<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนผนึกกำลังจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบางนาตราด กม.5  รับผู้ป่วยได้ 450 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบที่ 3 ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยล้น จนเตียงในโรงพยาบาลทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ รับผู้ป่วยเต็มหมด ซึ่งภาครัฐก็ได้เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และได้พยายามขยายงานในการให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จึงได้จับมือกับภาคเอกชนและมูลนิธิ เพื่อก่อตั้งโครงการโรงพยาบาลสนามที่ได้มาตรฐานตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลสนาม ได้แก่ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์, MQDC, อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค, ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล&amp;nbsp; และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์ และมูลนิธิพุทธรักษา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแต่ละภาคีเครือข่ายได้ร่วมมือกันด้านการก่อสร้าง ด้านระบบปรับอากาศ การบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดในศูนย์และสภาพแวดล้อมโดยรวม และด้านการจัดส่งทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อการดูแลรักษา และสาธารณสุขให้กับผู้ป่วย ขณะที่มูลนิธิที่เข้ามาร่วมเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ มูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์ และมูลนิธิพุทธรักษา จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาลสนามดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ซอยวัดปลัดเปรียง ถนนบางนาตราด กม.5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยตัวโรงพยาบาลจะเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ ติดระบบปรับอากาศ และระบบการระบายอากาศ ที่ปลอดภัยทั้งภายในโรงพยาบาล และภายนอก จำนวน 6 เต็นท์ผู้ป่วย รวม 450 เตียง โดยจะรับผู้ป่วยสีเขียว และสีเหลืองอ่อน และมีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รองรับสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น โดยโรงพยาบาลได้ขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มเติม สำหรับผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามว่า นับเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนได้ร่วมมือกัน โดยมีเทศบาลตำบลบางแก้ว และทางจังหวัดสมุทรปราการ ให้การสนับสนุนตามข้อกำหนดทางภาครัฐในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่หนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลสนาม เพียง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที และมีการสนับสนุนบุคลากรการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ อีก 11&amp;nbsp; สาขาร่วมมือด้วย ทั้งด้านเครื่องมือและบุคลากรการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาด โดยติดตามอาการของคนไข้ผ่านระบบ TeleHealth อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลในปัจจุบันใกล้เต็มศักยภาพการรองรับ เช่นเดียวกับฮอสพิเทล &amp;nbsp;3 แห่งอีกรวม 400 เตียงที่มีอัตราครองเตียงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา และยังมีการพักรักษาตัวโดยแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ตามเกณฑ์ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง(สีเขียว) อีกหลายร้อยคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยความร่วมมือภาคเอกชนเป็นแห่งแรก และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยชุมชนสังคมในและนอกพื้นที่แล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้การตรวจค้นหาเชิงรุกของโรงพยาบาลเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ในการแยกผู้ป่วยไม่มีอาการ หรืออาการน้อยออกมารักษาที่โรงพยาบาลสนาม หากมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือทรุดลงจะดำเนินการรับตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลทันที ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีการลงทุนขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มขึ้นอีก 60 ห้อง รวมเป็น 85 ห้อง&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการรองรับการขยายโรงพยาบาลสนามในกรณีที่ผู้ป่วยอาการทรุดลง และต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จะสามารถดูแลรักษาและรองรับผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า ในด้านการก่อสร้างลักษณะของอาคารเป็นโครงสร้างประกอบ เพื่อทำให้สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว&amp;nbsp; ภายในจะมีการเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพ ทั้งของผู้ป่วย และบุคลากรสนับสนุนในโรงพยาบาลสนาม อาทิ ใช้สีแบ่งโซนการใช้งานอย่างชัดเจน&amp;nbsp; เช่น โซนแดง คือโซนผู้ป่วย โซนเขียว โซนปลอดภัย สำหรับกลุ่มบุคลากร ในช่วงพักผ่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากบริษัทก่อสร้างชั้นนำที่ได้มาตรฐาน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเรา อาทิ สี่พระยาก่อสร้าง วิศวภัทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; การแบ่งพื้นที่ใช้สอยหลักเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวน 450 เตียง แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 225 เตียง ผู้ป่วยหญิง 225 เตียง &amp;nbsp;เน้นรับผู้ป่วยสีเขียวเป็นหลัก&amp;nbsp; และได้แบ่งพื้นที่ ไว้รองรับสำหรับผู้ป่วยระดับสีเหลืองอ่อนจำนวน&amp;nbsp; 20 เตียง พร้อมทั้งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ระบบ oxygen ได้จัดเครื่องช่วยหายใจ ไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก และมีอาการเชื้อลงปอด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จัดให้มีหุ่นยนต์ส่งของ &amp;ldquo;ปิ่นโต&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลต่างๆ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดนี้ จำนวน 12 ตัว ทำหน้าที่รับส่งยา อาหาร เครื่องดื่ม และพัสดุจำเป็นใดๆแก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีการนำระบบการสื่อสารทางไกลระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย &amp;ldquo;ไข่ต้ม Hospital&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นระบบ telemedicine ที่พัฒนาโดยบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น มาช่วยในการสื่อสารและติดตามอาการผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงของบุคคลากร&amp;nbsp; ประหยัดการใช้อุปกรณ์ป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อตั้งโรงพยาบาลสนาม, โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610264f9518b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคโนโลยีผ่ากระดูกสันหลัง ช่วยดูแลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยมีจำนวนประชากรเฉลี่ยมีอายุยืนยาวขึ้น และกำลังเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ล่าสุดได้มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า หรือปี พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว โดยตัวเลขประชากรไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า จากปี 2563 ที่มีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 36.5 ล้านคน ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Healthcare จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคภัยต่างๆ ที่มีสาเหตุสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ&amp;rdquo; เป็นโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งที่เตรียมพร้อมให้บริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุเช่นกัน โดยล่าสุดได้จับมือกับ &amp;ldquo;บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก&amp;rdquo; หนึ่งในพันธมิตรชั้นนำในการเปิด &amp;ldquo;ศูนย์กระดูกสันหลัง Absolute Spine Care&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพก Joint Surgery Center&amp;rdquo; อย่างเป็นทางการ บริการรักษาเฉพาะทางแก่ผู้มีปัญหากระดูกสันหลัง ข้อเข่าและข้อสะโพก มีจุดเด่นในการรักษาด้วยเทคโนโลยีทันสมัยโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรัญญ์ เทียนส่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ในการให้บริบาลทางการแพทย์ในประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Joint Operation ในเรื่องเงินทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและรายได้ มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน ในส่วนของแพทย์ มีการจัดทีมแพทย์เฉพาะทาง โดยให้การรักษาตามแนวทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แต่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการตามมาตรฐานของโรงพยาบาลพันธมิตร เป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาลพันธมิตรได้เข้าถึงการรักษาที่ดี ในราคาที่สอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลพันธมิตร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวถึงโมเดลความร่วมมือในครั้งนี้ว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันศูนย์ Absolute Spine Care โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางกว่า 15 ท่าน ทำงานร่วมกันเป็นทีม มีทั้งศัลยแพทย์และแพทย์ผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคกระดูกสันหลัง ร่วมกันวางแผนการรักษากับผู้ป่วยให้เหมาะสมกับระดับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแนวทางการรักษาจะมีทั้งการรักษาแบบ Intervention ด้วยการฉีดยา การใช้คลื่นวิทยุ และการใช้เลเซอร์เข้ากระดูกสันหลัง ไปจนถึงการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบ Endoscopic Surgery ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปแผลเล็กกว่า 1 ซม. มีข้อดีคือผู้ป่วยจะมีอาการปวดแผลจากการผ่าตัดน้อย มีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดีที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้เร็วสามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีผู้ป่วยเพียง 10% เท่านั้นที่อาการรุนแรงและต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด โดยจะต้องเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ร่วมกันและเป็นไปตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน &amp;ldquo;นพ.วีระพันธ์ ควรทรงธรรม&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ และผู้อำนวยการศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;ศูนย์ Joint Surgery Center มีผู้ป่วยมารักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในจำนวนดังกล่าวมีทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าและข้อสะโพก และกลุ่มคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยให้ความไว้วางใจและมีความมั่นใจในการผ่าตัดมากยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยตามแนวทางการรักษาของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุม อาทิ ปวดเข่า ปวดสะโพก เรื้อรัง ข้อฝืด ติดขัด โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม และการผ่าตัดส่องกล้องข้อ เป็นต้น รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การผ่าตัด ข้อแบบแผลเล็ก, การผ่าตัดด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถี ซึ่งจะช่วยในการวางตำแหน่งข้อเทียมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงมีการวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วยเป็นรายบุคคลได้&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79677</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.วรัญญ์ เทียนส่ง, นพ.วีระพันธ์ ควรทรงธรรม, สมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย, โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c5cac7c382.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
