<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 06:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้นสุข R2R รพ. ป่าติ้วยโสธร   แตกหน่อ สุข ง่าย ใส งาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ผลงานกลุ่มผู้สูงวัย 60-80 ปีมในอาณาบริเวณโรงพยาบาลป่าติ้ว ยโสธร ที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่เป็นอัลไซเมอร์ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนผลิตสินค้าพื้นเมืองให้เป็นคลังความรู้ ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนรู้กิจกรรมต่อเนื่อง สุข ง่าย ใส งาม ช่วยกันทำงานอดิเรกผลิตเป็นสินค้าจำหน่าย พวงกุญแจหมอนขิด สบู่ชาร์โคล ทำพัดประดิษฐ์ ทอผ้าฝ้ายเป็นผ้าพันคอ ผ้าขาวม้า ถั่วคั่วทราย การปลูกแตงโม ทุกคนที่ได้ทำงานอย่างมีความสุข ภาคภูมิใจและทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธัญนันท์ ศรีชนะ หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพฯลฯ สมหญิง อุ้มบุญ พยาบาลวิชาชีพ ICN พยาบาลป้องกันการติดเชื้อ คำผิว วงษ์กล้า พนักงานศูนย์เปลนักพัฒนาคุณภาพ เป็นตัวแทนจาก รพ.ป่าติ้ว นำเสนอนิทรรศการและอธิบายผลงาน 1 ทศวรรษกับการพัฒนางานประจำด้วยงานวิจัยในโรงพยาบาลป่าติ้ว (R2R ป่าติ้ว สุข ง่าย ใส งาม) ให้ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาโครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย&amp;nbsp; ดร.ณัฏฐญา พัฒนะวาณิชนันท์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ และคีย์แมนสำคัญในกระทรวงสาธารณสุข ก่อนเข้าร่วมงานแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยวาทกรรมของ อ.นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล &amp;ldquo;คุยกันเล่น เห็นของจริง อิงวิจัย&amp;rdquo; ธัญนันท์ ศรีชนะ หัวหน้าพยาบาลริเริ่มจัดทำโครงการ R2R ในปี 2552 โดยมี ดร.นิภาพร ละครวงศ์พาเรียนรู้ สมหญิง อุ้มบุญ หัวหน้าหน่วยจ่ายกลางและซักฟอก ได้ชักชวนพนักงานในหน่วยจ่ายกลางและซักฟอกเข้ามาเรียนรู้ในขบวนการ&amp;nbsp; จากเดิมไม่เคยรู้ว่างานวิจัยเป็นอย่างไร เรียนรู้ด้วยการตั้งคำถาม รู้ปัญหาในหน้างานที่มีอยู่รอบตัว เรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการใหม่ๆ เรียนรู้การวัดและสรุปผลจากงานประจำสู่งานวิจัย ด้วยการส่งผลงานเข้าร่วมในปี 2553 ด้วยพลังปลุกปั้นจนได้รับรางวัลดีเด่น 2 รางวัลในปี 2554 เปลี่ยนวิธีคิด ให้คนหน้างานจากการมองเห็นปัญหาเป็นการมองเห็นโอกาสในการพัฒนา จึงชักชวนคนหน้างานให้เห็นความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำผิว วงษ์กล้า สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทำให้พยาบาลและวิชาชีพอื่นรู้สึกละอาย หันมาทำ R2R บ้าง ชวนนักวิชาการ ผู้มีความรู้รอบด้านมาช่วยพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์ ลดต้นทุน ลดขั้นตอนในทุกหน่วยงานเป็น &amp;ldquo;หนึ่งคน หนึ่งผลพัฒนางาน&amp;rdquo; ตามสไตล์ &amp;ldquo;R2R ป่าติ้วที่ สุข ง่าย ใส งาม&amp;rdquo; เป็นที่ศึกษาดูงาน รับเชิญเป็นวิทยากร และกรรมการคัดเลือกงานวิจัย เป็นความสุขเล็กๆ อิ่มใจในผลงาน เปลี่ยนทัศนคติคนหน้างานให้เป็น Knowledge worker พัฒนาเป็นองค์แห่งการเรียนรู้จนถึงทุกวันนี้ เพราะคนทำงานได้เห็นคุณค่าในงาน เห็นคุณค่าในตนเอง เกิดพลังสร้างสรรค์พัฒนาผลงาน ไม่หยุดนิ่ง ได้ขยายผลแนวคิด R2R สู่เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ บูรณาการงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ IC&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ เชื่อมโยงสู่ระบบสุขภาพอำเภอ DHS-PCA&amp;amp;FCT-CoC เป็นรางวัลประเภท Metal R2R ในปี 2559 ได้รับการถ่ายทำวีดิทัศน์เป็นครั้งที่ 2 เพื่อการเผยแพร่ในงาน R2R National Forum ที่ผสมผสานแนวคิด R2R แนบเนียนในงานประจำ ส่งผลห้โรงพยาบาลผ่านการรับรองการพัฒนาคุณภาพ HA ทุกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันทิศทางการขับเคลื่อนของเครือข่าย R2R ป่าติ้ว ได้เชื่อมโยงจากนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) นำประเด็นจาก Gap มาสู่คำถามการวิจัย R2R มีเป้าหมายนำไปสู่ผู้ป่วยปลอดภัย คนทำงานปลอดภัย ไร้ความเสี่ยง วิเคราะห์ Gap เชิงระบบเชื่อมมาสู่การใช้เครื่องมือ Meta R2R มาบูรณาการเป็นกลไกขับเคลื่อน พัฒนาคน พัฒนางาน ก้าวผ่านมาถึงปีที่ 10 หนึ่งทศวรรษกับการพัฒนางานประจำด้วยงานวิจัยในโรงพยาบาลป่าติ้ว&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รพ.ปทุมธานี : พี่ช่วยน้องพัฒนาระบบการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;แม่ตกเลือดหลังคลอดลดภาวะแทรกซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาวะตกเลือดหลังคลอดของแม่เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของสตรีคลอดบุตรทั่วโลก รวมทั้งเมืองไทย จ.ปทุมธานี ในปี 2555-2556 และ 2558 พบว่ามีมารดาตกเลือดหลังคลอดเสียชีวิตในโรงพยาบาลชุมชนปีละ 1 ราย เป็นความสูญเสียที่ร้ายแรงกับผู้ป่วยและญาติรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ห้องคลอด รพ.ปทุมธานี ซึ่งเป็น รพ.แม่ข่าย จึงคิดพัฒนาระบบการดูแลผู้คลอดให้กับ รพ.ชุมชนทุกแห่ง ใช้แนวคิดทฤษฎีระบบและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการพัฒนาหลายวงรอบตามสภาพปัญหาที่ได้จากการร่วมกันวิเคราะห์ การขาดแคลนด้านอัตรากำลัง การขาดความรู้ทักษะนการเผชิญภาวะวิกฤติฉุกเฉินจากการตกเลือดหลังคลอด และขาดผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษา ความไม่พร้อมของเครื่องมือช่วยชีวิต ยา คลังเลือด รวมถึงขาดแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย อาศัยความจริงใจและช่วยเหลือในฐานะพี่ช่วยน้อง เมื่อพบปัญหาและอุปสรรคในงาน จะนำปัญหาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ MCH Board เพื่อออกเป็นนโยบายผลักดันให้เกิดการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันทุกโรงพยาบาล การ Stock เลือดที่จำเป็น รวมถึงการขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาล ทบวง มหาวิทยาลัย ในรับดูแลคนไข้คลอดที่มีภาวะวิกฤติฉุกเฉินขณะส่งต่อ ส่งผลให้การพัฒนาดำเนินไปอย่างราบรื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งให้การดูแลผู้คลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ถุงตวงเลือดเพื่อประเมินการเสียเลือดใช้แนวทางการรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอดทุกโรงพยาบาลสำรองเลือดและยาไว้ใช้ บุคลากรมีความรู้ทักษะในการดูแลผู้คลอดและให้การดูแลมารดาที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จัดเตรียมความพร้อมของทีมอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน มีระบบการให้คำปรึกษาช่วยเหลือกัน เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน อัตราการตกเลือดหลังคลอดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตราการเกิดภาวะช็อกจากการตกเลือดลดลงมาก ไม่มีมารดาเสียชีวิตจากการตกเลือดหลังคลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาเชิงระบบได้รับความร่วมมือและยอมรับจากทุกฝ่าย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาระดับจังหวัด โรงพยาบาลจังหวัดต้องช่วยกันดูแล โรงพยาบาลชุมชนเนื่องจากมีความพร้อมและศักยภาพมากกว่า โรงพยาบาลชุมชนต้องพร้อมที่จะพิจารณาตนเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหาร คณะกรรมการ MCH Board ผลักดันนโยบายลงสู่ผู้ปฏิบัติ สูติแพทย์ ช่วยให้ความรู้และเขียน Order รับผิดชอบส่งต่อให้โรงพยาบาลชุมชนนำไปใช้ พยาบาลห้องคลอดจังหวัดช่วยฝึกทักษะการดูแลผู้คลอดให้กับพยาบาลห้องคลอด โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งเกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลังจนเกิดการทำงานกันเป็นทีม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสามโก้ อ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้บริการทันตกรรมเด็กก่อนวัยเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การให้บริการทันตกรรมในเด็กก่อนวัยเรียนพบปัญหาในการให้บริการทันตกรรม เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาต่อต้านในการให้บริการทางทันตกรรมด้วยการแสดงออก ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ร้องไห้ ผลักไส ไม่อ้าปาก ไม่ยอมให้เข้าใกล้ ส่วนเด็กที่สามารถรับบริการทันตกรรมได้สำเร็จนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน การปฏิบัติงานเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องสูญเสียทรัพยากรมากกว่าการให้บริการที่ได้รับความร่วมมือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นการให้บริการทำฟันที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เด็กก่อนวัยเรียนมีความมั่นใจ ว่าการรับบริการทางทันตกรรมไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว จำเป็นต้องสร้างให้เด็กก่อนวัยเรียนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือ ทันตบุคลากร เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ รับรู้ มั่นใจ ถ้าเด็กก่อนวัยเรียนมีโอกาสได้แตะต้อง หรือสัมผัสการรับบริการทางทันตกรรมด้วยวิธีการค่อยเป็นค่อยไป ได้ทำตามแบบอย่างพฤติกรรมที่กล้าหาญของผู้อื่น ได้รับเหตุผลและให้คำชมเชย เด็กก่อนวัยเรียนจะลดความกลัวต่อการรับบริการทางทันตกรรมลงได้ หากเด็กได้รับประสบการณ์ในการทำฟันที่ดีจะส่งผลให้เด็กเกิดความเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือต่อการรับบริการทางทันตกรรมในครั้งต่อไป&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กก่อนวัยเรียนเข้าห้องทันตกรรมได้โดยลำพัง นั่งเก้าอี้ทันกรรม อ้าปากขัดฟันได้ เคลือบฟลูออไรด์ได้จนสำเร็จ เด็กให้ความร่วมมืออย่างดี ใช้เวลาให้บริการทันตกรรมลดลง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เด็กก่อนวัยเรียนมีทัศนคติที่ดีขึ้นในการรับบริการทางทันตกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างประสบการณ์ตรงให้กับเด็กก่อนวัยเรียน ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากพบปัญหาก็แก้ไขปัญหาหน้างาน ปัจจัยความสำเร็จด้วยความร่วมมือร่วมใจของทีมงานฝ่ายทันตกรรมทุกคน เจ้าหน้าที่ใน รพ.สามโก้ ผู้ปกครอง ครูพี่เลี้ยงเด็กที่ให้ความร่วมมือในการศึกษาเป็นอย่างดี รวมทั้งทีมงาน R2R สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทองที่สนับสนุนด้านงบประมาณและวิชาการ รวมทั้งการให้คำแนะนำตลอดการศึกษาครั้งนี้&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รพ.ท่าวังผา จ.น่าน &amp;ldquo;หมอตึงดูแลเฮาดีแต้ละ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัฒนาระบบบริหารยาให้ผู้ป่วยใช้ยาถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2553 รพ.ท่าวังผา จ.น่าน มีปัญหาใช้ยาไม่สมเหตุสมผล ร้อยละ 57 ในกลุ่มผู้ป่วยระบบติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โรคท้องร่วงเฉียบพลันและแผลเลือดออก พบผู้ป่วยดื้อยาปฏิชีวนะร้อยละ 5.5 พบปัญหาใช้ยาไม่ถูกต้องตามคำสั่งในกลุ่มผู้สูงอายุและอ่านหนังสือไม่ออกจำนวน 48 ราย ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและกับมารักษาซ้ำใน รพ.มีมูลค่ายาดีที่ยาเหลือใช้ในกลุ่มผู้ป่วย NCD มูลค่า 923,969.16 บาท/ปี เป็นมูลค่าที่สูงและมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของ รพ. ส่งผลให้การรักษาไม่ประสบความสำเร็จ การส่งเสริมการใช้ยาที่ถูกต้องอย่างสมเหตุสมผล การให้คำปรึกษาด้านยา การพัฒนาอุปกรณ์ช่วยในการรับประทานยา การจัดยากับยาเหลือใช้และการจัดการรายกรณี ส่งเสริมให้การรักษาด้วยยาเป็นไปตามแผนการรักษาที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ป่วยสูงอายุและอ่านหนังสือไม่ออกสามารถทานยาเองได้ถูกต้อง การใช้ยาพ่นสูดในผู้ป่วยโรคหืดและ COPD การบริบาลทางเภสัชทำให้ผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินได้ถูกต้อง และลดการใช้ยาไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นได้ มูลค่ายาดีเหลือใช้ลดลงจาก 923,969.16 บาท เหลือเพียง 645,754.41 บาท ขณะนี้ขยายผลไปสู่ รพ.อื่นใน จ.น่าน และมี รพ.หลายแห่งเข้ามาดูดงาน สสจ.นครสวรรค์&amp;nbsp; สสจ.พะเยา และมีการเผยแพร่ในเวทีวิชาการระดับประเทศ คนไข้ประทับใจ &amp;ldquo;หมอตึงดูแลเฮาดีแต้ละ&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.จับมือสถาบันประสาทวิทยา เครือข่ายพุทธิกา ชี้ทำบุญได้ด้วยแรงกาย แรงใจ ไม่ต้องใช้เงิน ชวนชาวพุทธสร้างพลังแห่งความดีผ่านงานจิตอาสา มุ่งสู่วิถีฉลาดทำบุญเพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันประสาทวิทยา ร่วมกับเครือข่ายพุทธิกา และสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดกิจกรรมเปิดตัว &amp;ldquo;โครงการวิถีฉลาดทำบุญเพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอแนวคิดเรื่องการสร้างสังคมแห่งการให้ เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องบุญในพระพุทธศาสนา ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;ชิมลองจิตอาสา&amp;rdquo; รับรู้แนวคิดการแบ่งปันผ่านร้าน &amp;ldquo;ปันกันอิ่ม&amp;rdquo; ให้ธรรมะผ่านร้านหนังสือ &amp;ldquo;หนุนปัญญา&amp;rdquo; ภายในงานมีการเสวนา &amp;ldquo;ชีวิตเปลี่ยนสังคม&amp;rdquo; และฟังธรรมบรรยายให้ข้อคิดเรื่องฉลาดทำบุญกับการทำงานอาสาสมัครที่ทำแล้วใจเป็นสุขและเกิดประโยชน์ต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา กล่าวว่า การทำบุญตามหลักพระพุทธศาสนาไม่ได้มีแค่การทำทาน แต่ยังรวมถึงการเสียสละเวลา แรงกาย น้ำใจ ความรู้ ความสามารถ ความเอื้ออาทรให้แก่ผู้อื่น และผู้รับก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพระสงฆ์ หรือที่วัดเท่านั้น แต่ยังสามารถให้แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ว่าคน สัตว์ หรือแม้แต่การช่วยฟื้นฟูธรรมชาติที่เสื่อมโทรม อาทิ สถานสงเคราะห์ องค์กรมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร องค์กรการกุศล สถาบันการศึกษา รวมถึงโรงพยาบาล ซึ่งโครงการมีพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อรองรับจิตอาสา 2 แห่ง คือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสถาบันประสาทวิทยา หวังว่าจะเป็นพื้นที่ตัวอย่างการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการจิตอาสาเป็นฐานในการสร้างองค์กรสุขภาวะ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการให้ มีปีติอิ่มใจ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ยิ่งมีความสุข ซึ่งเกิดจากมีปัญญาประกอบเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า นับเป็นโอกาสในการส่งเสริมวิถีสุขภาวะผ่านกิจกรรมอาสาสมัคร ซึ่งถือเป็นช่องทางหลัก (pathway) ของการพัฒนาสุขภาวะ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจและวิสัยทัศน์ของแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส.ที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้สังคมไทยมีสุขภาวะ โดยเฉพาะการมีสุขภาวะทางจิตวิญญาณ นำสู่การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า &amp;ldquo;โครงการวิถีฉลาดทำบุญเพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม&amp;rdquo; เน้นการทำบุญเพื่อพัฒนาคุณธรรมในจิตใจคน และเชื่อมโยงมิติทางสังคมโดยเปิดให้ร่วมแบ่งปันเวลา ทรัพย์สิน หรือความใส่ใจต่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ในสังคม ให้ได้เรียนรู้ความสุขจากการให้ และนำไปสู่การเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิด พฤติกรรม เกิดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม รวมทั้งจะช่วยขัดเกลาความเห็นแก่ตัว และการเสพติดความสุขจากวัตถุ กิจกรรมจิตอาสา ซึ่งเป็น 1 ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ไวยาวัจมัย&amp;rdquo; คือการทำบุญด้วยการขวนขวายรับใช้ โดยผู้อาสาเข้าร่วมจะได้ทำงานอาสา อาทิ ถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน ทำอาหารแบ่งปัน พัฒนาสื่อเพื่อผู้ป่วยและญาติ ศิลปะเด็ก โดยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ตัวอย่างแห่งการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการจิตอาสาเป็นฐานในการสร้างองค์กรสุขภาวะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.ไพรัตน์ แสงดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า กิจกรรม &amp;ldquo;ฉลาดทำบุญ วิถีสร้างสุข&amp;rdquo; วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการปลุกเร้าพลังแห่งความดีผ่านกระบวนการจิตอาสา เพื่อเป็นพื้นที่ตัวอย่างการเรียนรู้เรื่องการทำบุญรูปแบบใหม่ในสังคมไทย อันจะนำไปสู่สังคมแห่งการแบ่งปันอย่างกว้างขวางในอนาคต.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นสุข R2R, ธัญนันท์ ศรีชนะ, ยโสธร, โรงพยาบาลป่าติ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88ad27cfd4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
