<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรแสบทำทีตีสนิทหญิงวัย 58 เหยื่อเผลอใช้ท่อนไม้ทุบหัวก่อนฉกเงิน 400 บาทเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.61- ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่าได้มีเหตุทำร้ายร่างกายเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ที่บ้านหนองละคร หมู่ที่ 6 ต.แคน อ.สนม จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;ผู้เสียหายคือ นางทองมี สุขเสริม อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 88 บ้านหนองละคร หมู่ที่ 6 ต.แคน อ.สนม จ.สุรินทร์ ถูกคนร้ายตีที่บริเวณท้ายทอย และศีรษะจนสลบ ญาติโทรศัพท์ 1669 นำส่งโรงพยาบาลสนม เย็บ 5 เข็ม ต้องนอนโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อรักษาตัว คนร้ายได้เงินไป 400 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา 5 เม.ย.แพทย์ให้นางทองมี สุขเสริม ออกจากโรงพยาบาล ไปพักรักษาตัวที่บ้าน ผู้สื่อข่าวจึงรุดไปที่บ้านของ นางทองมี สุขเสริม เพื่อทราบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหตุการณ์กลางวันเสกๆ และเป็นผู้สูงวัยด้วย
เมื่อเดินทางไปถึงบ้านของ นางทองมี สุขเสริม พบ พี่น้องและชาวบ้าน กำลังผูกข้อต่อแขนรับขวัญหลังเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้น นางทองมี สุขเสริม ดูอ่อนเพลียเล็กน้อย สภาพจิตใจดีขึ้นบ้าง เพราะบ้านใกล้เรือนเคียงมาให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทองมี สุขเสริม เล่าว่า ตอนช่วงเช้าวันที่ 4 เม.ย.61 ที่ผ่านมา ได้มีคนเข้ามาในสวน ตนถามว่ามาทำอะไร เขาบอกว่ามาหาแลน ตนก็บอกว่าที่นี่ไม่มี ชายดังกล่าวก็เดินไปแล้วเดินกลับมาขอเข้าห้องน้ำ และขอน้ำดื่ม &amp;nbsp;ตอนนั้นตนกำลังทุบฝักถั่วเขียว ชายดังกล่าวก็เลยขอซื้อ ตนเลยว่าไม่ขายแต่จะให้เฉยๆ ตนก็ไปหาถุงมาใส่ให้ แต่ก่อนหน้านั้นตนก็ถามนะว่าอยู่บ้านอะไร เขาก็บอกว่าอยู่บ้านสร้างแก้ว &amp;nbsp;แต่อยู่ๆชายคนดังกล่าวก็เอาท่อนไม้มาตีหัวทางด้านหลัง 3ที จนตนหน้ามืดฟุบลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางน้อย คำสุมาลี (น้องสาว) เล่าต่อว่า ปกติพี่สาวตนจะใส่สร้อยคือ หนัก 2 บาท และเงินจะใส่กระเป๋าไว้ แต่วันเกิดเหตุ พี่สาวเก็บเงินและสร้อยในถุงกระเป๋าคาดเอวเล็กๆ มีเงินอยู่ 5หมื่นบาท ทองหนัก 2 บาทในกระเป๋าคาดเอว แต่กระเป๋าตังค์มีเงินแค่ 400 บาท คาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ว่าพี่สาวตนมีสร้อยทองและเงินติดตัวไปด้วย จึงเข้าไปทุบตีเพื่อหวังทรัพย์สิน พอพี่สาวรู้สึกตัวหลังถูกตีเลยรีบคลานหลบหนี กลัวคนร้ายจะกลับมาอีกรอบหากรู้ว่าเงินในกระเป๋าไม่มี โชคดีที่คนร้ายตีไม่ถูกจุดสำคัญทำให้ถึงแก่ชีวิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองมี สุขเสริม, สุรินทร์, อ.สนม, โรงพยาบาลสนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6c82d8df86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเทอมชวนกันเล่นน้ำป.1หวิดดับหามส่งรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หวิดดับ..!! เด็ก 9 ขวบ ปิดเทอมชวนเพื่อนเล่นน้ำคลายร้อน จมหายไปต่อหน้าต่อตาทั้ง 2 คน อาการสาหัส เป็นตายเท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 มีนาคมนี้ เกิดเหตุเด็กชาย 3 คน ประกอบด้วย ด.ช.ศิลป์ชัย สินสุวรรณ นักเรียนชั้น ป.1, ด.ช.ปาฏิหาริย์ รานจันทึก นักเรียนชั้น ป.1 และ ด.ช.พิพัฒพงศ์ คงทรัพย์ นักเรียนชั้น ป.3 ชวนกันลงไปเล่นน้ำที่สระน้ำท้ายหมู่บ้านบ้านโสกแดง หมู่ที่ 7 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ ปรากฏว่าทั้ง 3 คนว่ายน้ำไม่เป็นและลงไปในน้ำลึก จนทำให้จมน้ำ ตะเกียกตะกายเอาตัวรอด โชคดีที่นายไพฑูรย์ อินทร์แก้ว อายุ 33 ปี เห็นเหตุการณ์ จึงเข้าช่วยเหลือจน ด.ช.พิพัฒพงศ์ และ ด.ช.ปาฏิหาริย์ ปลอดภัย แต่ ด.ช.ศิลป์ชัยสำลักน้ำสกปรกโดยกลืนน้ำเข้าไปมาก อาการสาหัส ต้องนำส่งโรงพยาบาลสนม แพทย์ให้น้ำเกลือ ยาลดไข้และยาฆ่าเชื้อ พร้อมเฝ้าดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจจุดเกิดเหตุ พบเป็นสระขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร ความลึก 5-6 เมตร และสอบถามผู้ที่ช่วยเหลือเด็ก คือนายไพฑูรย์ ได้รับการเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนายไพฑูรย์กำลังขุดหน่อกล้วยที่สวน ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ได้ยินเสียงเด็กตะโกนบอกเพื่อนจมน้ำ ตนจึงลุกขึ้นมองไปตามเสียง แล้ววิ่งไปที่สระพร้อมเด็ก พอไปถึงสระเห็นปลายมือกำลังจมน้ำ ตนจึงกระโดดลงสระไปช่วยเด็ก พอช่วยขึ้นมาได้ เด็กบอกว่าเหลือเพื่อนอีกคน ตนจึงใช้มือตวัดหาจนเจอเด็กจมน้ำพอดี จึงรีบน้ำร่างขึ้นฝั่ง ตอนแรกคิดว่าเด็กไม่รอดแล้ว แต่ก็ลองดูเผื่อรอด โดยอุ้มเด็กพาดบ่าแล้วเขย่าๆ จนเด็กมีสติขึ้นมา จึงเรียกญาติของเด็กที่อยู่ใกล้นำส่งโรงพยาบาลสนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ด.ช.พิพัฒพงศ์กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ เล่นกันอยู่ที่บ้าน จากนั้นเพื่อนอีกคนได้ชวนกันไปเล่นน้ำในสระ เลยมาเล่นกันตั้งแต่ 10.00 น. ซึ่งเพื่อนอายุน้อยกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น ออกจากฝั่งไกลเกินไปจึงจมน้ำต่อหน้าต่อตา ตนช่วยไม่ได้เพราะน้ำลึก จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสนม เยี่ยมและดูอาการ ด.ช.ศิลป์ชัย ที่ตึกผู้ป่วยใน พบนางจูม แก้วขวัญ อายุ 68 ปี เป็นยายของ ด.ช.ศิลป์ชัย กำลังนั่งเฝ้าหลานด้วยความเป็นห่วง ส่วนหลานนอนหายใจเหมือนคนเหนื่อยมากและมีเสียงครางเป็นระยะๆ เพราะพิษไข้ หนาวสั่น อย่างเห็นได้ชัด สักพักหมอก็มาตรวจดูอาการเด็กอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของทุกๆ ปี (มีนาคม-พฤษภาคม) จะพบเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง 400-500 คน จากข้อมูลการเสียชีวิตของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2545-2556) พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง 5,298 คน หรือปีละ 442 คน กรมควบคุมโรค โดยสํานักโรคไม่ติดต่อ ได้รับรายงานจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ถึงสาเหตุการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กช่วงปิดเทอมในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 74.1 ของเด็กที่ตกน้ำจะเสียชีวิต โดยเด็กที่จมน้ำเสียชีวิตเป็นเด็กที่ว่ายน้ำเป็นถึงร้อยละ 26.3 เพศชายจมน้ำสูงกว่าเพศหญิง โดยพบเด็กกลุ่มอายุ 5-9 ปี จมน้ำมากที่สุด (ร้อยละ 41.9) รองลงมาคือ 10-14 ปี และต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 28.6 และร้อยละ 27.7 ตามลำดับ ช่วงปกติจะพบเด็กจมน้ำมากในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ส่วนช่วงปิดเทอมพบเด็กจมน้ำมากในทุกๆ วัน ช่วงเวลาที่เกิดเหตุของทั้งช่วงปิดเทอมและช่วงปกติ พบว่าไม่แตกต่างกันคือ พบมากในช่วงเวลา 12.00-17.59 น. แหล่งน้ำที่พบเด็กจมน้ำมากคือ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรมากที่สุด (ร้อยละ 54.5).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5754</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, ด.ช.ปาฏิหาริย์ รานจันทึก, ด.ช.พิพัฒพงศ์ คงทรัพย์, ด.ช.ศิลป์ชัย สินสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงพยาบาลสนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab7a81f08730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
