<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ราชวิถี เผยความคืบหน้าอาการเยาวชนวัย 15 ปี ถูกยิงจากเหตุชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศเรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าอาการ ผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปี ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี จากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ด้วยอาการบาดเจ็บจากกระสุนฝังบริเวณไขสันหลังส่วนบน ร่วมกับมีภาวะสมองบวมจากการขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการติดตามอาการบาดเจ็บโดยการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT scan) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 พบว่า อาการสมองบวมลดลงในระดับที่น่าพอใจ จากการประเมินของแพทย์ ผู้ป่วยยังคงไม่รู้สึกตัว และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ร่วมกับมีอาการอัมพาตจากการบาดเจ็บของไขสันหลังตั้งแต่ระดับคอที่ 2 ลงไป สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ โดยยังคงต้องสังเกตอาการใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และประเมินอาการทางสมองเป็นระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลราชวิถีวันที่ 21 สิงหาคม 2564เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114046</URL_LINK>
                <HASHTAG>สามเหลี่ยมดินแดง, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120712712e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.ราชวิถี&#039; แจงอาการเยาวชนอายุ 15 ถูกยิงที่ดินแดง ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ สมองบวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศเรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 2) ระบุว่า ความคืบหน้า อาการผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปี ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีจากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ด้วยอาการบาดเจ็บจากกระสุน มีบาดแผลที่บริเวณต้นคอหลังกกหูด้านซ้าย ร่วมกับมีภาวะหัวใจหยุดเต้น และผลเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบกระสุนฝังที่บริเวณไขสันหลังส่วนบนที่เชื่อมต่อกับก้านสมองตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการในขณะนี้ (19 สิงหาคม 2564 เวลา 09:30 น.) ผู้บาดเจ็บยังคงไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการสมองบวมจากภาวะขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว โดยแพทย์ผู้ดูแลให้ความเห็นว่า ผู้บาดเจ็บยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ต้องได้รับการดูแล สังเกตอาการต่อเนื่อง และให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากภาวะสมองบวมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถีจะมีการแถลงอาการคืบหน้าเป็นระยะต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113835</URL_LINK>
                <HASHTAG>สามเหลี่ยมดินแดง, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b49f9b080c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ราชวิถี เผยอาการผู้ชุมนุมถูกยิงกลางม็อบ ยังไม่รู้สึกตัว พบกระสุนที่ก้านสมอง กระดูกต้นคอแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศเรื่อง รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;โดยระบุว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถูกนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลราชวิถี โดยรถพยาบาลอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 21.00 น. ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 20 ปี ไม่ทราบชื่อ-สกุล ไม่มีเอกสารประจำตัว แรกรับหมดสติ ไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ตรวจพบบาดแผลจากกระสุนที่ลำคอด้านซ้าย ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจประมาณ 6 นาที ผู้บาดเจ็บกลับมามีสัญญาณชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบกระสุนปืนค้างอยู่บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก ขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ศัลยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอาการในขณะนี้ (17 ส.ค.64 เวลา 09.40 น.) ผู้บาดเจ็บยังไม่รู้สึกตัว อยู่ในอาการโคม่า ใส่ท่อช่วยหายใจ สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ อยู่ระหว่างรอการประเมินอาการบาดเจ็บทางสมองต่อเนื่องในการดูแลของทีมแพทย์ศัลยกรรมอุบัติเหตุและศัลยกรรมประสาทและสมอง โดยจะมีการแถลงรายละเอียดอาการและความคืบหน้าต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113583</URL_LINK>
                <HASHTAG>สามเหลี่ยมดินแดง, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b49f9b080c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.ราชวิถี&#039;ออกประกาศ&#039;คนเจ็บ&#039;ถูกยิงที่ดินแดง เข้าลำคอซ้าย กระสุนค้างก้านสมอง ยังโคม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศ เรื่อง รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถูกนำส่งห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชวิถี โดยรถพยาบาลอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 21:00 น. พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 20 ปี ไม่ทราบชื่อ-สกุล ไม่มีเอกสารประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกรับ หมดสติ ไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ตรวจพบบาดแผลจากกระสุนที่ ลำคอด้านซ้าย ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจ ประมาณ 6 นาที ผู้บาดเจ็บกลับมา มีสัญญาณชีพ จากการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอ็กชเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบกระสุนปืนค้างอยู่ บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก ขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้เข้ารับ การรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ศัลยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอาการในขณะนี้ (17 ส.ค. 64 เวลา 09:40 น.) ผู้บาดเจ็บยังไม่รู้สึกตัวอยู่ในอาการโคม่า ใส่ท่อช่วยหายใจ สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ อยู่ระหว่างรอการประเมินอาการบาดเจ็บทางสมอง ต่อเนื่องในการดูแลของทีมแพทย์ศัลยกรรมอุบัติเหตุและศัลยกรรมประสาทและสมอง โดยจะมีการแถลงรายละเอียดอาการและความคืบหน้าต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกยิง, ม็อบ3นิ้ว, โคม่า, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b316cbc98c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุ้ย รวิวรรณ&#039;ลงมือทำอาหารสดมอบโรงพยาบาลราชวิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้ย-รวิวรรณ จินดา พร้อมด้วย ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน และ ต้าร์ มิสเตอร์ทีม จับมือบ้านข้าวแช่แม่อาภรณ์ โดย จิตราภรณ์ -อัญชลี ดุสิตา พร้อมด้วย สุวิช อัศว,วันเพ็ญ เพชรเกอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสู้วิกฤต COVID-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการทำอาหารสดและส่งมอบน้ำดื่มจากการสนับสนุนของทิพยประกันภัยเพื่อมอบ ให้แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชวิถี ณ.ตึกสิริธร โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่สู้กับวิกฤติไวรัส COVID-19 กันอย่างไม่ท้อถอย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้าร์ มิสเตอร์ทีม, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน, อุ้ย-รวิวรรณ จินดา, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200502/image_big_5eace2af53496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   ช่วยอีกแรง&#039;แซม ยุรนันท์&#039;มอบสิ่งของให้ รพ. อย่างต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งคนบันเทิงที่ขอเป็นกองหลังสนับสนุนให้กำลังใจให้ทีมแพทย์ต่อสู้กับไวรัสโควิค-19 โดยก่อนหน้านี้ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ได้มอบสิ่งของจำเป็น และเงินสด ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี และล่าสุดเจ้าตัวก็ยังเดินหน้าต่อ โดยได้มอบเครื่องช่วยหายใจแบบไม่ต้องเจาะคออีก 1 เครื่อง พร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อีกมากมาย ให้กับโรงพยาบาลราชวิถี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยพระเอกร่นุใหญ่ ได้โพสต์ภาพและข้อความในอินสตาแกรม ว่า &amp;ldquo;#ต่อลมหายใจ #ต่อชีวิต และต่อเรื่องราวดีๆ ว่าคนไทยจะไม่ทิ้งกัน วันนี้มามอบเครื่องช่วยหายใจแบบไม่ต้องเจอะคอ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสริมคือท่อยางกับหน้ากากอีก 19 ชุด พร้อมเครื่องพ่นฆ่าเชื้ออีกหนึ่งเครื่อง ให้กับโรงพยาบาลราชวิถีครับ &amp;nbsp;เป็นสเปคที่โรงพยาบาลกำลังต้องการ แต่ต้องใช้เวลาสั่งนานครับเพราะขาดแคลนและขาดตลาดครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โชคดีที่ช่วยกันประสานหามาจนได้ &amp;nbsp;โดยมอบผ่านนายแพทย์อุดม เชาวรินทร์ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีครับ โดยท่านจะส่งมอบกับทางโรงพยาบาลทันที เพื่อจะได้ใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะการหายใจมีปัญหารุนแรงครับ ขอมีส่วนร่วมช่วยในการต่อลมหายใจ ต่อชีวิต..ด้วยนะครับ #เราจะช่วยกันข้ามสิ่งร้ายๆ นี้ไปด้วยกันด้วยความรักครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบคุณ#def3 ทุกคนนะครับที่ร่วมด้วยช่วยกันทำให้เกิดสิ่งดีๆ ในวันนี้ ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงตลอดไปครับ ยังคงให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ยังคงทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อช่วยให้คนไทยรอดปลอดภัยจากไวรัสร้ายนี้ครับ เรายินดีเป็นกองหลังสนับสนุนสุดกำลังครับ &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @sam_yuranunt&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61412</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิรามาธิบดีฯ, เครื่องช่วยหายใจ, แซม ยุรนันท์, โควิค-19, โรงพยาบาลราชวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e815070dbb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บูรณาการความรู้ สอนเด็กลดเสี่ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถเอาตัวรอด หรือช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อต้องประสบกับสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ หรือเจ็บป่วยกะทันหัน ถือเป็นหลักสูตรสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิตให้ติดตัวพวกเขา สามารถปกป้องและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งยังช่วยเหลือผู้คนในสังคมให้พ้นจากภยันตรายต่างๆ ที่เข้ามาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้และฝึกทักษะ &amp;quot;ค่ายรู้รอดปลอดภัย&amp;quot; ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนจำนงค์วิทยา กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย และโรงพยาบาลราชวิถี ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และผู้ปกครองจากโรงเรียนจำนงค์วิทยา โรงเรียนสามัคคีบำรุงวิทยา และโรงเรียนอำนวยวิทยา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 68 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมเชิงนโยบายเพื่อให้เด็กไทยรู้รอดปลอดภัยที่จัดร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ที่ผ่านมา อีกทั้งทางผู้อำนวยการโรงเรียนจำนงค์วิทยาได้เข้าร่วมรับฟังข้อมูล เห็นว่าบริเวณโรงเรียนเป็นย่านชุมชนที่มีเด็กประชาชนทุกวัยอาศัยอยู่หนาแน่น หากมีเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือพบผู้ป่วยเป็นลม หมดสติ ลมชัก อาหารติดคอ อาการบาดเจ็บแขนหัก ขาหัก น่าจะได้รับประโยชน์ หากมีการจัดสอนให้ความรู้ช่วยเหลือหรือเอาชีวิตรอดได้ หรือประสานแจ้งเหตุได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอนเด็ก ป.1-3 ให้เข้าใจและจำได้นั้นเป็นโจทย์หนัก เราจึงใช้วิธีนำผู้ปกครองมาร่วมบูรณาการ เชื่อมโยงเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก อย่างน้อยจะได้นำความรู้ที่ได้กลับไปสอนเด็กได้ กิจกรรมสุดท้ายเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งหมดโดยจำลองสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ เพื่อดูว่าหลังจากที่ฝึกปฏิบัติไปทั้งเด็กและผู้ปกครองจะเอาตัวรอดหรือช่วยเหลือผู้อื่นได้ถูกต้องหรือไม่ เช่น เมื่อเกิดไฟไหม้ หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในโรงหนัง การข้ามถนนที่ปลอดภัย ซึ่งต้องเอาความรู้ที่ได้เรียนมาทั้งหมดมาใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ไพโรจน์กล่าวต่อว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ไม่ได้หวังให้เด็กทำหรือจดจำได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มาด้วยจะได้เห็นได้ทำเกิดกระบวนการคิดและสอนลูก ซึ่งเด็กจะค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ จนสามารถเอาไปใช้ในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังมีทีมครูพี่เลี้ยง เด็กรุ่นพี่พี่เลี้ยง ที่ได้มาร่วมสังเกตการณ์เพื่อที่ช่วยขยายความรู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม หวังว่ากิจกรรมค่ายรู้รอดปลอดภัยจะมีส่วนช่วยต่อยอดเกิดเป็นโมเดลที่ใช้พัฒนาเด็กให้เกิดความรู้ความเข้าใจให้แก่โรงเรียนต่างๆ ได้ต่อไป เพื่อเด็กเหล่านี้เมื่อโตขึ้นจะพัฒนาตัวเองไปในทางดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวธิติมา สำเนียงดี ผู้ปกครองของ &amp;ldquo;น้องคุณ&amp;rdquo; ด.ช.สิทธิคุณ เสาวภานนท์ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสามัคคีบำรุงวิทยา เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และจากประสบการณ์ตรงของเธอที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟไหม้บนอาคารสูงในครั้งนั้น ทำให้ตระหนักถึงการเรียนรู้ที่จะต้องเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อทางโรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมด้วยจึงตัดสินใจที่จะมาร่วมกิจกรรมกับลูกทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ นำไปใช้กับชีวิตประจำวันได้จริง เพราะก่อนหน้านี้เคยประสบเหตุไฟไหม้ที่คอนโดฯ ย่านประตูน้ำ เวลาตี 1 ซึ่งห้องพักอยู่ติดกับห้องที่เกิดเหตุ ตอนนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหนีไปทางไหน เพราะเกิดควันไฟปกคลุมทุกทาง และหลายคนสำลักควันไฟ ที่น่าหดหู่ใจที่สุดคือมีคนเสียชีวิต 1 ราย และนับว่ายังโชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงไม่เคยประมาทอีกเลย โดยการเข้าค่ายทำกิจกรรมในลักษณะนี้จึงเกิดทักษะและมีความรู้เพิ่มขึ้น และอยากให้มีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ทุกโรงเรียน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;น้องคุณ&amp;rdquo; กล่าวว่า ที่โรงเรียนไม่มีการเข้าค่ายหรืออบรมลักษณะนี้ และ 2 วันที่อยู่ในค่าย ชอบและสนุกที่ได้เรียนรู้ ได้ฝึกปฏิบัติทุกฐาน เช่น เหตุการณ์จำลองแผ่นดินไหว ไฟไหม น้ำท่วม CPR เรียกรถฉุกเฉินต้องทำอย่างไร ช่วยอย่างไรตัวเองและคนอื่นถึงจะรอดปลอดภัย หลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเล่าให้เพื่อนๆ คุณครูที่โรงเรียนฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ด.ช.พีระพล ผลกิจ หรือน้องดีโด้ อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนจำนงค์วิทยา บอกว่า คุณครูเป็นคนเลือกให้ผมมาร่วมกิจกรรมนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้และดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น การล้างมือที่ถูกวิธี ผมเคยเรียนลูกเสือ แต่เขาไม่ได้สอนผมเหมือนกับที่ค่ายเลย ผมได้ช่วยกับคุณแม่ปั๊มหัวใจด้วย ความรู้ที่ผมได้ในวันนี้ ผมจะนำไปบอกต่อเพื่อนๆ และผมจะไปสอนพี่กับน้องผมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง อาจารย์พัชรโรจน์ สุขสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนจำนงค์วิทยา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามัคคีบำรุงวิทยา และโรงเรียนอำนวยวิทยาได้ร่วมกิจกรรมด้วย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องเจ็บป่วยฉุกเฉินจากเหตุต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญ จึงอยากให้เด็กได้เรียนรู้วิธีที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ได้ อย่างน้อยที่สุดให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้อย่างปลอดภัย หรือสามารถโทร.ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ได้ ซึ่งหากการเรียนรู้ในวันนี้จะเป็นการซึมซับความรู้ที่ถูกต้อง เช่น ในอดีตเมื่อเจอคนที่เป็นลมชัก เราจะให้เอาช้อนใส่เข้าไปในปากผู้ป่วย แต่สมัยนี้ไม่ใช่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าวิวัฒนาการการช่วยเหลือผู้ป่วยเปลี่ยนไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมตัวรู้รอดเมื่อภัยมาเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพราะจะเป็นความรู้ที่ติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต ทั้งการช่วยตัวเองและผู้อื่นให้พ้นจากความเสี่ยงจากอันตรายต่างๆ ได้.&amp;nbsp;

ส่งเสริมการอ่านพัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง จัดอบรมวิชาการปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนอ่านสร้างสุข เพื่อพัฒนาศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัย ให้เกิดความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งเสริมการอ่านในกลุ่มเด็กเล็กในจังหวัดพัทลุง (ภาครัฐและภาคเอกชน) ประกอบด้วย ผู้จัดการและครูผู้เลี้ยงเด็กสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนช้างน้อยเนิร์สเซอรี่ และครูผู้ดูแลเด็กจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 189 แห่ง จำนวนกว่า 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เห็นความมุ่งมั่นและความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงานด้านเด็กปฐมวัยของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะครูผู้ดูแลเด็กที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อที่จะได้นำความรู้และแนวทางในการอบรมไปส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีนิสัยรักการอ่าน ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่จะหนุนเสริมให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมอบรมในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;หน้าต่างแห่งโอกาส : การพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือและการอ่าน&amp;rdquo; โดย นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และการอบรมปฏิบัติการ &amp;ldquo;เทคนิคการใช้หนังสือภาพ หนังสือนิทาน เทคนิคการเล่านิทาน และกิจกรรมหลังการอ่านหนังสือและเล่านิทาน&amp;rdquo; ฯลฯ โดย อ.ชัยฤทธิ์ ศรีโรจน์ฤทธิ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Hello Kids.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิติมา สำเนียงดี, นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา, น้ำท่วม, พีระพล ผลกิจ, สิทธิคุณ เสาวภานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงเรียนจำนงค์วิทยา, โรงเรียนสามัคคีบำรุงวิทยา, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f5379b5da3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
