็นไปได้ เนื่องจากประชาชนพบปะกันมากขึ้น และในบางจุดจะมีกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น ตั้งวงทานอาหาร มีการสังสรรค์ดื่มสุรา ดังนั้นการรับมือเกี่ยวกับการแพร่ระบาด จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทเรียนในอดีต เมื่อเกิดการระบาด สายพันธุ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในทั่วโลกเมื่อปี 1918 จะพบว่าการระบาดมีหลายระลอก โดยระลอกแรกประเทศส่วนใหญ่จะรับมือได้ดี เพราะมีผู้ป่วยมาก แต่มีบางประเทศ ที่มีการระบาดในระลอกที่ 2 อย่างรุนแรง เมื่อประชาชนคลายความตระหนัก ในเรื่องการป้องกันโรค ดังนั้นประเทศไทยจึงไม่สามารถประมาทได้ ว่าจะมีการกลับมาของโรคโควิด-19 ในระลอกที่ 2 หรือไม่ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการคงมาตรการอยู่ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo; นพ.โสภณกล่าว และว่า สัญญาณต่อไปที่ต้องดูคือการเจ็บป่วยของโรคทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสะท้อนให้เห็นถึงการติดแพร่เชื้อ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าหน่วยงานต่างๆ จะเฝ้าระวังโรคติดต่อทางเดินหายใจ ที่มีโอกาสพบและตรวจหาว่าอะไรที่เป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค อีกทั้งดูจำนวนผู้ติดเชื้อ และพฤติกรรมของประชาชนว่ายังป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวดหรือไม่ หากผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า ก็ต้องรีบค้นหาสาเหตุ และทบทวนว่ามาตรการใดที่ยังมีจุดอ่อน เพื่อจะเสริมมาตรการให้เข้มแข็งมากขึ้น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65052</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ต่างด้าวติดเชื้อ, ผลตรวจโควิด-19, ยะลา, ศูนย์สงขลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00f90189e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอสุภัทร&#039;ขอผู้รู้ช่วยตอบคำถามครูจะนะ&#039;หน้ากากอนามัย..ทิ้งที่ไหนดีนะหมอ&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.63-นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง &amp;quot;หน้ากากอนามัย..ทิ้งที่ไหนดีนะหมอ&amp;quot; ระบุว่า คำถามที่น่าจะต้องมีการวางระบบ คุณครูท่านหนึ่งที่จะนะ โทรมาปรึกษาว่า &amp;quot;หน้ากากอนามัยใช้แล้ว จะทิ้งที่ไหนดีนะหมอ มันเป็นขยะติดเชื้อหรือเปล่า จะทิ้งลงถังขยะให้เทศบาลเก็บไปเทกองในหลุมขยะจะดีหรือ&amp;quot; คำถามนี้ท้าทายระบบสุขภาพไม่น้อย ถ้าเป็นในโรงพยาบาล หน้ากากอนามัย ถุงมือ เสื้อคลุมที่ใช้แล้วทิ้ง เรานับเป็นขยะติดเชื้อทั้งหมด นำไปทิ้งในถุงแดง มัดปากถุงแล้วนำขนส่งไปเผายังขยะติดเชื้อ อันนี้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุภัทรกล่าวว่า แต่กรณีการะบาดของไข้ไวรัสสายพันธ์ต่างๆในชุมชนนั้น ประชาชนจะเอาหน้ากากไปทิ้งที่ไหน คงไม่มีที่ใดจัดที่ทิ้งขยะเฉพาะกลุ่มนี้ให้แน่ เพราะยุ่งยาก แค่ทิ้งลงถังขยะจะพอไหม ตอนนี้ยังไม่มีการระบาดในประเทศก็ยังไม่เป็นไร แต่หากอนาคตเกิดการระบาดวงกว้าง มาตรการการจัดการการกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว เป็นอีกโจทย์ของผู้เชี่ยวชาญที่ควรเตรียมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หรือว่าแท้จริงแล้ว ไวรัสระบาดผ่านละอองฝอยของเสมหะและน้ำลายเวลาไอจาม เสมหะที่ติดบนหน้ากากอนามัยจึงไม่อาจแพร่โรคได้ง่ายนัก กำจัดแบบทิ้งลงถังก็ได้อยู่ สิ่งเหล่านี้ต้องการผู้รู้ในการเฉลย บทเรียนจากเมืองจีนที่มีการระบาดหนัก เขาจัดการหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างไร คำถามของคุณครูนั้น ผมเองยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนครับ เผื่อท่านผู้รู้จะช่วยตอบและวางระบบเตรียมไว้ก่อนการระบาดที่อาจเกิดขึ้นครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56073</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, โรงพยาบาลจะนะ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e3690052eac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
