<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. มั่นใจความพร้อม รพ.ICU ใช้นวัตกรรมรองรับผู้ป่วยสีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงพยาบาลสนาม ICU พร้อมลุยรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดงเต็มกำลัง เสริมนวัตกรรมเพื่อดูแลทุกชีวิตในสังคม โชว์ 1 เดือน คัดกรองประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย หายกลับบ้านกว่า 42% รวม 1,100 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการร่วมแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ และในขณะที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กลุ่ม ปตท. จึงได้จัดตั้งหน่วยคัดกรองโควิด-19 เปิดคัดกรองเฉลี่ยวันละ 1,000 - 1,200 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อจะคัดแยกและให้ยารักษาทันที และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) สร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวางระบบเป็น ผู้ป่วยสามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้าน (Home Isolation) จะได้รับกล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกันซึ่งภายในประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ และจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม (Hospitel) แบ่งเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง และ &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU&amp;rdquo; 120 เตียง สำหรับผู้ป่วยระดับสีแดง หรือกลุ่มที่มีอาการหนัก ซึ่งถือเป็น ICU สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยจัดให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องฟอกไตโดยเฉพาะ จำนวน 24 เตียง เนื่องจากหากคนไข้ไม่สามารถฟอกไตได้ จะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยหายใจ ระบบออกซิเจนส่งตรงถึงทุกเตียง ซึ่งแต่ละเตียงจะแยกห้องกัน เป็นลักษณะห้องความดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมาตรฐานระดับห้อง ICU ในโรงพยาบาล ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัล (Central Monitor) ทำให้สามารถสังเกตอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา และมีระบบการกู้ชีพอัตโนมัติ มีเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ สามารถส่งภาพไปยังรังสีแพทย์ทางไกลได้ทันที ถือเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบเข้มข้น (Intensive Care) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมถึงยังมีรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่เตรียมพร้อมรับส่งคนไข้ อีกทั้งมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. และ &amp;ldquo;Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens&amp;rdquo; ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมวิจัยจากสถาบันนวัตกรรม ปตท. ที่สามารถบำบัดได้ทั้ง PM2.5 และกำจัดเชื้อโรคในอากาศได้ในระบบเดียวกัน โดยนำมาติดตั้ง เพื่อฟอกและกำจัดเชื้อโรคในอากาศบริเวณโดยรอบอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ถือว่ามีความสำคัญยิ่งในการช่วยลดการเสียชีวิตของประชาชน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งหน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่กลุ่ม ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผนึกพลังกับภาครัฐและเอกชน เพื่อแบ่งเบาภาระในการช่วยเหลือประชาชนหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งต้องมีการมุ่งตรวจเร็ว แยกเร็ว และรักษาเร็ว โดยมั่นใจว่าจะช่วยให้ประชาชนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ไปได้&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวต่อว่า มีความมั่นใจถึงความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ผนวกกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท. โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง จะทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในระยะเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา (9 สิงหาคม &amp;ndash; 8 กันยายน 2564) หน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร กลุ่ม ปตท. ให้บริการคัดกรองแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย ในทุกระดับอาการ ขณะนี้มีผู้หายป่วยจากการรักษาในโครงการฯ แล้วจำนวนกว่า 1,100 ราย คิดเป็น 42%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะผ่านพ้นไป และคนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117385</URL_LINK>
                <HASHTAG>End-to-End, Home Isolation, Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ปตท., ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง, โรงพยาบาลสนาม ICU, โรงพยาบาลสนามครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149750dace96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ชี้ข่าวดียอดผู้ป่วยหายใกล้เคียงหรือมากกว่าผู้ติดเชื้อแต่ยังวางใจไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณจากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ไปยังพื้นที่จัดงานบริษัทกลุ่ม ปตท. โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน พร้อมผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่ารู้สึกยินดีที่มาเป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจรของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่ได้มีการประสานงานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ซึ่งรัฐบาลได้เร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรับมือกับแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย โดยมีการทำงานและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องการตรวจเชิงรุกให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง คัดกรองเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้นการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ การเปิดช่องทางการเข้าถึงการรักษา การกำหนดแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และการดูแลผู้ป่วยในชุมชน รวมทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต่างๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลสนามให้สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงให้มากขึ้น ที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณในความร่วมมือของภาคเอกชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตนขอขอบคุณและชื่นชมบริษัทในกลุ่ม ปตท.ที่ได้สนับสนุนงบประมาณ รวมถึงนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมในการคิดค้นอุปกรณ์และวัสดุเพื่อช่วยเหลือการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์ และสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และพันธมิตรทางการแพทย์ในการจัดตั้งโครงการลมหายใจเดียวกันเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีช่องทางการเข้ารับการรักษามากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้เราได้พยายามจะทำวิกฤตเหล่านั้นให้เป็นโอกาสของเรา เพราะเราให้ความสำคัญทั้งสองด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ 3 อย่างต้องเดินไปด้วยกัน เรามีลมหายใจเดียวกันเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาวิกฤตนี้เราจะได้เห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน ธุรกิจต่างๆ เข้ามาระดมสรรพกำลังในการช่วยรัฐบาล ซึ่งต้องกราบเรียนให้ทราบว่ารัฐบาลได้มีการทำงานในเรื่องนี้เป็นแผนงานมาโดยตลอด มีทั้งแผนงานหลัก แผนงานรอง และแผนเผชิญเหตุตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ เริ่มต้นตั้งแต่การใช้ระบบสาธารณสุขปกติ เมื่อสถานการณ์มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้นก็ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.เพื่อบูรณาการและใช้ทรัพยากร บุคคลากร ที่เรามีอยู่ ทั้งตำรวจ พลเรือน ทหาร ช่วยกันดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาพยาบาลวันนี้ อยากเรียนว่าระยะแรกๆ เราไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ระยะต่อไปเนื่องจากการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีการปรับแผนในเรื่องของการดูแลประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์ ไม่ว่าจะเรื่องการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ระยะแรกเป็นโรงพยาบาลสนามสีเขียว เพื่อแบ่งเบาภาระในการรักษาพยาบาลโรงพยาบาลหลัก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องเตียง วันนี้รัฐบาลปรับตามสถานการณ์ได้มีการพัฒนาโรงพยาบาลสีเขียวให้เป็นโรงพยาบาลสีเหลือง จากนั้นไปสู่โรงพยาบาลสีแดงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่เราเห็นวันนี้ประกอบไปกับเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งทยอยดำเนินการไปตามจำนวนวัคซีนที่เราได้รับมา ขณะเดียวกันสิ่งที่น่ายินดีคือยอดผู้รักษาหายใกล้เคียงหรือมากกว่าผู้ติดเชื้อในบางวันซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการทำงานของเราเริ่มจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจฉะนั้นการทำโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องหลายอย่างด้วยกันทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจ ความเสียสละของบุคคลากรทุกคนที่ร่วมมือในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจรในวันนี้ และหวังอย่างยิ่งจะเป็นแบบอย่างให้ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ในอนาคตอันใกล้นี้ก็คงจะต้องไปนำสู่หลายๆ พื้นที่ด้วยกันถ้าเป็นไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือภาคเอกชนและภาคธุรกิจอื่นๆ ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลและประชาชน ก็น่าจะเอาแบบอย่างตรงนี้ช่วยกันไปพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ อีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิดว่าน้ำใจเรามีให้กันเสมอมา เราน่าจะสามารถทำได้ เพราะเรามีลมหายใจเดียวกัน คือการช่วยเหลือประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วยให้มีช่องทางการเข้ารักษาพยาบาลให้มากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณอีกครั้งในน้ำใจและไมตรีที่ท่านมีให้กับรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ทำในวันนี้จะเป็นบุญกุศลให้แก่ท่านในอนาคต กับครอบครัวกับการงาน กับสุขภาพที่ดีของท่านทุกทน รวมความไปถึงประชาชนทั่วไปที่ได้รับประโยชน์จากการดูแลในลักษณะเช่นนี้ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการพัฒนาการดำเนินการของเราในเรื่องนี้คงไม่มีวันสิ้นสุดตราบใดที่โควิดยังไม่หมดจากโลกใบนี้ หรือจากประเทศไทย เราจะอยู่กับเขาได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้และอันไกล คือหลังจากโรคโควิดได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ก็คาดการณ์แล้วยังคงใช้เวลานานอีกพอสมควร ทุกประเทศมีความเดือดร้อนเหมือนกัน เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการรวมพลังของเราเช่นนี้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม คิดว่าจะทำให้ประเทศไทยนั้นอยู่รอด ประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ในโลกยุคนิวนอร์มอลซึ่งจะต้องมีการเติบโตในทุกสาขา ในทุกอาชีพ ทุกกลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มประชาชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด ถึงแม้จะมีสถานการณ์โควิดเข้ามาก็ตาม เราก็คงต้องดำเนินการในระหว่างนี้ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ปตท. และบริษัทในกลุ่ม จัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจรแห่งแรก ที่เอกชนร่วมกับภาครัฐ ภายใต้ชื่อโครงการลมหายใจเดียวกัน ประกอบด้วย 4 จุดหลักได้แก่จุดที่ 1 หน่วยคัดกรอง โครงการลมหายใจเดียวกัน ณ อาคาร Energy Terminal หรือ Enter ของบริษัท Energy Complex กลุ่ม ปตท. ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เป็นจุดคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง โดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit และหากพบว่ามีการเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อไป ขณะที่ จุดที่ 2, 3 และ 4 เป็นโรงพยาบาลสนามครบวงจร เพื่อรองรับการรักษาตามระดับความรุนแรง ได้แก่ โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยระดับ สีเขียว ในรูปแบบของ Hospitel จำนวน1,000 เตียง กระจายไปในหลายโรงแรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ สีเหลือง ที่มีอาการในระดับหนักขึ้น เปิดให้บริการ ณโรงแรมเดอะบาซาร์ กรุงเทพ มีเตียงผู้ป่วยจำนวน 300 เตียง มีระบบไฮโดรเจน ท่อสายตรง Direct Tube ส่งตรงถึงทุกเตียงผู้ป่วย &amp;nbsp;และโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยระดับ สีแดง จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง บริเวณพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท จัดทำห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย มีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตรพร้อมห้องฉุกเฉินพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112928</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, โรงพยาบาลสนามครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611353061269c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
