<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามีร้องศูนย์ดำรงธรรมมุกดาหาร ภรรยาท้อง 7 เดือนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;ธ.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ ศรีโยหะ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 84 &amp;nbsp;หมู่ 3 บ้านคำเขือง ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร ว่าเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เวลา 16.00 น. นางสาวอัมภิกา&amp;nbsp;สุพร อายุ 24 ปี ภรรยาซึ่งตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนมีอาการปวดหลัง ได้พามาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. วันเดียวกัน ภรรยาพร้อมลูกในครรภ์ได้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ ศรีโยหะ อายุ 27 ปี สามีผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าแฟนบอกว่าปวดหลังก็ไม่คิดว่าจะปวดมาก พอมาตอนบ่าย 3 โมงก็ได้พามาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ว่าจะมาตรวจดูว่ามีอาการยังไง ตอนขับรถแฟนมีอาการหน้ามืด ปากซีด พอมาถึงโรงพยาบาล ได้ลงจากรถก็ร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยหน่อย แฟนผมเหมือนจะช็อก&amp;nbsp;ปากซีดไปหมดเลย เขาก็ถามประวัติ และบอกให้ไปยื่นทำบัตรผู้ป่วย พอเดินกลับมาก็เห็นแฟนผมถูกปั๊มหัวใจแล้ว ผมข้องใจโรงพยาบาลว่า ทำไมเจอคนป่วยแบบนี้ อาการสาหัส ไม่เร่งรีบรักษา พาไปรักษาให้เร็วที่สุด น่าจะนำผู้ป่วยไปรักษาก่อนส่วนใบประวัติค่อยตามทีหลัง ตอนที่อยู่ที่บ้านอาการก็ดีๆอยู่ อยากให้รีบรักษาคนป่วยท้อง 7 เดือน และมีลูกมาแล้ว 1 คน เป็นผู้ชาย อายุ 1 ขวบ 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำนวย มงคลสุภา&amp;nbsp;อายุ &amp;nbsp;48 ปี แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกสาวโทรหาว่า ปวดหลัง แม่ก็ถามว่า ปวดมากไหม ลูกสาวตอบว่า ปวดมาก แต่ก็ทนได้ แม่บอกว่าให้ไปหาหมอ เขาบอกว่าไหวอยู่ ต่อมาแม่ก็ได้โทรไปอีกรอบ ลูกสาวบอกว่า ปวดมากกว่าเดิม ประมาณบ่าย 2 โมงกว่า ได้โทรหาลูกสาวอีก ก็บอกว่าให้รีบไปหาหมอ เพราะว่าครรภ์เป็นพิษมีอาการปวดหลัง เหมือนคนจะคลอด เพราะลูกแม่มีอาการนี้ ครรภ์หนูเป็นพิษหรือเปล่า เพราะเคยมีลูก 1 คน แล้วมันมีอาการแบบนี้ ถ้าเกิดไปหาหมอตัดสินใจได้ก็ต้องผ่าตัด ก็คุยกับลูกสาว ก่อนเขาจะมาโรงพยาบาล ก็บอกว่าหนูไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ไหวให้ไปหาหมอ โทรคุยกัน 3 รอบ แฟนก็พามาหาหมอ &amp;nbsp;ประมาณ 6 โมงกว่า โทรไปบอกว่าปั๊มหัวใจ เมื่อกลางวันก็ดีๆอยู่ ทำไมปั๊มหัวใจ ได้ยินก็ใจหาย&amp;nbsp;ได้ถามไปว่าน้องเป็นอะไรมากไหมถึงปั๊มหัวใจ น้องที่อยู่ในท้องไม่รอดแล้ว เขาก็ใจเสีย และแม่พ้นขีดอันตรายหรือยัง&amp;nbsp;แฟนลูกสาวบอกว่ายังไม่พ้น ปั๊มหัวใจรอบแรกฟื้นขึ้นมาแต่ยังไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ต่อมาได้โทรไปถามอีก ว่าชีพจรไม่เต้นแล้ว หมอบอกให้สามีเซ็นเอกสารให้ผ่าตัด แต่ว่าเราอยู่ไกล ให้เขาเซ็นเลย ทางผู้ป่วยชีพจรหยุดเต้น แล้วจะทำอะไรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำนวย กล่าวอีกว่า ตนติดใจเรื่องรักษาล่าช้า ตามหลักมาครั้งแรกรู้ว่าครรภ์เป็นพิษประวัติเขาก็มี สมุดประจำตัวของโรงพยาบาล เขามีประวัติอยู่แล้ว กรณีแบบนี้ก็ต้องรับรักษา น่าจะผ่าตัดเอาเด็กออกก่อน ตามหลักแม่จะไม่เสียชีวิต เด็กเสียไม่ติดใจเอาความ ถ้าแม่รอดเราก็โอเค แต่ไม่รอดทั้งแม่ ทั้งหลาน เราเสียหายเราฟังแล้วช๊อคเราเป็นยายและลูกอีกคนที่ตังเล็ก ๆ ยังเดินไม่ได้เลย จะทำมาหากินต่อยังไง อยากให้โรงพยาบาลชดเชยค่าเสียหาย อย่างน้อยเด็กก็จะมีกินต่อยังกินนม แล้วยายก็ลำบาก ปู่ย่าก็ลำบาก อาชีพหลักทำนา อาชีพเสริมก็ไม่มี อยากให้โรงพยาบาลรับผิดชอบส่วนที่ขาดหายไป ถามว่าคุ้มไหม มันไม่คุ้มหรอก 2 ชีวิตพร้อมกัน ไม่คุ้มแต่อยากให้มาดูแลบ้าง ไม่ใช่ทิ้งขว้างเราแบบนี้ ท้องแรกก็เป็นแบบนี้ แต่ว่าหมอก็ถามจะเอาไว้แม่หรือลูก น้องบอกว่าใครก็ได้รอดทั้ง 2 คน ครั้งนั้นเขารีบรักษาเด็กก็รอด แม่ก็รอด แม่แข็งแรงมาก และแม่มีประวัติเป็นความดัน ได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ข้องใจรักษาล่าช้า ตามหลักผู้ป่วยโคม่า น่าจะเข้าห้อง ICU &amp;nbsp;ห้องอะไรก็ได้ที่รอด ส่วนเอกสารเอาทีหลังได้ไหม อยากได้แค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์ พงษ์วิทย์ &amp;nbsp;วัชรกิตติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร กล่าวว่า &amp;nbsp;ขอนำเรียนชี้แจงจากการเสียชีวิตของนางสาว อัมภิกา สุพร ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์เป็นท้องที่ 2 สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากมดลูกปลิอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อน ทำให้เลือดออกในช่องท้อง ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะช็อกเสียชีวิต จากการดูประวัติเดิม จะเห็นว่าในรายนี้ก็มีความเสี่ยง ครรภ์แรกตั้งครรภ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 และอีกไม่นานประมาณ 5 เดือน ก็มาตรวจที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ปรากฏว่ามีการตั้งครรภ์เป็นครั้งที่ 2 คือครรภ์นี้ ถ้าเกิดตั้งครรภ์ติดกันไม่เกิน 2 ปี ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะมดลูกปลิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่ง การดูแลคนไข้รายนี้ คนไข้ได้มาที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 16.30 น. ในวันที่ 27 ธ.ค. จากนั้นไม่กี่นาทีทีมคณะแพทย์ห้องฉุกเฉิน ได้เข้าไปดูก็พบว่า คนไข้มีอาการหอบ ค่อนข้างเยอะ และซีด ตอนนั้นความดันไม่ตก มีภาวะซีด ระหว่างที่ให้การดูแลมีการให้น้ำเกลือ เจาะเลือด การให้ออกซิเจนคนไข้อยู่ ไม่ถึง 15 นาที คนไข้เกิดหยุดหายหัวใจหยุดเต้น ทางทีแพทย์ห้องฉุกเฉินนอกจากได้ปั๊มหัวใจคนไข้ ได้ฟื้นคืนชีพ ก็ได้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่หมอสูติกรรม ก็ได้มาดูอย่างรวดเร็ว ประมาณ 15-16 นาที มีหมอทางด้าน อายุรกรรม ทางด้านหัวใจเข้ามาดูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการอัลตร้าซาวด์ &amp;nbsp;เบื้องต้นคิดว่าอาจจะเป็นภาวะที่มีเลือดออกในช่องท้อง เนื่องจากมดลูกปลิ ทางทีมแพทย์ยังได้ปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมด้วย &amp;nbsp;ว่าร่วมกันตัดสินใจจะทำการผ่าตัดในรายนี้ไหม แต่ในช่วงที่ดูแลอยู่ คนไข้ก็มีหัวใจหยุดเต้น 6 ครั้ง ในแต่ละครั้งทีมแพทย์ได้ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ทางแพทย์ปั๊มหัวใจ 6 ครั้ง กินเวลาไป 2 ชั่วโมง และไม่สามารถดมยาสลบผ่าตัดได้ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง แต่ก็ประเมินแล้ว อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เร่งด่วนจริง พยายามจะยื้อชีวิตอย่างเต็มที่แล้วก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครรภ์เป็นพิษ, จังหวัดมุกดาหาร, ร้องศูนย์ดำรงธรรม, โรงพยาบาลมุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feac83f786b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
