<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมแพทย์ชนบทตรวจโควิดชุมชนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลวันสุดท้าย ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย หนูน้อยกลัวสำลีแยงจมูก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องช่วยกันปล้ำ (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์เชียงรายตรวจโควิดถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ออกมาจุดตรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทปิดปฏิบัติการตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวันสุดท้าย &amp;ldquo;ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยเปิดจุดตรวจวันนี้ 26 จุด&amp;nbsp; รองรับผู้ตรวจประมาณ 50,000 ราย&amp;nbsp; คาดพบผู้ติดเชื้อ 5,000 ราย&amp;nbsp; โดยจะแจกยาและให้การรักษาทันที &amp;nbsp;เพื่อลดภาวะเตียงล้น-บุคลากรรองรับไม่พอ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.เตรียมระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง&amp;nbsp; จัดเตรียมยาสมุนไพรสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ชมรมแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศระดมกำลังประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กว่า&amp;nbsp; 40 ทีม&amp;nbsp; เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกครั้งที่ 3 ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม&amp;nbsp; ตั้งเป้าเปิดจุดตรวจทั้งหมด 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนได้ประมาณ 300 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 250,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดจุดตรวจที่ พอช.รองรับประชาชน 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ (10 สิงหาคม)&amp;nbsp; เป็นการตรวจวันสุดท้าย&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ปิดแผนปฏิบัติการวันนี้ &amp;nbsp;วันสุดท้าย กู้ภัยโควิดกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ปักหลัก 26 จุดตรวจ &amp;nbsp;กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รวมปริมณฑล จังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการอีก 2 จุดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายตรวจคัดกรอง 5 หมื่นราย &amp;nbsp;คาดหมายว่าจะพบผู้ติดเชื้อ 5 พันราย &amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;แต่ละจุดตรวจวันนี้เปิดรับประชาชนในชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ Walk-in เข้ามาขอตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะตรวจให้กับทุกคน &amp;nbsp;เพราะเรามาเพื่อตรวจคัดแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; ทุกทีมกำลังขนสัมภาระ &amp;nbsp;ล้อหมุนไปยังพื้นที่จุดหมาย &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 6.30 น.&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;เปิดยุทธการ&amp;nbsp; ทิ้งทวน&amp;nbsp; วันสุดท้าย&amp;nbsp; ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมาลงทะเบียนตรวจโควิดที่ พอช. ตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทมาเปิดบริการจุดตรวจ&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรและนครสวรรค์ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 16 คนร่วมเป็นทีมตรวจ&amp;nbsp; มีอาสาสมัครจาก พอช. ประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนการตรวจของทีมแพทย์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลงทะเบียนผู้ตรวจ&amp;nbsp; จัดคิว&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทได้มาเยี่ยมจุดตรวจที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมจุดตรวจที่ พอช.&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร พอช.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ดับไฟที่ต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้วร้อยละ 10.8 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;วัชรนุกูลเกียรติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp; ซึ่งยกทีมจำนวน 36 คนมาตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ทั้งหมดจะใช้ชุดตรวจ Rapid &amp;nbsp;Antigen Test &amp;nbsp;Kit &amp;nbsp;(ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว) สามารถรู้ผลตรวจแต่ละคนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคนที่มีผลเป็นลบ &amp;nbsp;แพทย์จะให้กลับบ้านได้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผู้ที่มีผลบวกให้รอตรวจ RT-PCR อีกครั้ง&amp;nbsp; เพื่อยืนยันผลตรวจ&amp;nbsp; หากผลติดเชื้อแน่นอน&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการรักษาแบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจ่ายยารักษาเบื้องต้นตามอาการที่พบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวก จะได้รับยาฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;หรือฟาวิพิราเวียร์ตามอาการที่พบมากน้อยจากการวินิจฉัย &amp;nbsp;และเชื้อจากการสวอปเพื่อตรวจ RT- PCR ของทุกทีมจะถูกรวบรวมส่งไปตรวจที่แล็ปของ รพ.มหาราชนครราชสีมาวันละ 3&amp;nbsp; รอบ ซึ่งจะรู้ผลภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อสามารถเข้าไปดูผลได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางชุมชนที่มีความคับแคบ&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปตรวจให้แก่ผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วย &amp;nbsp;(ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการบุกกรุง 5&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-8&amp;nbsp; สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองด้วย ATK ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 96,087&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;พบผลบวก 10,357 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 10.8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่มีผลบวกเก็บตัวอย่างส่ง RT-pcr 9,790 ราย&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 94.5&amp;nbsp; ผลตรวจ RT-pcr ยืนยันตรงกัน &amp;nbsp;มีผลบวกลวงเพียงร้อยละ&amp;nbsp; 0.55&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเมินระดับความรุนแรง &amp;nbsp;แดง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 2.5 &amp;nbsp;เหลือง &amp;nbsp;ร้อยละ &amp;nbsp;27.3&amp;nbsp; และ เขียว&amp;nbsp; ร้อยละ 70.2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์ให้การรักษาโดยจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;4,792 ราย (รวม 239, 600 เม็ด) คิดเป็นร้อยละ 46.3 ของผู้ที่ตรวจพบเชื้อให้ผลบวก &amp;nbsp;และให้การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;เข็มแรก &amp;nbsp;จำนวน 3,047 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการบุกกรุงครั้งที่ 3 ของชมรมแพทย์ชนบทครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจทั้งหมด 250,000 ราย&amp;nbsp; ประเมินว่าผลบวกจะอยู่ที่ประมาณ 10-15% &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยาฟาร์วิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; ยังเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรุงเทพฯ คือต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกลามไปถึงทุกจังหวัด&amp;nbsp; จึงต้องมาช่วยดับไฟโควิดที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อปลุกเจ้าของพื้นที่ให้ลุกตื่นขึ้นมาจัดการดับไฟให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้รัฐบาลได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 29 จังหวัด ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ จัดทำโครงการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งบประมาณเบื้องต้น 30 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนแล้ว จำนวน &amp;nbsp;50&amp;nbsp; เครือข่ายเขต/เมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;416 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; ผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp; 83,574ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบสนับสนุนรวม &amp;nbsp;18,650,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการระดับเครือข่ายเมือง/เขต &amp;nbsp;5 ล้านบาทโครงการระดับชุมชน 11.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;ถุงยังชีพแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และล่าสุดจากการประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่าสิ่งที่ชุมชนต้องการเร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้&amp;nbsp; คือ 1.จัดตั้งครัวกลางหรือศูนย์อาหารชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้บริการทั้งแบบทำอาหารรายวัน &amp;nbsp;แจกจ่ายของแห้งกลับบ้าน &amp;nbsp;หรือตั้งคลังอาหารให้สมาชิกในชุมชนมาเบิกอาหารไปปรุงเอง&amp;nbsp; 2. จัดหายาสมุนไพรรักษาโควิดให้ชุมชนให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด (ประมาณเบื้องต้นชุดละ 500 บาท/คน &amp;nbsp;สำหรับยา&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ตำรับ&amp;nbsp; กินยา&amp;nbsp; 5วัน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายชุมชนในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ส่งสมุนไพรเพื่อใช้อบตัวหรือต้มสูดดมเพื่อช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จัดหายาสมุนไพรสำหรับรักษาเด็กที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; (หมอสมุนไพรแนะนำยาเขียวหอม แคปซูลละ 4 บาท) 4.ประสานงานกับสำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และ สปสช. &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำ Home isolation และ Community isolation&amp;nbsp; 5.รณรงค์ให้มีการบริจาคยาและเงินช่วยเหลือการจัดการโควิดของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.จัดหาชุด ppe &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทพอช. 1.การประสานหน่วยงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อระดมเงินและข้าวของช่วยเหลือครัวต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ประสานเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ชนบทเพื่อซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp; ผัก สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำส่งครัวชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สช. ใช้ &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; ปลุกเครือข่ายสมัชชาสุขภาพรับมือโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากข้อเสนอจากผู้นำชุมชนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าประเทศอยู่ระหว่างวิกฤต &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ได้ทะลุ 2 หมื่นคน &amp;nbsp;เสียชีวิตมากกว่าวันละ 200 ราย&amp;nbsp; และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกำลังเดินหน้าสู่ 1 ล้านคนในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าสถิติจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า หากพิจารณาสถานการณ์การระบาด&amp;nbsp; จะพบว่าเชื้อโควิด-19 ได้ขยายออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;กระจายตัวจนใกล้เป็น &amp;ldquo;วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่&amp;rdquo; ทั่วประเทศไปแล้ว &amp;nbsp;และจากตัวเลขประชาชนที่ทยอยเดินทางออกจาก กทม. กลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามนโยบายส่งกลับผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเตียงของโรงพยาบาลใน กทม. เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์การติดเชื้อของแต่ละจังหวัดจะไม่ต่างจาก กทม. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำว่า เป้าหมายและกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ระลอก 4 จะอยู่ที่ตำบลและชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการดูแลรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation&amp;nbsp;และศูนย์พักรักษาที่ชุมชน หรือ Community Isolation &amp;nbsp;ที่จัดการโดยประชาชนในพื้นที่ จะเป็นระบบบริการหลัก &amp;nbsp;และมีจังหวัด &amp;nbsp;อำเภอเป็นฐานอำนวยการ &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;และรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก &amp;nbsp;รวมทั้งมีพระและวัดเป็นที่พึ่งด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom ของ สช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;มีตัวอย่างพลังภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และจิตอาสาของจังหวัดนครปฐม ได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายก อบจ. เกิดมาตรการของชาวนครปฐม &amp;nbsp;จนเป็นต้นแบบการจัดระบบการจัดการโควิด-19 ระดับจังหวัด &amp;nbsp;เกิดเป็น &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp;ที่มีรูปธรรมการจัดการ&amp;nbsp;กิจกรรม และนวัตกรรมทางสังคมระดับพื้นที่ที่หลากหลาย โดยล่าสุด 4จังหวัดภาคอีสาน คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ &amp;nbsp;บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือ นครชัยบุรินทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;และ 5 จังหวัดของ กขป. เขต 10 คือ อุบลราชธานี &amp;nbsp;ศรีสะเกษ &amp;nbsp;ยโสธร &amp;nbsp;มุกดาหาร &amp;nbsp;และอำนาจเจริญ ได้นำโมเดลดังกล่าวไปต่อยอดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และแกนนำสมัชชาสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากถอดบทเรียนเรื่องมาตรการของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ จาก &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ประจำจังหวัด &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่ง จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีตัวอย่างจาก &amp;lsquo;กองทุนลมหายใจ&amp;rsquo; ของ จ.นครปฐม &amp;nbsp;3. การบริหารสิ่งสนับสนุนทั้งทางการแพทย์และทางสังคมเข้าไปสู่ HI และ CI ในชุมชนพื้นที่ &amp;nbsp;และ 4.การสร้างและพัฒนาทักษะการจัดการ HI และ CI ของแกนนำ และอาสาสมัครในชุมชน ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ใช้วัดเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;นอกจากมาตรการของภาคประชาชนแล้ว &amp;nbsp;บทบาทของพระสงฆ์และวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่มีความสำคัญมากในการเป็น &amp;lsquo;ผู้นำชุมชน และสถานที่พักพิง&amp;rsquo; รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ &amp;nbsp;ดังที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้แสดงพระธรรมเทศนา ไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีเนื้อตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ทุกภาคส่วนล้วนนำเอาความดีและความเชี่ยวชาญมารวมเป็นพลังสำคัญช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;คณะสงฆ์ได้จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราชฯ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยสีเขียว &amp;nbsp;คณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล &amp;nbsp;ร่วมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเพื่อรองรับและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.สรุปในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; มีหลายพื้นที่ที่วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เช่น &amp;nbsp;1.การดูแลด้านสุขภาพกันเองของพระสงฆ์ และการร่วมดูแลชุมชน&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้ง CI ซึ่งเป็นได้ทั้ง CI ของพระด้วยกันเอง &amp;nbsp;หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นฐานเพื่อจัดตั้ง CI ของชุมชน&amp;nbsp; 3. การระดมปัจจัยและสิ่งสนับสนุนในพื้นที่&amp;nbsp; 4. การช่วยเหลือญาติโยมในช่วงท้ายของชีวิต และการ &amp;ldquo;ปลุก-ปลอบ&amp;rdquo; เยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจิตวิญญาณ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทจากทั้งหมดประมาณ 400 คนที่มาบุกกรุงครั้งที่ 3 (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว, Home Isolation, Rapid  Antigen Test  Kit, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จัดตั้งครัวกลาง, ชมรมแพทย์ชนบท, ดับไฟที่ต้นทาง, ตรวจโควิดชุมชน, ทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด, นครปฐมโมเดล, นครสวรรค์, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ, นายปฏิภาณ  จุมผา, บุคลากรรองรับไม่พอ, พอช., พิจิตร, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฟ้าทะลายโจร, ลดภาวะเตียงล้น, วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมุนไพรสู้โควิด, สสจ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ไม่เสร็จ  ไม่เลิก  ไม่หมด  ไม่กลับ  กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611252397a508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกชุมชนคลองเตยตั้งเป้าตรวจโควิดอีก 4,000 คน ‘หมอสันต์’ เสนอผู้ว่า กทม.ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย-แยกผู้ติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวชุมชนคลองเตยเดินทางมาตรวจโควิดที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / แพทย์ชนบทลุยตรวจโควิดชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เป็นวันที่ 2 รวม 21 จุดตรวจ&amp;nbsp; ผู้รับการตรวจ23,300 คน&amp;nbsp; ส่วนที่ชุมชนคลองเตยสถานการณ์การติดเชื้อโควิดยังรุนแรง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ครูประทีป&amp;rsquo; เผย&amp;nbsp; แม้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 50,000 คน&amp;nbsp; แต่ยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อที่ศูนย์พักคอยวัดสะพาน 4,000 คน&amp;nbsp; กักตัวในบ้านอีก 500 หลัง&amp;nbsp; &amp;lsquo;หมอสันต์&amp;rsquo; เสนอผู้ว่า กทม.เปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชนและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทนำทีมโดย นพ.สุภัทร&amp;nbsp; ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมฯ ได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในต่างจังหวัด&amp;nbsp; เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; เป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจะมีทีมตรวจหาเชื้อทั้งหมดกว่า 40 ทีมๆ ละ 8-10 คน &amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กระจายลงจุดตรวจตามชุมชนและสถานที่ต่างๆ ตั้งเป้าตรวจวันละ 30 จุดๆ 1,000 คน&amp;nbsp; หรือวันละ 30,000 คน&amp;nbsp; รวม 7 วันจะสามารถตรวจได้ทั้งหมดประมาณ 210,000 คน&amp;nbsp; และการตรวจ Walk in&amp;nbsp; จากทีมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกประมาณ 35,000 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมผู้ได้รับการตรวจทั้งหมดประมาณ 250,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเดิมตรวจโควิดวันแรกกว่า 20 จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม) เป็นวันแรก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมกว่า 20 จุด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วัดไผ่เงิน&amp;nbsp; เขตบางคอแหลม&amp;nbsp; วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ &amp;nbsp;บ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; วัดวงษ์ลาภาราม&amp;nbsp; เขตหนองแขม&amp;nbsp;&amp;nbsp; มัสยิดอัดตั๊กวา&amp;nbsp; เขตมีนบุรี&amp;nbsp; สุเหร่าแบนใหญ่&amp;nbsp; เขตหนองจอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; วัดคันลัด&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละจุดมีประชาชนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงมารอรับการตรวจตั้งแต่เช้า&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในชุมชน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; จิตอาสาจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนตรวจ&amp;nbsp; การจัดคิว&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; จัดจุดพักคอยเพื่อรอฟังผลการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บสารคัดหลั่งในโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; จะรู้ผลแต่ละรายไม่เกิน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจของทีมแพทย์ชนบทจะเริ่มด้วยการทำการ swab &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจเพื่อหาเชื้อด้วย rapid test หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที /ราย&amp;nbsp; หากไม่พบเชื้อผู้ตรวจจะกลับบ้านได้เลย&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชัย&amp;nbsp; พร้อมมูล&amp;nbsp; ประธานชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองเป็นจุดตรวจแห่งหนึ่งในเขตบางบอน&amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้มีประชาชนในชุมชนบ้านมั่นคงและชุมชนใกล้เคียงมาตรวจทั้งหมด 419 คน&amp;nbsp; ตรวจพบติดเชื้อจำนวน 21 คน&amp;nbsp; แต่ละคนแพทย์จะจ่ายยาให้ตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หากอาการไม่มากหรืออยู่ในกลุ่มสีเขียวจะได้รับยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและยาอื่นๆ&amp;nbsp; หากอาการมากจะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp; และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ส่วนทีมแพทย์ชนบทที่ตรวจมาจากจังหวัดลำพูน (สสจ.ลำพูน) จำนวน 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อทั้ง 21 คนเป็นชาวชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านในชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; แต่เราก็จะไม่ประมาท ยังเข้มงวดเรื่องการตรวจวัดอุณหภูมิคนเข้า-ออก&amp;nbsp; มีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามมั่วสุมในชุมชน&amp;nbsp; ออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้มีคนในชุมชนของเราติดเชื้อรวม 16 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รักษาหายแล้ว 10 คน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 6 คนอยู่ในระหว่างการรักษาตัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานชุมชนบอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.จเด็จ &amp;nbsp;ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ภายหลังจากที่ประชาชนได้รับการตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว &amp;nbsp;มาตรการสำคัญที่สุด คือการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแล &amp;nbsp;โดยในกลุ่มผู้ติดเขื้อสีเขียวหรือกลุ่มไม่มีอาการ-อาการไม่รุนแรงนั้น &amp;nbsp;สปสช.ได้ประสานคลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโรงพยาบาล &amp;nbsp;เพื่อจับคู่ดูแลที่บ้าน (Home Isolation) ส่วนของกลุ่มที่สภาพที่อยู่อาศัยไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ &amp;nbsp;จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในการเฝ้าระวังอาการและติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนคลองเตยยังน่าห่วงตรวจอีก 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนวันนี้ (5 สิงหาคม) ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายบุคลากรลงตรวจตามชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งหมด 21 จุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองรับชาวชุมชนแออัดประมาณ 40 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ละจุดจะมีผู้มาลงทะเบียนตรวจประมาณ 400-1,500 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองเตย 1,000 คน&amp;nbsp; แคมป์คนงานบริเวณถนนกำแพงเพชร 7 เขตบางกะปิ&amp;nbsp; ประมาณ 700 คน&amp;nbsp; อุ่รถเมล์คลองเตย&amp;nbsp; ตรวจพนักงาน ขสมก.ประมาณ 1,300 คน&amp;nbsp; จุดตรวจแบบ Walk in&amp;nbsp; โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่สมาคมชาวปักษใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมผู้เข้ารับการตรวจวันนี้ทั้งหมดประมาณ 23,300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า&amp;nbsp; จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; ตรวจโควิดชาวชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางประทีป&amp;nbsp; อึ้งทรงธรรม&amp;nbsp; ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทจะเข้ามาตรวจชาวชุมชนคลองเตยในระหว่างวันที่ 5-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้ทีมแพทย์ชนบทและแพทย์จากในกรุงเทพฯ ได้มาตรวจเพื่อหาเชื้อชาวชุมชนคลองเตยแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp; และมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 50,000 คน&amp;nbsp; จากจำนวนประชากรในชุมชนคลองเตยทั้งหมดประมาณ 1 แสนคน&amp;nbsp; ซึ่งรวมถึงประชากรแฝง&amp;nbsp; แรงงานต่างด้าวที่ทำงานและพักอาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แม้ชาวคลองเตยจะฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วประมาณ 50,000 เข็ม&amp;nbsp; ทำให้ช่วงแรกสถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp; และยังมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพานรองรับคนป่วยก่อนส่งต่อไปโรงพยาบาล&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังติดเชื้อได้อีก และแพร่ระบาดไปเร็วมาก&amp;nbsp; เฉพาะศูนย์พักคอยที่วัดสะพานก็มีข้อมูลคนที่ติดเชื้อแล้วประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; และมีคนที่ติดเชื้อและกักตัวอยู่ในบ้านอีกจำนวนมาก&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 500 หลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปบอกสถานการณ์การแพร่ระบาดในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปบอกต่อไปว่า&amp;nbsp; การตรวจวัคซีนของทีมแพทย์ชนบทในชุมชนคลองเตยรอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 &amp;nbsp;โดยรอบแรกตรวจเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตรวจไปแล้วประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน&amp;nbsp; หรือคิดเป็นร้อยละ 30&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบใหม่นี้ประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ประเมินว่าจะพบผู้ติดเชื้อประมาณร้อยละ 25 หรือติดเชื้ออีกประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการรองรับและดูแลผู้ที่ติดเชื้อนั้น&amp;nbsp; นางประทีปกล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ในชุมชนคลองเตยมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพาน 1 แห่ง&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยเพื่อรักษาและดูอาการได้จำนวน 400 เตียง&amp;nbsp; แต่ไม่พอ&amp;nbsp; จึงประสานงานกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมเปิดศูนย์พักคอยอีก 1 แห่งที่สนามฟุตบอลของทีมท่าเรือ&amp;nbsp; รองรับได้อีก 240 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มูลนิธิดวงประทีปได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อดูแลผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีหน่วยงานและภาคเอกชนสนับสนุนด้านอาหาร ข้าวสาร&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; และมีเครื่องช่วยหายใจที่ได้รับบริจาคจากเอกชนเอาไปช่วยคนที่ติดเชื้อหายใจลำบาก&amp;nbsp; จำนวน 10 เครื่อง&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่เพียงพอ&amp;nbsp; หากมีผู้บริจาคเพิ่มมูลนิธิดวงประทีปก็ยินดี&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องการแอลกอฮอล์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในบ้านและชุมชน&amp;nbsp; นมผงสำหรับเด็กทารก&amp;nbsp; นม UHT สำหรับเด็กเล็ก&amp;nbsp; รวมทั้งผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคติดต่อได้ที่มูลนิธิดวงประทีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ซ้าย) ครูประทีป (ขวา) นพ.สันต์กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิดวงประทีปเตรียมแจกอาหารให้ผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สันต์&amp;nbsp; หัตถีรัตน์ &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนขอเสนอว่า&amp;nbsp; กทม.ควรจะใช้โรงเรียนในสังกัดของ กทม.เปิดเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่ขยับเรื่องนี้เลย&amp;nbsp; ทั้งที่ต่างจังหวัดเริ่มทำไปแล้ว&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกมา&amp;nbsp; ไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่น&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัด&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ที่จะทำศูนย์พักคอย&amp;nbsp; อีกทั้งบ้านเรือนก็คับแคบ&amp;nbsp; ไม่สามารถกักตัวอยู่ในบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมอยากให้ผู้ว่า กทม. เสนอให้ผู้อำนวยการเขตใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพราะโรงเรียนมีห้องอยู่แล้ว&amp;nbsp; เพียงเอาเตียงไปใส่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องน้ำก็มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โรงเรียนก็ปิด&amp;nbsp; และเอาครูมาช่วยดูแล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้บุคลากรทางแพทย์ขาดแคลนมาก&amp;nbsp; ต้องเอาแพทย์จากชนบทเข้ามาช่วย&amp;nbsp; ถ้าโรงเรียนทำตรงนี้ได้ก็จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนได้มาก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สันต์บอกถึงข้อเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเมินโอกาสพบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัด 10-15 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจโควิดของทีมแพทย์ชนบทในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 &amp;nbsp;โดยตรวจ 2 ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน &amp;nbsp;คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมดจากการประมาณการของชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; ปฏิบัติการครั้งที่ 3&amp;nbsp; นี้จะสามารถคัดกรองผู้คนในเมืองกรุงได้ประมาณ 250,000 ราย &amp;nbsp;หากผลบวกอยู่ที่ประมาณ 10-15% จะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน &amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาวะเตียงล้นของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยา favipiravir ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่จะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดตรวจโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยา favipiravir 1 ชุด 50 เม็ด กินติดต่อกัน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งทีมแพทย์ชนบทเข้ามาตรวจเชิงรุกครั้งที่ 3 นี้&amp;nbsp; เกิดจากความร่วมมือและการประสานงานของหลายฝ่าย คือ &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์&amp;nbsp; สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ทีมโควิดชุมชน (Com-Covid)&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้นำชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยรายชื่อทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ทีม รพ. สิชล จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ทีม รพ.จะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; 3. ทีม รพ. สมเด็จนาทวี จ.สงขลา&amp;nbsp; 4. ทีม สสจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ทีม สสจ. เชียงราย&amp;nbsp; 6. ทีม สสจ. ลพบุรี&amp;nbsp; 7. ทีม สสจ. น่าน&amp;nbsp; 8. ทีม สสจ. สุรินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;9. ทีม สสจ. ยโสธร&amp;nbsp; 10. ทีม รพท.ชุมพร&amp;nbsp; 11. ทีม รพศ.มหาราช &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;nbsp;12. ทีม สสจ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; 13. ทีม สสจ.ขอนแก่น (มา 3 ทีม)&amp;nbsp; 14. ทีม รพ.ด่านมะขามเตี้ย&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; 15. ทีม สสจ. สุโขทัย&amp;nbsp; 16. ทีม สสจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; 17. ทีม รพท. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18. ทีม สสจ. อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 19. ทีม สสจ. แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;20. ทีม รพท. มหาสารคาม&amp;nbsp; 21. ทีม รพท. กาฬสินธุ์&amp;nbsp; 22. ทีม สสจ. ชุมพร &amp;nbsp;23. ทีม สสจ. ระนอง&amp;nbsp; 24. ทีม รพ.ตากใบ + รพ. แว้ง &amp;nbsp;สสจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25.ทีม รพ.รามัน&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; 26. ทีม สสจ. &amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp; 27. ทีม รพท. สมุทรปราการ (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 28. ทีม สสจ. เพชรบุรี&amp;nbsp; 29. ทีม สสจ. สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 30. ทีม สสจ. แม่ฮ่องสอน/รพ. ปางมะผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 31. ทีม รพ.บางกรวย&amp;nbsp; 2 จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 32. ทีม สสจ. นครปฐม/รพ.หลวงพ่อเปิ่น (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 33. ทีมเภสัชกร อาสา อ.สุนี มข.ช่วยจ่ายยา&amp;nbsp; 34. ทีม สสจ. นครสวรรค์&amp;nbsp; 35. สมาคม/สภาเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; 36. ทีม รพ.หนองม่วงไข่ &amp;nbsp;จ.แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;37. ทีม รพ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (ลงพื้นที่ตนเอง) &amp;nbsp;38. ทีม สสจ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 39.ทีม สสจ.ลำพูน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมแพทย์และบุคลากรจากชมรมแพทย์ชนบทจะกระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนที่มีการประสานงานและเตรียมพร้อมก่อนหน้านี้ประมาณวันละ 30 จุดๆ ละ 400-1,000 คน&amp;nbsp; ส่วน รพ.มหาราชนครราชสีมา &amp;nbsp;จะเปิดจุดตรวจแบบ Walk in วันละ 1 จุด&amp;nbsp; สามารถตรวจได้วันละประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; เช่น วันที่ 4 สิงหาคมที่วัดหนัง&amp;nbsp; เขตจอมทอง&amp;nbsp; วันที่ 5 สมาคมชาวปักษ์ใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp; วันที่ 6&amp;nbsp; หน้าศูนย์การค้าเกตเวย์&amp;nbsp; เขตบางซื่อ&amp;nbsp; วันที่ 7 วัดยาง&amp;nbsp; เขตสวนหลวง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะมีจุดตรวจทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนต่างๆ ได้ประมาณ 300 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุงครั้งที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112326</URL_LINK>
                <HASHTAG>Com-Covid, Community Isolation, Home Isolation, Rapid test, swab, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนคลองเตย, ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง, ตั้งเป้าตรวจโควิด, ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า, ทีมโควิดชุมชน, นพ.จเด็จ  ธรรมธัชอารี, นพ.สันต์  หัตถีรัตน์, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ, นายวิชัย  พร้อมมูล, มูลนิธิดวงประทีป, มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี, ยาฟาร์วิพิราเวียร์, ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร, วัคซีนซิโนแวค, ศูนย์พักคอยวัดสะพาน, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, หมอสันต์, แพทย์ชนบท, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb9ae8f7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี! เปิดจุด &#039;Walk in&#039; ตรวจโควิดวันละ 5,000 ราย  ที่สถาบัน สบยส.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช. ได้เปิดจุดคัดกรองโควิด-19 โดยร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคในเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลใน 3 พื้นที่ คือ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แต่ด้วยจำนวนประชาชนที่ต้องตรวจคัดกรองมีจำนวนมาก ในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) สปสช. ได้จัดจุดคัดกรองโควิด-19 ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยส.) โดยร่วมกับ สบยส. และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รองรับเพิ่มเติม โดยกรณีที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 สปสช. จะประสานผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation/Community Isolation : HI/CI) &amp;nbsp;ทั้งนี้นอกจากเป็นการดูแลและลดความวิตกกังวลให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นมาตรการสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ด้วยการแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแลโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยในการลดการแพร่ระบาดลงได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สรายุทธ์ &amp;nbsp;บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า โควิด-19 แพร่ระบาดหนักขณะนี้ เป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมช่วยกัน โดย สบยช. ได้จัดเตรียมสถานเพื่อรองรับการตรวจคัดกรองโควิด-19 แล้ว พร้อมกับอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่กังวลว่าจะได้รับเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ทราบว่าจะเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นอีกจุดตรวจหนึ่งที่ประชาชนสามารถเข้ามารับบริการได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า รับทราบข่าวสถานการณ์โควิด-19 ใน กทม.และปริมณฑ์ลมาตลอดว่า มีปัญหาการเข้าถึงการคัดกรองโควิด-19 ทั้งได้รับการประสานเมื่อวานนี้ว่า หาก รพ.มหาราชฯ มีศักยภาพก็อยากให้มาช่วยตรวจคัดกรอง ณ จุดนี้ ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าที่โรงพยาบาลจะมีภาระงานมาก แต่ก็พอที่จะนำบุคลากรมาช่วยได้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 15 ก.ค.) เราจะมีทีมนักเทคนิคการแพทย์ 6 คน อาชีวเวชกรรม 3 คน และแพทย์ปฐมภูมิ 1 คน ที่เป็นหัวหน้าทีมเข้ามาช่วยกันตรงนี้ โดยการตรวจจะใช้วิธี Rapid Antigen Test ที่ให้ผลค่อนข้างเร็ว โดยตั้งเป้าหมายการตรวจวันละ 5,000 ราย ไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 - 21 ก.ค. 64 เวลา 09:00-16:00 น. ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งนี้เป็นความร่วมมือเพื่อช่วยให้สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศคลี่คลายลงโดยเร็ว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109721</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดตรวจโควิด, สบยส., สปสช, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eee036196da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอ รพ.มหาราช&#039; เผชิญศึกหนักสู้ &#039;โควิด-19&#039; ใจแทบขาด ศัตรูเก่า &#039;ไข้เลือดออก&#039; ระบาดโคราชแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.63 -นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ไข้เลือดออกระบาด&amp;quot; ในพื้นที่นครราชสีมา รายงาน 506 วันที่ 31/3/63&amp;nbsp;ยอดรวม 119 ราย (DF/DHF/DSS) คาดว่า สรุปยอด 7 วัน ข้างหน้าน่าจะสูงกว่านี้ครับ พาหะนำเชื้อโรคนี้คือยุงลาย ยุงลาย เมื่อกัดคนที่มีเชื้อ ก็จะพาเชื้อนั้นไปสู่ คนถัดไปที่ยุงไปกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการหลักคือไข้สูง อ่อนเพลียมาก มักไม่มีอาการไอไม่มีน้ำมูก บางรายมีอาการปวดท้องอาเจียนกินไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณอันตรายอย่างมากสำหรับไข้เลือดออก หากมีอาการดังกล่าว ควรไปตรวจที่โรงพยาบาล ยิ่งหากทราบว่า ในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยมีคนเป็นไข้เลือดออก ยิ่งมีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันตรายของโรคจะอยู่ในช่วงวันที่ 3-5 ของการเจ็บป่วย อาจมีการรั่วของสารน้ำ ภายในร่างกาย ซึ่งเกิดภาวะช็อค หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน โดยเฉพาะรายที่อ้วนอย่างรุนแรง มีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตมากกว่าคนที่มีรูปร่างปกติ การรักษาหลักคือการประคับประคองให้สารน้ำอย่างเหมาะสม และติดตามสัญญาณชีพ จนกว่าคนไข้จะพ้นระยะช็อคของโรคด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มียารักษาจำเพาะ เพราะมันคือเชื้อไวรัสอีกเช่นกัน เวลานี้ห่วงโควิดอย่างเดียวไม่ได้แล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างที่เรากำลังสู้กับข้าศึกตรงหน้า ซึ่งเป็นศัตรูตัวใหม่ แต่บัดนี้ ศัตรูตัวเก่าของเรามันคือไข้เลือดออก ได้เจาะเข้าพื้นที่หลายพื้นที่แล้ว หน่วยงานราชการที่ควบคุมโรคทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ระดับประชาชนก็ต้องช่วยกันครับ กำจัดแหล่งน้ำแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ภายในบ้านของตนเอง นอนกางมุ้ง ปิดประตูหน้าต่าง ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการกันยุง เป็นสิ่งสำคัญแล้วในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นพ.จิรรุจน์ โพสต์ข้อความว่า ในขณะที่เราเฝ้าลุ้นโควิด-19 ใจจะขาด บัดนี้ &amp;quot;ไข้เลือดออก&amp;quot; ได้เข้ามากระจายในโคราชเรียบร้อยแล้ว...ช้ำหนักเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะงานสอบสวนโรคในพื้นที่ ที่ไม่รู้จะแยกร่างอย่างไร เตียงก็ต้องพร้อม Covid แต่ไข้เลือดออก ก็มาอีกซะงั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น วอนประชาชน อีกเรื่องตอนนี้ คือ &amp;quot;กำจัดแหล่งน้ำขัง&amp;quot; ในบ้านของท่านเอง ด่วนๆเลยครับ และบ้านไหนมีคนเป็นไข้เลือด ออกรีบแจ้ง รพสต./อสม.ในพื้นที่เพื่อช่วยกันควบคุมโรค....ยุงนี้ เคอร์ฟิวไม่ช่วยนะครับ ต้องกำจัดแหล่งน้ำ ยุงกัดคนป่วย แล้วไปกัดคนอื่นต่อ ก็ติดเชื้อได้ทันทีเพราะฉะนั้น ต้องตื่นตัวแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความปรารถนาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#หมอจิรรุจน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62247</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.จิรรุจน์ ชมเชย, โรคไข้เลือดออก, โรคไข้เลือดออกระบาด, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8a9600d2914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นร.นอกอาสากู้ภัย รถชนตายในหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สลด เด็กสาวชาวไทยนักเรียนไฮสคูลในเยอรมนี กลับมาเยี่ยมญาติที่โคราชพร้อมสมัครเป็นอาสากู้ภัย ประสบอุบัติเหตุ รถตู้มูลนิธิที่ซิ่งไปช่วยผู้โดยสารรถทัวร์พลิกคว่ำ เสียหลักชนท้าย 6 ล้อ ตัวเองเสียชีวิตคาที่ เผยเตรียมบินกลับ 17 พ.ค.นี้ เพื่อสมัครเรียนมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ นายมารุต วิลัยกรวด อายุ 26 ปี พร้อมด้วยญาติๆ ได้เดินทางไปติดต่อขอรับศพนางสาวมาริษา วิลัยกรวด อายุ 22 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฝึกงานหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนกัน ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยญาติๆ เตรียมนำศพนางสาวมาริษาไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านใหม่อินทราราม ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขณะที่มารดาของผู้ตายอยู่ระหว่างเดินทางจากประเทศเยอรมนีเพื่อร่วมงานศพลูก โดยจะมีการปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการจัดพิธีงานศพของนางสาวมาริษาอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อบ่ายวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารสายกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ พลิกคว่ำลงร่องกลางถนน บนถนนสาย 24 ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 41-42 บ้านมาบเชือก หมู่ที่ 7 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถทัวร์ได้รับบาดเจ็บรวม 19 ราย โดยหลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารที่ประสบอุบัติเหตุ แต่ปรากฏว่าได้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยรถตู้ของหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ที่ได้วิ่งมายังที่เกิดเหตุด้วยความเร็วสูงเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รถเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ที่จอดชะลอก่อนถึงจุดเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารพลิกคว่ำประมาณ 300 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่นั่งมาในรถตู้ 3 คน ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวมาริษา วิลัยกรวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนางสาวมาริษา หรือน้องมด ผู้เสียชีวิต เป็นนักเรียนระดับไฮสคูล อาศัยอยู่กับมารดาที่ประเทศเยอรมนี และได้กลับมาเยี่ยมญาติที่จังหวัดนครราชสีมาในช่วงหยุดซัมเมอร์ โดยในระหว่างที่กลับมาเยี่ยมญาติ น้องมดซึ่งมีใจรักในการช่วยเหลือผู้อื่น และชื่นชอบงานกู้ภัย ได้สมัครเป็นอาสาสมัครฝึกงานกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา เพื่อเรียนรู้งานด้านกู้ภัยและปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน โดยน้องมดปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครฝึกงานกู้ภัยฮุก 31 ประจำจุดโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา อยู่ในความดูแลของรถพยาบาลคันที่ 35 ก่อนที่จะเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมารุต พี่ชายของผู้ตาย เปิดเผยว่า ช่วงน้องสาวหยุดเรียนซัมเมอร์ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมตนและญาติๆ ที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งได้สมัครเป็นอาสาสมัครฝึกงานที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 เพราะมีใจรักในการทำงานด้านอาสา ประกอบกับน้องสาวเตรียมตัวจะสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งต้องเก็บชั่วโมงในการทำงานเกี่ยวกับด้านสังคมสงเคราะห์ น้องสาวจึงไปสมัครทำงานกู้ภัยดังกล่าว ทั้งนี้ ตนมีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 3 คน โดยตนเป็นพี่ชายคนโต นางสาวมาริษาผู้ตายเป็นน้องคนกลาง และมีน้องสาวคนเล็กอีก 1 คน ซึ่งตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะตนรักและดูแลน้องสาวคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เหมือนแก้วตาดวงใจของตนแตกสลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังรอมารดาที่กำลังเดินทางมาจากประเทศเยอรมนี เพื่อปรึกษากันอีกครั้งว่าจะจัดการงานศพของน้องสาวอย่างไรต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ, นางสาวมาริษา วิลัยกรวด, นายมารุต วิลัยกรวด, ประสบอุบัติเหตุ, รถบรรทุก 6 ล้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยกู้ภัยฮุก, อาสากู้ภัย, เยอรมนี, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8835903ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
