<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะลึกจองวัคซีน &#039;โมเดอร์นา&#039;กับบำรุงราษฎร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;8 ก.ค. 64 - นพ. วิชัย เตชะสาธิต แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ และผู้อำนวยการ ศูนย์บัญชาการสถานการณ์โควิด-19 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เผยถึงข้อมูลวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ว่า วัคซีน Moderna เป็นวัคซีนชนิด mRNA ผลิตโดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ทำให้ร่างกายสร้างโปรตีนที่สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา และจากการวิจัยพบว่าวัคซีนชนิด mRNA มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสได้มากกว่า 90% โดยสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากถามว่าใครบ้างควรฉีด &amp;nbsp;Moderna &amp;nbsp;นั้น ก็คงเป็นบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (Expat) ที่ยังไม่ได้เข้าถึงวัคซีนแนะนำให้ฉีด &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนที่ฉีด Sinopharm หรือ Sinovac ครบ 2 เข็ม และต้องการฉีด Moderna เป็น booster 1 เข็ม ซึ่งคือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มคนไข้รุ่นแรกๆ หลังจากได้รับวัคซีนเข็ม 2 แล้วนานเกิน 3-6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับผู้ที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าควรฉีดให้ครบ 2 เข็ม แล้วควรรอวัคซีนที่กำลังจะออกเป็น generation ใหม่ ซึ่งบริษัทผู้ผลิตกำลังดำเนินการผลิตอยู่ โดยวัคซีนดังกล่าวจะป้องกันโควิด-19 ได้หลากหลายสายพันธุ์ ที่เรียกกันว่า Multi-variant vaccine คล้ายๆ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดเพียงตัวเดียว ป้องกันได้ 4 สายพันธุ์ เบื้องต้นคาดว่า Multi-variant vaccine จะเริ่มการผลิตในไตรมาส 1 ปี 2565 และทยอยส่งมอบประมาณกลางปี ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ไปแล้ว 1 เข็ม ขอให้ใช้แพลตฟอร์มแรกในการฉีดเข็ม 2 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ได้สูงสุด จึงไม่แนะนำให้สลับ platform มาฉีด Moderna เนื่องจากปัจจุบัน WHO ยังไม่มีข้อแนะนำ โดยกำลังอยู่ในขั้นการทดลอง และยังไม่รู้ผลข้างเคียงในระยะยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนอาการข้างเคียงที่พบบ่อย ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด รวมถึงอาการอื่น ๆ ที่อาจพบ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ และคลื่นไส้อาเจียน ส่วนมากอาการไม่รุนแรงและหายไปได้เองหลังฉีดยาประมาณ 2 &amp;ndash; 3 วัน โดยยังไม่มีข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ระยะยาว เนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่ อย่างไรก็ดี แนะนำให้ฉีดวัคซีนที่มี หรือสามารถเข้าถึงในระหว่างนี้ไปก่อน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพราะวัคซีนทุกชนิดสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงหลักการการสั่ง การบริหารจัดการ รวมถึงขั้นตอนการจองวัคซีนทางเลือก Moderna ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยประการแรกเลยคือ ไม่มีเจตนานำเข้าวัคซีนเพื่อเหตุผลทางธุรกิจ และยังจะพิจารณาตามกำลังคนของบุคคลากรของโรงพยาบาล และความสามารถในการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมีคุณภาพและปลอดภัย เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนภาคประชาชนผ่านหมอพร้อมที่รับได้ประมาณวันละ 300 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โรงพยาบาลฯ ขอบริหารจัดการเรื่องวัคซีนทางเลือก Moderna ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนใดๆ เลย จะรับ Moderna 2 เข็ม (คาดว่าจะมาถึงในช่วง พฤศจิกายน 2564 &amp;ndash; มีนาคม 2565)โดยจากจุดยืนการบริบาลด้วยมาตรฐานบำรุงราษฎร์ และความปลอดภัยสูงสุดที่ยึดมาตลอด 40 ปี ทางโรงพยาบาลฯ ขอสำรองการจองวัคซีน Moderna ให้กับผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯ ก่อน เนื่องด้วยการมีประวัติการรักษา ซึ่งทำให้โรงพยาบาลฯ สามารถให้การดูแลได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานของบำรุงราษฎร์ โดยเฉพาะกรณีเกิดอาการไม่พึงประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มผู้ที่รับ Sinovac 2 เข็มแล้ว มีข้อมูลพบว่าอาจมีภูมิต้านทานไม่เพียงพอกับสายพันธุ์ Delta จึงสามารถ ฉีด Moderna เพื่อเป็น booster 1 เข็มได้ โดยจัดสรรให้กลุ่มแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และพนักงาน ซึ่งได้รับการฉีด Sinovac จำนวน 2 เข็ม เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรของเราจะมีความปลอดภัย มีภูมิคุ้มกันอย่างเพียงพอ ในการบริบาลผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯได้ตามมาตรฐาน &amp;nbsp;รวมถึงสำรองการจองวัคซีน Moderna ให้กับผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯ เนื่องด้วยการมีประวัติการรักษา ซึ่งทำให้โรงพยาบาลฯ สามารถให้การดูแลได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานของบำรุงราษฎร์ โดยเฉพาะกรณีเกิดอาการไม่พึงประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กลุ่มผู้ที่รับวัคซีน AstraZeneca แนะนำให้ฉีด AZ ให้ครบ 2 เข็ม แนะนำให้รอวัคซีนตัวใหม่ generation 2 ในกลางปีหน้า&amp;nbsp; ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด Multi-variant Vaccine ซึ่งอาจช่วยสร้างภูมิต้านทานครอบคลุมกว้างทุกสายพันธุ์ เนื่องจากการฉีดวัคซีนดังกล่าวครบ 2 เข็ม ก็เพียงพอที่จะมีภูมิต้านทานสายพันธุ์เดลต้าได้ หากจะฉีด Moderna เป็น Booster Dose 1 เข็ม ก็ไม่มีความจำเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลฯ จะเปิดให้ทำการลงทะเบียนวัคซีนทางเลือก Moderna ผ่านหน้าเว็บไซต์ Bumrungrad.com เพียงแหล่งเดียว ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าวัคซีนที่ รพ. ได้รับการจัดสรรในล็อตแรกครบเต็มจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจต้องกรอกแบบสอบถาม เปิดเผยประวัติการรับวัคซีน ตามความเป็นจริง และทำการส่งแบบฟอร์มการลงทะเบียนหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนว่าเข้าเกณฑ์ตามกลุ่มไม่เคยรับวัคซีน หรือกลุ่มรับวัคซีน sinovac 2 เข็ม หรือไม่หากท่านผ่านเกณฑ์ทาง รพ. จะทำการส่งแบบฟอร์มการชำระเงินไปให้ทางอีเมล์ เพื่อทำการชำระเงินค่าจองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การกระจายวัคซีนเป็นไปอย่างเป็นธรรม รพ. ขอกำหนดยอดผู้ลงทะเบียนในแต่ละวัน เมื่อเต็มแล้ว จะปิดการลงทะเบียน และเปิดรับใหม่ในวันถัดไป ขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษากับ รพ. ก่อน และค่อยเปิดให้แก่บุคคลทั่วไป เป็นลำดับถัดไป และขอให้ผู้ป่วยของ รพ. เตรียมเลขประจำตัวผู้ป่วยให้พร้อม ก่อนการลงทะเบียน โดยการจองจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ การชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รพ. ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่น กรณีผู้จองเข้ารับวัคซีนชนิดอื่นก่อนที่ Moderna จะมาถึง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการความเหมาะสม และความปลอดภัยของผู้ที่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เพื่อความสะดวก แนะนำให้ผู้ป่วยของ รพ. บำรุงราษฎร์ ดาวน์โหลด Bumrungrad Application ที่มีเมนูใหม่ My Vaccination Records ที่บันทึก: แสดงประวัติการฉีดวัคซีน , แจ้งเตือนวันครบกำหนด &amp;nbsp;เพื่อทำให้ได้ทราบประวัติการรับวัคซีนทุกประเภท รวมทั้งวัคซีนโควิด-19 ที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;border:none; margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109060</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนทางเลือก, วัคซีนโมเดอร์นา, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6b58e6d7a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวแล้ว &#039;สาธิต&#039; ผู้ซื้อหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เฉียดหมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 63 นายสาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) (PRINC) เปิดเผยถึง กรณีข่าวพริ้นซิเพิล แคปิตอล เข้าลงทุนซื้อหุ้น บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) จำนวน 90.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 103 บาท รวมมูลค่า 9,321.50 &amp;nbsp;ลบ. จาก บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) &amp;nbsp;และยังสนใจส่วนที่เหลืออีก 11.34 % ของทาง BDMS ที่ถืออยู่ใน BH ด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในข้อเท็จจริง ตนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ พริ้นซิเพิล แคปิตอล ได้เป็นผู้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จากกลุ่มหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นการซื้อในนามส่วนตัว ในรูปแบบ &amp;ldquo;Friendly deal&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการซื้อเพื่อลงทุน และเชื่อมั่นในศักยภาพของ BH&amp;rdquo; นายสาธิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานกับสถาบันการเงินและกลุ่มปราสาททองโอสถ และกลุ่มโสภณพนิชในเรื่องขั้นตอนการจัดหาแหล่งเงินทุนมาซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว โดยจะมีการชำระเงินค่าซื้อหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 2 ครั้ง ๆ ละประมาณ 9,300 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนความร่วมมือทางธุรกิจของ PRINC กับทาง Bumrungrad ยังคงเป็นไปตามแผนก่อนหน้านี้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อหุ้นในนามส่วนตัว ที่ผ่านมาร่วมมือกับ Bumrungrad Health Network ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศรักษาโรคเฉพาะทางในด้านต่างๆ เช่น โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ที่เปิดศูนย์กระดูกสันหลัง Absolute Spine Care และศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพก Joint Surgery Center รองรับการขยายตัวกลุ่มผู้ใช้บริการในพื้นที่สมุทรปราการ (บางนา) และกรุงเทพฝั่งตะวันออก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วน PRINC ยังคงเป้าหมายขยายธุรกิจโรงพยาบาลให้ครบ 20 แห่ง และเปิดคลินิกทั่วประเทศ 100 แห่ง ภายในระยะ 2 ปีข้างหน้า (ปี 2565) เพื่อสร้างเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมระหว่างภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงพยาบาลในเครือข่ายที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 11 แห่ง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ &amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี &amp;nbsp;โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาล ศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน &amp;nbsp;โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อหุ้น, พริ้นซิเพิล แคปิตอล, สาธิต วิทยากร, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe45ceb9fe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องดื่มรสอุ่นฤทธิ์ผ่อนคลาย แก้ปัญหาผู้สูงวัยนอนไม่หลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ดื่มนมอัลมอนด์&amp;rdquo; อุ่นๆ ช่วยผู้สูงวัยนอนหลับได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัญหาการนอนไม่หลับกับผู้สูงอายุมักพบได้บ่อย และเราก็มักจะเคยได้ยินว่าคนสูงวัยจะพักผ่อนน้อย ตื่นเร็ว แต่ถ้าหากยิ่งประสบกับภาวะการข่มตานอนที่ยาก นั่นอาจส่งผลต่อสุขภาพชีวิตผู้สูงวัยได้ โดยเฉพาะอาการอ่อนเพลียและไม่กระฉับกระเฉง ง่วงเหงาหาวซึมอยู่ตลอดเวลา พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-Aging Medicine ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ Vital Life โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มาให้ข้อการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยให้คนสูงวัยนอนหลับได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พญ.วรรณวิพุธ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;อาหารบำรุงสมองและช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดี คือสารอาหารที่มี &amp;ldquo;แมกนีเซียม&amp;rdquo; สูง เช่น &amp;ldquo;นมอัลมอนด์&amp;rdquo; หรือว่า &amp;ldquo;กล้วย&amp;rdquo; แต่ให้รับประทานผลไม้ดังกล่าวในปริมาณที่ไม่เยอะ เพราะข้อเสียของกล้วยนั้น แม้จะมีแมกนีเซียมอยู่ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็จะมีเยื่อเมือกและใยอาหารที่สูง ดังนั้นผู้สูงอายุรับประทานมากไปก็มักจะอืดท้องได้ จึงแนะนำว่าให้ดื่มนมอัลมอนด์จะเหมาะกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ชาดอกเก๊กฮวย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ชาดอกคาโมมายล์&amp;rdquo; กลุ่มเครื่องดื่มที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รองลงมา ได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของ &amp;ldquo;คาร์โบไฮเดรตและไขมันในปริมาณที่เหมาะสม&amp;rdquo; สังเกตว่า ถ้าก่อนนอนผู้สูงอายุกินอาหารที่มีไขมันเยอะ หรือว่ามีปริมาณแป้งเยอะ (กินข้าวเยอะ) จะทำให้กระเพาะทำงานค่อนข้างหนัก นั่นจึงเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับได้ทางหนึ่ง และอาจมีปัญหากรดไหลย้อนได้เช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรับประทานนมอุ่นๆ ก่อนนอนในปริมาณ 200 ซีซี นอกจากนี้กลุ่มของสารอาหารที่ทำให้คนสูงวัยนอนหลับได้ดี คือ &amp;ldquo;กลุ่มเครื่องดื่มที่สร้างความผ่อนคลาย&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;ชาคาโมมายล์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ชาใบเก๊กฮวย&amp;rdquo; แต่มีข้อควรระวังคือหากดื่มชาใบเก๊กฮวยต้องไม่ใส่น้ำตาล เนื่องจากความหวานจากน้ำตาลจะทำให้รู้สึกตื่นตัวและนอนไม่หลับในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนของการปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการนอนให้กับผู้สูงวัยก็สำคัญ โดยหมอแนะนำว่า 1.ให้เลือกฟูกนอนที่มีคุณภาพดี ช่วยระบายอากาศ และรองรับสรีระของร่างกาย อีกทั้งทำให้นอนหลับสบาย โดยปราศจากปัญหาปวดหลังและปวดเข่า เป็นตะคริวขณะนอน 2.อุณหภูมิในห้องนอนต้องไม่เย็นและไม่ร้อนเกินไป เพราะถ้าเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย 3.การนอนเปิดแอร์จะทำให้ผิวแห้ง และอาจกระตุ้นโรคภูมิแพ้กระตุ้นในคนสูงวัยได้ ดังนั้นควรหาแก้วน้ำวางไว้หัวเตียงเพื่อจิบป้องกันอาการกระหายน้ำ รวมถึงผิวแห้ง ซึ่งจะทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น 4.ควรนอนหลับพักผ่อนในห้องที่มืดสนิท และไม่มีเสียงดังรบกวน ที่สำคัญก่อนเข้านอนไม่ควรรับชมละครที่มีฉากแอคชั่น หรือละครที่มีฉากตบตี เพราะจะทำให้รู้สึกตื่นตัวและนอนหลับได้ยากเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22468</URL_LINK>
                <HASHTAG>Anti-Aging Medicine, Vital Life, คุณภาพชีวิต, พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf556fd63d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 โรคอันตรายของผู้ชายวัยใกล้เกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คุณทราบหรือไม่ว่าผู้ชายมีอายุเฉลี่ยสั้นกว่าผู้หญิง&amp;quot; นพ.จรัสพงศ์ ดิศรานันท์ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุ และอธิบายว่า เหตุผลก็เพราะว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับสุขภาพของตัวเองน้อยกว่าผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงกับการทำลายสุขภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ใช้ชีวิตอย่างโลดโผน หรือแม้แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองโรคหรือการตรวจสุขภาพประจำปีเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัสพงศ์กล่าวย้ำว่า ต้องไม่ลืมว่านอกเหนือจากโรคทั่วไปที่คนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเป็นได้เมื่ออายุมากขึ้นอย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งแล้ว คุณผู้ชายยังมีโรคเฉพาะตัวอีกหลายโรคที่ควรต้องกังวล ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.โรคต่อมลูกหมากโต ( Benign Prostatic Hyperplasia) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติแล้วไปเบียดท่อปัสสาวะให้ตีบแคบเล็กลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ มีความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะลำบาก ไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือต้องการปัสสาวะทันทีรอนานไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย รู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะมีเลือดปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ภาวะฮอร์โมนเพศชายลดต่ำ (Male Hypogonadism) เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรน (testosterone) ได้น้อยลง โดยอาจเป็นผลจากการบาดเจ็บหรือติดเชื้อที่ลูกอัณฑะ มีความผิดปกติทางด้านฮอร์โมน เช่น มีโรคหรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง หรือมีโรคที่เกี่ยวกับระบบต่างๆ เช่น โรคเอดส์ โรคตับและไตเรื้อรัง ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ ตัวอสุจิมีจำนวนน้อย หน้าอกโตขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง สะสมไขมันมากขึ้น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ไม่กระฉับกระเฉง นอนไม่หลับ สมองไม่เฉียบคม ขาดความมั่นใจ บางรายอาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจเกิดจากปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ ความเครียดสภาวะที่มีผลกระทบต่อสมอง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ตลอดจนอาจเป็นผลตามมาจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว แข็งตัวไม่เต็มที่ หรือไม่สามารถคงความแข็งตัวในขณะปฏิบัติกิจทางเพศ ทำให้ความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง และความมั่นใจในตัวเองลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (Stones in the Urinary Tract) ซึ่งรวมถึงนิ่วในไต ท่อไต และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วเกิดจากการที่สารต่างๆ ในปัสสาวะตกตะกอนหรือตกผลึกขึ้นในไตแล้วสะสมรวมกันเป็นก้อนแข็งมีลักษณะคล้ายก้อนกรวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิ่วที่ยังอยู่ในไตเรียกว่า โรคนิ่วในไต แต่หากก้อนนิ่วหลุดลงมายังท่อไตเรียกว่า โรคนิ่วในท่อไต ส่วนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะเป็นนิ่วที่หลุดจากท่อไตลงมาสะสมเพิ่มขนาดในกระเพาะปัสสาวะ หรืออาจเป็นนิ่วที่เกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะเองก็ได้ โดยเกิดจากการที่มีน้ำปัสสาวะคั่งค้างอยู่จากการขับถ่ายปัสสาวะออกไม่หมด ทำให้เกิดการตกตะกอนแล้วค่อยๆ โตขึ้นเป็นก้อนนิ่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ กรณีนิ่วในไตและท่อไต ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดรุนแรงเป็นช่วงๆ บริเวณข้างลำตัวและหลัง บางครั้งอาจปวดช่องท้องด้านล่างลงไปจนถึงขาหนีบ คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้ หนาวสั่น ส่วนอาการโดยรวมของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ได้แก่ ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นผิดปกติ บางรายอาจมีเม็ดนิ่วลักษณะคล้ายกรวดทรายปนออกมากับปัสสาวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) เป็นโรคมะเร็งที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านเชื้อชาติ พันธุกรรม รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อมะเร็งขยายตัวมากขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะช่วงกลางคืน ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่งหรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง ปัสสาวะมีเลือดปน หรืออาจมีอาการจากการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยอื่น เช่น ปวดกระดูก หรือกระดูกหักง่ายหากมะเร็งแพร่กระจายไปกระดูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอกล่าวอีกว่า แม้จะพบได้บ่อย แต่โรคเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะด้วยการใช้ชีวิตในรูปแบบที่หลายคนทราบดี เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ จำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองโรคเพื่อการป้องกันและรักษาแต่เนิ่นๆ หากตรวจพบโรคในระยะแรก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17154</URL_LINK>
                <HASHTAG>การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ, คุณภาพชีวิต, นพ.จรัสพงศ์ ดิศรานันท์, ภาวะฮอร์โมนเพศชายลดต่ำ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, โรคต่อมลูกหมากโต, โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b9515447e711.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์แถลง’อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’อาการโดยรวมดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่ผู้กำกับมือรางวัลอย่าง อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นอนรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากเกิดอาการเส้นเลือดฝอยในสมองตีบ โดยเช้าวันนี้ ทางทีมแพทย์และครอบครับ&amp;nbsp; นำโดย แดง-ธัญญา วชิรบรรจง ได้ร่วมแถลงถึงอาการของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ซึ่งโดยรวมอยุ่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ สามารถพูดคุยสื่อสารได้ แต่ยังคงต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาต่ออีกสักระยะ มีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แดง ธัญญา ได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ในวันเกิดเหตุตนเองนั้นไปทำงานถ่ายละครอีกเรื่องหนึ่ง ทำให้ไม่ได้อยู่ที่กองถ่ายกรงกรรมที่โรงถ่ายหนองแขม แต่มีลูกสาวที่ทำงานกับคุณพ่อ ซึ่งในช่วงแรกสามีทำงานตามปกติ แต่มีการบ่นกันทีมงานว่าขาไม่ค่อยมีแรง เหมือนชาๆ จนเขาพยายามที่จะเดินไปที่รถแล้วเกิดอาการเซจะล้ม อู๋ ธนากรและทีมงานรับทันพอดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วทุกคนก็รีบนำส่งโรงพยาบาลที่หนองแขม คุณหมอก็เลยฉีดยาทันที &amp;nbsp;แต่ทางคุณหมอแจ้งว่าคนไข้อาการไม่ดี แนะนำให้นำส่งโรงพยาบาลใหญ่ที่มีทีมแพทย์ครบ ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ ตอบรับเร็วมาก &amp;nbsp;พอถึงคุณหมอก็ทำการรักษา ก็รู้ว่าสาเหตุอยู่ที่เส้นเลือดฝอยก็รักษาด้วยยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่เขาห่วงตอนนี้คือเรื่องงาน เขาพูดถึงคอนเสิร์ต เราก็บอกว่าจะไปเคลียร์กับโมโนและทางสปอนเซอร์ให้ ซึ่งทุกคนก็ดีมาก เข้าใจและมาเยี่ยมมาดูแลกัน ส่วน นาคี 2 ยังคงดำเนินงานตามปกติ ละครกงกรรมที่เหลือถ่ายอีกนิดหน่อย อู๋ ธนากร จะเป็นผู้ดูแลต่อ ส่วนจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ก็อยากให้อยู่ไปก่อน เพราะที่นี่ดูแลดี ดีจนเราวางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของทีมแพทย์ ได้ให้รายละเอียดว่า อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ มีอาการแขนและขาด้านขวาอ่อนแรง หลังจากได้มีการตรวจอย่างละเอียดและรักษาดูแลอย่างใกล้ชิด อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ออกจากห้องไอซียูมาอยู่ห้องพิเศษปกติเรียบร้อยแล้ว การรักษาอยู่ในจุดที่น่าพอใจ ตัวผู้ป่วยยังสื่อสารได้ปกติ ถึงแม้จะยังพูดไม่ค่อยชัด เรื่องการเดินยังไม่สามารถเดินได้ปกติ เพราะยังต้องทำกายภาพโดยการใช้เครื่องมือช่วยและการพยุง ส่วนการออกจากโรงพยาบาลยังไม่สามารถระบุได้ หลักๆ ตอนนี้ต้องทำกายภาพสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @thanya.wachi @bewachi&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16068</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรงกรรม, กายภาพ, คอนเสิร์ต, ช่อง 3, นาคี, ป่วย, ผู้กำกับ, หนองแขม, อู๋ ธนากร, อ๊อฟ พงษ์พัฒน์, เส้นเลือดฝอยในสมองตีบ, แดง ธัญญา, แถลงข่าว, โมโน, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f93025b683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>12 สารอาหารที่ผู้สูงอายุไม่ควรขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาด้านโภชนาการในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่พบบ่อย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ กระดูกบางพรุน โลหิตจาง น้ำหนักลด ความจำเสื่อม อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น พลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับ ผู้สูงอายุควรได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ คือ วันละ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี จากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ วันละ 3 มื้อ พอประมาณ และมีอาหารว่าง 2 มื้อ โดยทุกมื้อควรมีผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากอาหาร สารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ลิลลี่ ชัยสมพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คลินิกสุขภาพผู้สูงอายุนิวไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารที่ผู้สูงอายุไม่ควรขาดว่า มีอยู่ 12 ชนิดที่ลูกหลานหรือผู้ดูแลไม่ควรมองข้าม ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรตีน ผู้สูงอายุมีความต้องการโปรตีนประมาณ 1 กรัม/น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/วัน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อลีบ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนวันละ 60 กรัม โดยเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ดาว ดื่มนมพร่องมันเนย และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์โบไฮเดรต ควรรับประทานอาหารกลุ่มนี้ให้เพียงพอ เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ลูกเดือย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไขมัน ผู้สูงอายุต้องการพลังงานจากไขมันเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันจำเป็นและวิตามินที่ละลายในไขมันเพียงพอ ควรลดหรือจำกัดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ เนย น้ำมัน กะทิ ครีมเข้มข้น เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลเซียม แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและสร้างมวลกระดูกให้มีความหนาแน่น ผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยวไม่หวานจัด) ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น ฟองเต้าหู้) ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาข้าวสาร) ผักใบเขียวเข้ม ผักสีส้ม (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ใบยอ ฟักทอง แครอต)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กจะช่วยป้องกันภาวะซีด โลหิตจาง และอาการเหนื่อยง่าย อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์สีแดง (เช่น สันในหมู เนื้อวัว) ผักใบเขียว กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่วเขียว ถั่วแดง งาดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตามินซี ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และทำให้แผลหายเร็วขึ้น อาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บร็อกโคลี มันฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ มะม่วง สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง ส้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพแทสเซียม ทำหน้าที่รักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แหล่งอาหารที่มีโพแทสเซียม ได้แก่ กล้วย ส้ม ฝรั่ง ผลไม้แห้ง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บร็อกโคลี ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตามีนบี 12 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญมากต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง และเซลล์ระบบสมองและเส้นประสาท ถ้าขาดวิตามินบี 12 เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางและมีความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 12 ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด (เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู) ไข่ทั้งฟอง ปลา โยเกิร์ต เนยแข็ง นม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจ กระดูก แมกนีเซียมพบมากในเนื้อปลา ผักใบเขียว กล้วย และถั่วต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตามินเอ ช่วยรักษาสายตาของผู้สูงวัยไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งของวิตามินเอในอาหาร ได้แก่ ผักโขม แครอต มันเทศ ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยปกติร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เมื่อได้รับแสงแดด สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับแสงแดด ร่างกายอาจสร้างวิตามินดีได้ไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด และดื่มนมที่เสริมวิตามินดีเป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย วิตามินอีพบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา และน้ำมันสำหรับปรุงอาหารทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังกะสี ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการเบื่ออาหาร แหล่งอาหารที่มีสังกะสี ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไข่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ตามปกติ และป้องกันปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่อาจเกิดขึ้นได้ การบริโภคเส้นใยอาหารที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันร่างกายจากโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด ซึ่งอาหารที่มีเส้นใยสูงมักพบได้ในผัก ผลไม้ และถั่วเปลือกแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำ ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดหรือเลือกดื่มน้ำสมุนไพรไม่หวานจัดสลับกับน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว น้ำช่วยนำสารอาหารต่างๆ ไปยังอวัยวะภายในร่างกายและช่วยขับถ่ายของเสีย ทำให้รู้สึกสดชื่น ป้องกันอาการท้องผูก ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ควรดื่มน้ำก่อนที่รู้สึกกระหาย ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15876</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์โบไฮเดรต, คุณภาพชีวิต, ผู้สูงอายุ, พญ.ลิลลี่ ชัยสมพงษ์, แคลเซียม, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c0c4836bf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
