<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ICU ผู้ป่วยโควิด-19 สีแดง ของกลุ่มปตท. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 กันยายน 2564 &amp;nbsp;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ในโครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. บนพื้นที่ 4 ไร่ ด้านหน้าโรงพยาบาลปิยะเวท เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ &amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล &amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาล ปิยะเวท จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า &amp;nbsp;กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการร่วมแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ โดยตั้งแต่มกราคม 2563 ถึงปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ความรุนแรงในหลายด้าน จนนำมาสู่การจัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ขึ้นในปี 2564 เพื่อแบ่งเบาภาระของภาครัฐ และร่วมดูแลประชาชน โดยเฉพาะการมอบเครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจนเหลว อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ และในขณะนี้ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กลุ่ม ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผนึกพลังกับภาครัฐและเอกชน ในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;มุ่งตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว เพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ไปให้ได้ &amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งหน่วยคัดกรองโควิด-19 เปิดคัดกรองเฉลี่ยวันละ 1,000 - 1,200 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อจะคัดแยกและให้ยารักษาทันที และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) สร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 สิงหาคม 2564 โดยวางระบบ Home Isolation และโรงพยาบาลสนาม (Hospitel) สีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง และจัดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU&amp;rdquo; 120 เตียง ถือเป็น ICU สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่มีความสำคัญยิ่งในการช่วยลดการเสียชีวิตของประชาชน ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ผนวกกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท. ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน (9 สิงหาคม &amp;ndash; 8 กันยายน 2564) หน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร กลุ่ม ปตท. ให้บริการคัดกรองแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย ในทุกระดับอาการ ขณะนี้มีผู้หายป่วยจากการรักษาในโครงการฯ แล้วจำนวนกว่า 1,100 ราย คิดเป็นร้อยละ 42 ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะผ่านพ้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับทุกระดับอาการแบบครบวงจร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยกันดูแลและรักษาชีวิตประชาชนได้ ซึ่งโรงพยาบาลสนามกลุ่ม ปตท. สำหรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการวิกฤต (ICU) ระดับสีแดงมีความพร้อมระดับสูงสุด รองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 120 เตียง โดยจัดให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิดที่ต้องฟอกไตโดยเฉพาะ จำนวน 24 เตียง เนื่องจากหากคนไข้ไม่สามารถฟอกไตได้ จะทำให้คนไข้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยหายใจ ระบบออกซิเจนส่งตรงถึงทุกเตียง ซึ่งแต่ละเตียงจะแยกห้องกัน เป็นลักษณะห้องความดันลบ (Negative pressure room) เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมาตรฐานระดับห้องไอซียูในโรงพยาบาล ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัล (central monitor) ทำให้สามารถสังเกตอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา และมีระบบการกู้ชีพอัตโนมัติ มีเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ สามารถส่งภาพไปยังรังสีแพทย์ทางไกลได้ทันที ถือเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบเข้มข้น (Intensive care) และมีรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่เตรียมพร้อมรับส่งคนไข้ อีกทั้งมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. และ &amp;ldquo;Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens&amp;rdquo; ของสถาบันนวัตกรรม ปตท. มาติดตั้ง เพื่อฟอกและกำจัดเชื้อโรคในอากาศบริเวณโดยรอบอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะผ่านพ้นไป ด้วยเชื่อว่าคนไทยทุกคนล้วนมีลมหายใจเดียวกัน จึงขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท., โครงการลมหายใจเดียวกัน, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139fab934c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ตรวจเยี่ยม &#039;ไอซียู&#039; สนามรพ.ปิยะเวท ขอทุกคนเป็นลมหายใจเดียวกันฝ่าวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - ที่รพ.ปิยะเวท เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามสําหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง (ICU) โครงการลมหายใจเดียวกัน ของกลุ่ม ปตท. บนพื้นที่ 4 ไร่ หน้าโรงพยาบาลปิยะเวท โดยมีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล&amp;nbsp; ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท รพ.ปิยะเวท จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตื่นเต้น ขอชมเชยคนที่ตั้งชื่อโครงการ&amp;quot;ลมหายใจเดียวกัน&amp;quot; ซึ่งไม่ว่านายกฯ หรือใคร คนทำงานต่างๆ ล้วนมีลมหายใจ จึงขอให้เป็นลมหายใจเดียวกัน ช่วยกันและกันให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ตนยืนยันจะทำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ปกติระบบสาธารณสุขของเรารองรับผู้ป่วยได้เพียงพอและได้รับความนิยมจากต่างประเทศมาก เราเป็นประเทศชั้นนำด้านสุขภาพและสาธารณสุข วันนี้ยืนยันถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปเราจะดีกว่าเดิม และได้พยายามปรับรูปแบบการทำงานมาโดยตลอด วันนี้เราทำได้ครบวงจรแล้ว ถ้าสถานการณ์มีปัญหาก็ต้องทำต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องวัคซีนขอบคุณที่ฉีดได้จำนวนมาก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล มีนโยบายอยู่แล้วให้ฉีดให้ได้มากที่สุด วันนี้ต้องชื่นชมหมอ แพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครทั้งหมด ถ้าไม่มีคนเหล่านี้เราคงมาไม่ถึงวันนี้ ส่วนมาตรการต่างๆ ยังคงต้องทำต่อไปทั้งหมดและได้พยายามผ่อนคลายแต่อย่าประมาท หากกลับมาอีกก็จะมีปัญหา ซึ่งตนในฐานะกำกับดูแลจะรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่การจะเปิดหรือปิดต้องฟังหมอทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ถือเป็นแห่งแรกที่ออกนอกที่ทำงาน ที่ผ่านมากักตัวบ้าง ประชุมออนไลน์บ้าง ได้ออกมาวันนี้สถานที่แรก ซึ่งเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ลมหายใจเดียวกัน สุขก็สุข ด้วยกันทุกข์ก็ต้องทุกข์ด้วยกัน แต่ถ้าท่านทุกข์ผมทุกข์กว่าท่าน&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำวันนี้อาจไม่ได้อะไร แต่เราได้กุศลในการช่วยเหลือคน จึงฝากสื่อดูด้วยอย่าดูแค่ว่าแต่ละปีปตท.ได้กำไรเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คือคนไทย อัตลักษณ์ความเป็นไทยใครเดือดร้อนถึงเวลาช่วยกันอยูาแล้ว เราเป็นประเทศมีความสุขมาโดยตลอด เวลานี้ต้องรวมพลังแก้ปัญหาไปด้วยกันลมหายใจเดียวกัน เรามีโอกาสมากถ้าสามัคคีกันทุกคนจ้องมองเราอยู่ วันนี้เราต้องพลิกโฉมประเทศไทยในโลกหลังโควิด ต้องเตรียมการวันนี้เพื่อวันหน้า เตรียมการหากมีโรคอุบัติใหม่ และต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะประเทศไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางทีอาจทำงานลำบากเพราะติดระเบียบ อะไรผ่อนได้ ก็จะผ่อนให้ เห็นรอยยิ้มทุกคนมีความสุข ใครจะติจะว่าขอบคุณจากหัวใจของรัฐบาล หัวใจและลมหายใจเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาลสนาม ICU ดังกล่าวกลุ่ม ปตท. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด แบ่งเบาภาระของภาครัฐ โดยได้ตั้งหน่วยคัดกรองโควิด-19 เปิดคัดกรองเฉลี่ยวันละ 1,000-1,200 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อจะคัดแยกและให้ยารักษาทันที และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) ไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.เป็นต้นมา โดยวางระบบ Home Isolation และโรงพยาบาลสนาม (Hospital) สีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง และจัดตั้ง โรงพยาบาลสนาม ICU 120 เตียง ถือเป็น ICU สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยม ว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปิยะเวท และโรงพยาบาลในเครือ และขอบคุณหมอทุกคนที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลสนามที่นี่มีการพัฒนาให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ทุกคนทำงานหนักเหน็ดเหนื่อย การทำงานในสถานการณ์นี้คงไม่มีใครมีความสุข แต่ก็มีความสุขตรงที่ว่าได้ทำบุญ ทำกุศลให้กับคน เรียกว่าได้กุศล ซึ่งต้องทำทั้งบุญและกุศล ทำบุญก็ไปวัดไหว้พระ ทำกุศลก็ทำให้กับคนที่มีชีวิตอยู่ ให้อยู่ยืนยาวต่อไป นอกจากนี้ขอขอบคุณภาคเอกชนอื่นๆที่ร่วมบริจาคช่วยเหลือกัน นี่คือสิ่งที่คนไทยทุกคนช่วยเหลือกันยามยาก ไม่ว่าจะยากดีมีจนทุกคนช่วยกันได้ สิ่งสำคัญคือความสามัคคี จะเป็นตัวบ่อเกิด ที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ กรุงเทพฯก็คือกรุงเทพฯ ปริมณฑลก็คือปริมณฑลมีการบริหารจัดการคนละแบบ ในเรื่องของการปกครอง และวิธีการต่างๆยืนยันว่ามีการปรับให้สอดคล้องเข้ากันทั้งหมด โดยการบริหารจัดการร่วมกัน ซึ่งฟังความเห็นจากคณะแพทย์ขึ้นมา ทุกเรื่องตนสั่งเองไม่ได้ ที่บอกว่าตนไปสั่งนู่นสั่งนี่ตนสั่งไม่ได้หรอก ตนต้องได้ข้อคิดเห็นเป็นสรุปเป็นมติ จากสาธารณสุขและจากส่วนต่างๆเข้ามา และวันนี้สถานการณ์วัคซีนเราไม่น่าเป็นห่วง จากการที่เราได้เตรียมการมาถึงขนาดนี้ ยอดผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วก็เพิ่มขึ้นทุกวัน คิดว่าคงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ในช่วงนี้จะถึงปลายปี และปีหน้าก็มีแผนการจัดหาวัคซีนไว้ด้วย ถ้าฉีดกันครบแล้วก็มีเข็มต่อไปกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะฉะนั้นเวลาการศึกษาการทำความเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้น เราทำได้ดีเพราะยังไม่มีใครรู้อะไรเท่าไหร่ พอเราพิสูจน์ทราบอะไรได้ ก็พร้อมกันกับต่างประเทศ การผลิตวัคซีนก็เพิ่งเริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อเร็วๆนี้เอง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาฟัง คุณหมอและสาธารณสุขด้วย วันนี้ก็มีการเตรียมการที่จะฉีดเข็ม 3 การเตรียมการที่จะฉีดให้กับเด็กก็ต้องไปดูว่าปลอดภัยหรือไม่ ผู้ปกครองยินยอมหรือไม่ เห็นหลายคนอยากฉีดอันนั้นอยากกินอันนี้ก็แล้วแต่ ให้คุณหมอไปพิจารณามา&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116183</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โควิด, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139e9ffcc3cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะโควิดแฝง6-7ล้าน จ่อศูนย์ใหม่แทนศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ฟิตเดินสายชมโครงการสู้โควิด 2 วันซ้อน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงเลิก ศบค.ตามหลัก กม.ไม่กระทบงาน สธ. เหตุ พ.ร.บ.โรคติดต่อใหม่ครอบคลุมมากกว่า เผยยอดติดเชื้อรายใหม่ 14,176 ราย เสียชีวิต 228 ราย ผงะ! &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; เปิดข้อมูลติดโควิดแฝงในไทยอาจมี 6-7 ล้านคน เฉพาะ กทม. 1.5 ล้านคน รับทำตัวเลขติดเชื้อเป็นศูนย์ในสิ้นปีไม่ได้แน่ ย้ำต้องปรับตัวใช้ชีวิตวิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวในรายการแจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล ว่าวันที่ 9 ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ในโครงการลมหายใจเดียวกัน ของกลุ่มบริษัท ปตท. ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลปิยะเวท ที่มีเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดง 120 เตียง และมีเตียงรองรับผู้ต้องฟอกไต 20 เตียง ส่วนวันที่ 10 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมผู้ประกันตนและบริษัทเอกชนที่ดำเนินการ factory sandbox ที่บริษัท เอสบี อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด จ.นนทบุรี โดยจะดูมาตรการตรวจรักษาดูแลการควบคุมภายในโรงงานที่ดำเนินการ ภายใต้แนวคิดเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยจะให้กำลังใจ รับฟังความคิดเห็นการจัดโครงการดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวเตรียมยุบศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. หากมีกฎหมายอื่นมารองรับแทนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ว่า ไม่ควรใช้คำว่ายุบ และต้องอธิบายว่า ศบค.เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตั้งชื่อเรียกว่า ศบค. แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังขอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้ โดยแยกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ที่ใช้รวมกับเหตุการณ์ฉุกเฉินหลายเรื่อง เริ่มแรกใช้กับการก่อการร้าย การก่อความไม่สงบ แต่สามารถนำไปใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติโรคระบาดได้ วันนี้อนุโลมไปใช้กับโรคระบาด แต่พอใช้ไปสักพักเห็นว่าไม่ค่อยตรง จึงคิดว่าควรแก้กฎหมายโรคติดต่อเพื่อรองรับเวลามีโรคระบาด เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ที่ต้องมีมาตรการต่างจากด้านอื่น อย่าไปคิดว่าเรื่องยุบ ศบค.เป็นเรื่องใหญ่ จะต้องยุบหรือไม่ยุบ เพราะไม่ใช่ว่ายุบไปแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะมีและใหญ่กว่า ศบค.ด้วยก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และมีผลบังคับใช้ได้ ก็ไม่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อไม่ใช้ ศบค.ก็ไม่มีความจำเป็น แต่อาจจะเปิด &amp;ldquo;ศ&amp;rdquo; (ศูนย์) ใหม่ขึ้นมาตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยสรุป ศบค.เกิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อหยุดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ศบค.ต้องเลิก ส่วนนายกรัฐมนตรีหรือใครจะนั่งเป็นประธานก็แล้วแต่ ทั้งนี้ ศบค.ที่แปลงสภาพยังทำงานต่อได้ เพราะในบทเฉพาะกาลเขียนว่า ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร คำสั่งเก่าก็ยังใช้อยู่ไม่สะดุด ในระหว่างที่รอ พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับใหม่ออกมา&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อเสนอสภาประกาศใช้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังดูอยู่ ถ้าเสนอเข้าสภาจะเสนอเป็นกฎหมายปฏิรูปก็จะทำได้เลย โดยทั้ง 2 สภาพิจารณาพร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย.สภาก็เปิดแล้ว
แก้ กม.โรคติดต่อใกล้เสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนพดล เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.โรคติดต่อ (ฉบับที่..) พ.ศ..... ว่า​ ร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อ (ฉบับที่..) พ.ศ..... นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสำนักงานได้ส่งกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่คณะรัฐมนตรีให้มาพิจารณาข้อสังเกตเพิ่มเติม หากเรียบร้อยแล้วจะส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,176 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,654 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,940 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,714 ราย และมาจากเรือนจำ 506 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp; 1,322,519 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 16,769 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,166,364 ราย อยู่ระหว่างรักษา 142,644 ราย อาการหนัก 4,387 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 960 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 228 ราย เป็นชาย 113 ราย หญิง 115 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 165 ราย มีโรคเรื้อรัง 42 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.ลพบุรี เป็นเด็กเล็กอายุ 5 เดือน-2 ขวบ จำนวน 3 ราย ที่ จ.สระบุรี และเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ที่ กทม.โดยพบเชื้อหลังเสียชีวิต โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ที่ กทม. 50 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 13,511 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักระหว่างวันที่ 1-7 ก.ย.ของไทยมีทิศทางลดลง เช่นเดียวกับแนวโน้มผู้เสียชีวิตที่มีทิศทางลดลดด้วยเช่นกัน และหากนำภาพรวมของไทยต่อ 1 ล้านประชากรเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา พบว่า อัตราป่วยของไทยน้อยกว่าสหรัฐ 8 เท่า อัตราเสียชีวิตน้อยกว่าสหรัฐถึง 10 เท่า&amp;quot; นพ.เฉวตสรรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 3,691 ราย, สมุทรปราการ 955 ราย, ชลบุรี 846 ราย, สมุทรสาคร 641 ราย,&amp;nbsp; ราชบุรี 528 ราย, ระยอง 473 ราย, พระนครศรีอยุธยา 388 ราย, สงขลา 369 ราย, นนทบุรี 362 ราย, นราธิวาส 332 ราย ซึ่งจะเห็นว่ามีเพียง กทม.จังหวัดเดียวเท่าที่มีผู้ติดเชื้อเกินหลักพัน ขณะที่การระบาดที่เป็นคลัสเตอร์ยังมีคลัสเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน สถานประกอบ แคมป์คนงานอยู่ 318 คลัสเตอร์ทั่วประเทศ ตลาด ชุมชน ครอบครัว 131 คลัสเตอร์ ร้านอาหาร สถานบันเทิง 3 คลัสเตอร์ สำนักงาน โรงเรียน สถานศึกษา 12 คลัสเตอร์ รวมทั้งยังพบการระบาดในวงสุรา วงพนัน พิธีกรรมทางศาสนา งานแต่ง งานศพ ตลอดจนในโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อสังเกตตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเป็นเพราะตรวจเชิงรุกน้อยลงหรือไม่ แล้วทำไมจึงไม่นำผลตรวจ ATK มารวมกับ RT-PCR ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าวว่า เราสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้ออย่างเต็มที่ แต่ธรรมชาติเมื่อเกิดการระบาดจะเห็นว่าในช่วงกลางเดือน ส.ค.เมื่อมีผู้ป่วยหนึ่งรายจะมีผู้สัมผัสเสี่ยงจำนวนหลายคน ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยช่วงนี้ลดลง จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงและไปตรวจที่โรงพยาบาลก็จะลดลงตามด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังให้ความสำคัญในการตรวจเชิงรุกอยู่ตลอดเวลา การที่ไม่นำ ATK มารวมยอด เนื่องจากเป็นหลักการพิจารณาทางวิชาการ นิยามของผู้ติดเชื้อที่ปฏิบัติและอิงตามองค์การอนามัยโลก และติดตามตัวเลขทั้งสองส่วนว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถึงแม้จะไม่รวมกันก็สามารถเห็นยอดทั้งสองส่วนได้ โดยไม่ได้ปิดบังจึงไม่ต้องกังวลใจ&amp;quot; ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าว
ติดโควิดแฝงอาจถึง 7 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ขณะนี้ถ้าเราดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.4- 1.5 หมื่นรายต่อวัน ขณะที่ปี 63 แค่หลักพันก็เต็มที่ แต่ปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์ของโลกและไทยเป็นขาขึ้นใหม่ เหตุผลมาจาก 2 ปัจจัยคือ โควิด-19 สายพันธุ์เดลตากระจายได้รวดเร็วและรุนแรง ตอนนี้เชื้อไปทุกที่ระบาดในคนใกล้ชิดและชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อุดมกล่าวว่า จากการศึกษาของ สธ. พบการระบาดปัจจุบันสอดคล้องกับที่อู่ฮั่นระบาด คนที่ไม่มีอาการและไม่เคยไปตรวจโควิด-19 เมื่อไปตรวจพบว่าเป็นโควิด-19 อีกประมาณ 5-6 เท่าของตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยัน ยกตัวอย่างในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันใน กทม.ประมาณ 2.5 แสนคน เอา 6 เท่าคูณ หรืออีกราว 1.5 ล้านคน ซึ่งเรียกว่าติดเชื้อแฝง ไม่เคยไปตรวจ ไม่มีอาการ ไม่ใช่แค่วันละ 4-5 พันคน เหมือนตัวเลขที่เห็นในปัจจุบัน ตอนนี้เลขผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมทะลุไป 1.2 ล้านคน ถ้าเอา 5-6 เท่าคูณ จะมีคนติดเชื้อประมาณ 6-7 ล้านคนที่แฝงอยู่ และสามารถแพร่เชื้อมาให้เราได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด แม้สนิทแค่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาด จึงขอให้ฉีดให้เร็วที่สุดอาการจะไม่รุนแรงและยังเป็นการป้องกันระบบสาธารณสุขไม่ให้รับภาระเกินไป จะมานั่งล็อกดาวน์มันก็ไม่ไหว เศรษฐกิจไม่ไหว ต้องยอมรับ ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนหนึ่งเสียหายเป็นแสนล้าน เราต้องมาปรับใจใหม่ จึงเป็นเหตุผลที่ ศบค.ยอมผ่อนปรนทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเป็นหมื่น เป้าหมายของการควบคุมโรคโควิด-19 ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมที่ต้องทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ ผมบอกเลยไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน ภายในเดือน ธ.ค.ไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน แต่เราจะให้มันน้อยลงปรับตัวอยู่กับมันได้ให้ดำเนินชีวิตได้ในชีวิตวิถีใหม่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ นายกฯ ระบุว่าต้องการเปิดประเทศให้ได้ โดยการให้คนไทยออกไปใช้ชีวิตได้ และต่างประเทศมาเที่ยวในบ้านของเราได้ คือเป้าหมายใหม่ของเรา&amp;quot; นพ.อุดมกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์มหมอพร้อม เพื่อประกอบการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ข้อตกลงในครั้งนี้ สธ.จะสนับสนุนข้อมูลการฉีดวัคซีนและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการบนแพลตฟอร์มหมอพร้อม เป็น Digital Health Pass ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการสายการบินและผู้เดินทางภายในประเทศในการตรวจสอบเอกสาร เพื่อการคมนาคมอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและโอกาสการแพร่ระบาดในสังคม เป็นการคมนาคมวิถีใหม่ที่ปลอดภัยจากโรคระบาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116100</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผู้ป่วยโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61374f5140958.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เขต ธาราเขต’สุดปลื้ม‘คุณนายจ่ายตลาด’ตอบแทนสังคมกับโครงการตลาดเคลื่อนที่ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากมอบความสุขผ่านหน้าจอให้ท่านผู้ชมทุกวันอาทิตย์ เวลา 13.40 น. ทางช่อง อมรินทร์ 34&amp;nbsp; สำหรับรายการ &amp;ldquo;คุณนายจ่ายตลาด&amp;rdquo; ร่วมกับ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันตราองุ่น และ บริษัทพันธมิตร (วุ้นเส้นสด ตราเกาลูน,ปลากระป๋อง ตราทะเลไทย,น้ำปลาแท้ ตราเมกาเชฟ,ผลิตภัณฑ์ขนม จากบริษัท นิวเวฟ เอเชีย จำกัด ,ผลิตภัณฑ์ อสร.ฟู้ดส์ ,ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ทาโร,ข้าววรรณภพ ,ผลิตภัณฑ์ ดีนี่ คิดส์ สบู่เหลว อาบ และ สระ,ผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์ ปรับผ้านุ่ม ,ผลิตภัณฑ์เด็ก น่ารัก ,ผลิตภัณฑ์บีไนซ์ โฟมล้างมือ) ได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ตลาดเคลื่อนที่ ส่งแรงใจสู้ภัย COVID19&amp;rdquo;&amp;nbsp; ในการจัดทำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด เพื่อมอบให้แก่ชุมชนในกทม.และชุมชนในจังหวัดตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีพิธีกรหนุ่ม &amp;ldquo;เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส&amp;rdquo; รับหน้าที่เป็นจิตอาสา เจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;รายการ คุณนายจ่ายตลาด ขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำโครงกาการ ตลาดเคลื่อนที่ ส่งแรงใจสู้ภัย COVID19 ด้วยการจัดเตรียมอาหาร เพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งต้องขอบคุณสปอนเซอร์ใจดี ที่สนับสนุนโครงการดีๆ ซึ่งทางเราได้จัดทำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด เพื่อมอบให้แก่ชุมชนในกทม.และชุมชนในจังหวัดตราด และจัดทำอาหารกล่องเพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลสนามและผู้กักตัวในกทม. จำนวน 600 กล่อง แม้สิ่งที่พวกเราจะเป็นส่วนเล็กๆในการตอบแทนสังคม แต่พวกเราทุกคนก็สุขใจมากครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามรายการ &amp;ldquo;คุณนายจ่ายตลาด&amp;rdquo; ทุกวันอาทิตย์ เวลา 13.40 น. ทางช่อง อมรินทร์ 34&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณนายจ่ายตลาด, จิตอาสา, ตลาดเคลื่อนที่, ถุงยังชีพ, บุคลากรทางการแพทย์, เขต ธาราเขต, เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135a4984e89b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ GCM ร่วมกับคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก  สนับสนุนการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง  (Chula HFNC) ในโครงการ “Greater Care Charity by GC &amp; Customers II”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;1 กันยายน 2564 &amp;ndash; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ยังคงมีอัตราผู้ป่วยสูง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก และ บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด (GCM) ร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท จึงมุ่งมั่นดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งที่ผ่านมา เครื่องช่วยหายใจต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาสูง และขาดแคลน เนื่องจากหลายโรงพยาบาลมีความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือกันระหว่าง GC ผู้นำด้านนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และลูกค้าคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท ในการนำความชำนาญของตน มาช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด 19 นี้ไปด้วยกัน โดยในระยะแรก โครงการได้ส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับระยะที่ 2 นี้ GC GCM และลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก ได้สนับสนุนเงินทุนให้สภากาชาดไทย ในการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศที่กำลังรับมือกับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย GC GCM พร้อมด้วยลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติกทั้ง 84 บริษัท จะยังคงมุ่งมั่นร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีอันก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนของกลุ่มคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก กล่าวว่า โครงการ Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers เป็นโครงการที่ดีที่ GC GCM ลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก เข้ามาร่วมมือกันเพื่อทำสาธารณประโยชน์เป็นโครงการที่ 2 โดยในครั้งนี้เป็นการมอบเงินสนับสนุน เพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC)&amp;nbsp; และนำไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือนี้ต่อไป นับเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมโดยคนไทย เพื่อช่วยบรรเทาโรคร้ายนี้และต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ของเราให้ยังได้มีชีวิตอยู่กับคนที่รักและครอบครัวต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะผู้รับมอบเงินสนับสนุนเพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) กล่าว ขอบคุณทุกพลังแห่งความร่วมมือจาก GC GCM และทุกท่านที่ได้ร่วมสนับสนุนภายใต้เจตนาเดียวกันคือการช่วยให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้คลี่คลายไปได้โดยเร็ว จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ยังคงมีผู้ป่วยอีกมากที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล และโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษา โดยเงินทุนที่ทุกท่านได้สนับสนุนในวันนี้ จะถูกนำไปใช้ในการผลิตเครื่อง Chula HFNC เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เป็นการพัฒนาและผลิตร่วมกันระหว่าง สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับว่าเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาและผลิตโดยคนไทยที่มีคุณภาพสูง และ ราคาที่เหมาะสม ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ 3-4 เท่า สามารถกระจายและส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อวิกฤตโควิด 19 ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เครื่อง Chula HFNC ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าและการแผ่คลื่นสนามแม่เหล็กรบกวนเครื่องมืออื่น จากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการผลิตนี้ได้มีการแจ้งให้กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ และสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับทราบ ตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์มาตรา 27(1) แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115404</URL_LINK>
                <HASHTAG>84 บริษัท, Chula HFNC, GC, GCM, Greater Care Charity by GC &amp; Customers​​​​​​​, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, นวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร, นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล, บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), ผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก, ผู้ประกอบการพลาสติก, ศูนย์พักคอย, สภากาชาดไทย, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_613092301c1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเพิ่งชะล่าใจ!ศบค.ให้คง’รพ.สนาม’ไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ในที่ประชุม ศปก.ศบค. ได้หารือกันว่า แม้ตัวเลขจะลดลง แต่ยังขอให้ตรึงกำลังระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากมีหลายจังหวัดปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อจะคืนพื้นที่ จึงขอให้มีโครงสร้างรองรับไว้หากตัวเลขกลับมาสูงขึ้นอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115280</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักดนตรี, ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด-19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เปิดโรงพยาบาลสนามโกดังสเตเดียม รองรับ300เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบพื้นที่ศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด19 ชุมชนคลองเตย (Community Covid-19 Care Center) เพื่อเป็นสถานที่พักรักษาตัวของพนักงานการท่าเรือฯ และชาวชุมชนที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียวและสีเหลืองที่มีอาการไม่รุนแรงภายในพื้นที่จัดเป็นเต็นท์สนามจำนวน 3 หลัง รองรับผู้ป่วยได้ 300 เตียง แบ่งเป็นโรงพยาบาลสนามจำนวน 240 เตียง (แยกชาย-หญิง) และศูนย์ CI จำนวน 60 เตียง โดยการท่าเรือฯ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณการจัดตั้ง ระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวว่าขอขอบคุณในความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวงที่สนับสนุนด้านการติดตั้งและวางระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนามและศูนย์ CI สำนักงานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล รวมทั้งมูลนิธิเอสซีจี, PTTOR, การประปานครหลวง, กรุงเทพมหานคร, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, มูลนิธิบุณยะจินดา, มูลนิธิมาดามแป้ง, โรงพยาบาลนวเวช และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114758</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, ศูนย์พักคอยโกดังสเตเดียม, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128c6a28d625.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
