<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวคลั่งฆ่าโหดพ่อ ฟันหน้าตัดเจ้าโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาววัย 29 ก่อคดีปิตุฆาต ใช้มีดฟันหน้าพ่อ เฉือนเจ้าโลกหลุดทั้งพวงตายสยองคาบ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุก็หนีไม่รอดหลังเพื่อนบ้านพบออกจากบ้านด้วยคราบเลือดทั่วตัว แจ้งตำรวจดักรวบไว้ได้กลางทาง คร่ำครวญถูกพ่อทำร้ายตั้งแต่เด็ก แม่เผยติดยาจนจิตฟั่นเฟือน ตำรวจส่งตัวให้แพทย์ตรวจ ตั้งข้อหา เจตนาฆ่าคนตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ร.ต.อ.ไมตรี มะลิลา รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 306/141 ซอยชุมชนท่าทราย 3 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส. แพทย์ รพ.ภูมิพล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบศพนายเกษม บุญญชล อายุ 58 ปี สวมเสื้อโปโล กางเกงขาสั้น มีผ้าพันแผลที่ขาขวาและแขนขวา เนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถล้ม สภาพศพโดนมีดฟันที่กลางหน้าผาก และอวัยวะเพศถูกตัดตกอยู่ข้างศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมานั่งหน้าบ้านหลังกลับจากทำแผลที่โรงพยาบาล จากนั้น น.ส.บุญญดา จันทร์จวง อายุ 29 ปี ลูกสาวของผู้ตายได้ชวนพ่อเข้าบ้านไปประมาณ 10 นาที ขณะนั้นฝนตกหนัก จากนั้นลูกก็เดินออกจากบ้านไปโดยที่เสื้อผ้าเปื้อนคราบเลือด ถือกระเป๋าใบเล็ก และไม่ได้คุยกับใคร ทำให้เพื่อนบ้านเกิดความสงสัย เดินไปดูที่บ้านก็พบคราบเลือด จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เจียรไน จันทร์จวง อายุ 52 ปี อดีตภรรยานายเกษม กล่าวว่า ตนเลิกกับสามีมาตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก พอลูกเข้า ม.1 สามีขอลูกมาเลี้ยง ตนก็ให้ค่าใช้จ่าย ปกติผู้ตายเป็นคนฉุนเฉียว ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้ว่าชอบดุด่าลูก หลังลูกจบ ม.3 มีปัญหาติดแฟนแล้วพาไปเสพยาเสพติดจนสติเพี้ยน จนเดือนกันยายนปี 2562 ตนพาไปรักษาที่ รพ.รามาธิบดี ทุกวันนี้ยังมีอาการทางจิตอยู่ ต้องไปหาหมอจิตเวชเป็นประจำ ที่ผ่านมาลูกแยกกันอยู่กับพ่อ แต่ไม่มีใครรู้ว่าพักที่ไหน นานๆ ลูกจะมาหาพ่อที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 02.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมกำลังชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัว น.ส.บุญญดาได้ที่บริเวณปากซอยชินเขต 1/31 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ขณะเดินอยู่ริมถนน ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้อง ส่วนอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าผู้ต้องหานำไปทิ้งที่ถังขยะบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น แยกภาสยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้น น.ส.บุญญดา ผู้ต้องหา อยู่ในสภาพอ่อนเพลียหมดแรง พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนั่งควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และรอให้ผู้ต้องหามีอาการดีขึ้นมากกว่านี้ จึงทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงสาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกตัว น.ส.บุญญดา ออกจากห้องคุมขังไปตรวจสภาพจิตใจ และตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ฆ่าพ่อตนเอง ปรากฏ น.ส.บุญญดาโวยวายตลอด และกล่าวเพียงว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ผ่านมาตนเคยถูกพ่อทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุรินทร์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้แกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พบว่าได้ไปหาเพื่อน ก่อนจะนั่งรถแท็กซี่ออกไปไม่ทราบปลายทาง กระทั่งไปพบอยู่ปากซอยชินเขต 1/31 จึงเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำ น.ส.บุญญดาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาพูดจาไม่รู้เรื่อง และเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า น.ส.บุญญดาเคยเดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้องบ่อยครั้ง เพื่อแจ้งความเกี่ยวกับคดีของลูกที่ถูกสามีตัวเองข่มขืน ซึ่งทุกครั้งจะเรียกวินรถจักรยานยนต์รับจ้างให้มาส่ง บางครั้งก็ไม่จ่ายเงินให้วินรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องจ่ายค่ารถแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตำรวจยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เพราะผู้ต้องหาให้การวกวน หากถามเรื่องทั่วไปจะตอบได้ แต่หากถามเรื่องคดีจะตอบไม่รู้เรื่อง ส่วนการตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นไม่พบแต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนเห็นว่าหากไม่สามารถสอบสวนได้ต้องนำตัวส่งไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการ หากแพทย์ระบุว่ามีอาการผิดปกติทางจิตจริงต้องทำการรักษาก่อนจึงจะกลับมาดำเนินคดีภายหลัง เนื่องจากขณะนี้มีเพียงคำให้การของพยานกับประวัติการรักษาที่ รพ.ศรีธัญญา ระบุว่าไม่ได้มีอาการทางจิตที่รุนแรง แต่จากหลักฐานกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อชี้ให้เห็นมีการนำมีดที่ก่อเหตุไปทิ้งถังขยะหน้าร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนแม่ผู้ต้องหาให้การว่า อดีตสามีหรือผู้ตายเป็นคนพูดจารุนแรง หยาบคาย ชอบด่าทอและต่อว่าลูกสาวบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกาย ส่วนของสาเหตุที่หญิงก่อเหตุมาแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องหลายครั้ง ส่วนมากเป็นการแจ้งความหรือตามความคืบหน้าในคดีสามีข่มขืนลูก ซึ่งคดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว นอกจากนี้ตัวผู้ก่อเหตุเองเคยถูกจับในคดีเสพยาเสพติดหลายครั้ง จึงอาจเกิดความผูกพันกับสถานีตำรวจ เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินการตามพยานหลักฐาน และได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาคือ &amp;quot;ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา&amp;quot; แต่ต้องรอคำวินิจฉัยจากแพทย์อีกครั้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68993</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ร.ต.อ.ไมตรี มะลิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจียรไน จันทร์จวง, โรงพยาบาลธัญญารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5eea14b6ec091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
