<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UMI GROUP ส่งพลังน้ำใจช่วยบุคลากรทางการแพทย์ฝ่าวิกฤติโควิด - 19                </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมบูรณ์ อุรานุกูล (ที่ 3 จากขวา)&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp; บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; หรือยูเอ็มไอ กรุ๊ป&amp;nbsp; กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำของประเทศไทยภายใต้&amp;nbsp; แบรนด์ดูราเกรสและเซอเกรส&amp;nbsp; บริษัทในเครือ&amp;nbsp; พนักงาน&amp;nbsp; และบริษัทพันธมิตร&amp;nbsp; ร่วมส่งพลังน้ำใจช่วยบุคลากรทางการแพทย์ฝ่าวิกฤติโควิด - 19&amp;nbsp; ด้วยการมอบเงินสมทบทุนสำหรับจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ G5&amp;nbsp; ให้แก่โรงพยาบาลสระบุรี &amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี &amp;nbsp;สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด - 19&amp;nbsp; จำนวน 367,888 บาท&amp;nbsp; โดยมีนายแพทย์อนันต์ กมลเนตร (ที่ 3 จากซ้าย)&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี&amp;nbsp; ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp; ณ โรงพยาบาลสระบุรี&amp;nbsp; จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำของประเทศไทยภายใต้, นายสมบูรณ์ อุรานุกูล, นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร, บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน), ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี, มอบเงินสมทบทุน, ยูเอ็มไอ กรุ๊ป, ส่งพลังน้ำใจช่วยบุคลากรทางการแพทย์, เครื่องช่วยหายใจ G5, เซอเกรส, แบรนด์ดูราเกรส, โควิด - 19, โรงพยาบาลสระบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d414bfe7fcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039; สั่งจัดทีมสืบสวนมือปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ รพ.สระบุรี คาดคนร้ายอยู่ยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าเพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center เปิดเผยถึงกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ส่งผลให้ฐานข้อมูลระบบบริการผู้ป่วย และอีกหลายรายการไม่สามารถสืบค้นข้อมูลประวัติเก่าหรือให้บริการออนไลน์ได้ว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.)&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตนจัดทีมสืบสวนทำคดีติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดแล้ว โดยร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการแราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และศูนย์คอมพิวเตอร์ กองทัพอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยนำเครื่องมือพิเศษไปใช้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นด้วย เบื้องต้นที่โรงพยาบาลสระบุรียังไม่ได้ทีการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ มีการก่อเหตุแฮกข้อมูลปล่อยมัลแวร์กับโรงพยาบาล และบริษัทแห่งอื่น ทั้งของรัฐบาล และเอกชน มีการเรียกค่าไถ่แลกกับข้อมูลที่ถูกแฮก ซึ่งมีบางรายยอมจ่ายเงินไปแล้วด้วย ในราคาไม่ถึงหลักล้านบาท ซึ่งจะไปตรวจสอบข้อมูลจากผู้เสียหายเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นจากแผนประทุษกรรม เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่ก่อเหตุในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากในต่างประเทศเคยเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุของชาวต่างชาติ อีกทั้งยังไม่เคยพบว่ามีแฮ็คเกอร์คนไทยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่ และเครื่องมือพิเศษที่มีคุณภาพ ซึ่งในอนาคตครดว่าจะมีการจัดซื้อเพื่อนพมาให้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77027</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, มัลแวร์เรียกค่าไถ่โรงพยาบาล, รพ.สระบุรี, โรงพยาบาลสระบุรี, ไวรัสโจมตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59bc6238327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.&#039;ยอมรับรพ.สระบุรียังกู้ข้อมูลไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีว่า วันนี้ที่โรงพยาบาลจะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องนี้โดยจะมีผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีมาแถลงด้วย ซึ่งจะรู้รายละเอียดของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ทำให้เราเข้าไม่ถึงข้อมูล ซึ่งทราบว่ามีการแฮ็กมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ยังกู้ไม่ได้ใช่หรือไม่ นพ.สุระกล่าวว่า ตอนนี้ทาง รพ.ก็พยายามกู้ไปเรื่อยๆ คือแฮ็กไป กู้ไป การแฮ็กตรงนี้จะทำให้เข้าไปถึงข้อมูลที่เราเก็บเอาไว้ และเราไม่สามารถเอากลับมาใช้ได้ &amp;nbsp;ตอนนี้ต้องใช้ระบบแมนนวลไปก่อน โดยใช้คนเดินแทน เช่นจากเดิมคนไข้เอ็กซ์เรย์แล้ว ผลจะส่งกลับมาหาหมอที่ตรวจคนไข้เลย แต่ตอนนี้หลังจากถูกแฮ็ก เมื่อคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์แล้ว หมอจะเดินไปดูผลที่แผนกเอ็กซ์เรย์เอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหน่อย ทั้งนี้การให้บริการประชาชนยังทำได้เหมือนเดิม แต่อาจจะล่าช้ากว่าเดิม เพราะเราเข้าไม่ถึงข้อมูลทั้งหมดที่เรามีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.สุระกล่าวด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ในภาพใหญ่แต่ละโรงพยาบาลจะมีระบบป้องกันคือจะสำรองข้อมูลเอาไว้ในส่วนที่ไม่ต้องเชื่อมโยงทั้งระบบ เพราะเมื่อไหร่ที่เป็นระบบเชื่อม พอไวรัสเข้าไปก็จะไปบล็อกจุดที่หนึ่ง สอง สาม ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ หากเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นปัญหา ดังนั้นแต่ละหน่วย แต่ละโรงพยาบาลจะพยายามแบล็กอัพข้อมูลของตัวเองไว้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตกลงเราต้องจ่ายเงินให้คนที่เข้ามาแฮ็กข้อมูลแล้วเรียกค่าไถ่หรือไม่ นพ.สุระ กล่าวว่า ยังไม่จ่าย เรากำลังเก็บกู้อยู่ ตอนนี้ทางโรงพยาบาล กำลังขอความร่วมมือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก ก็เข้ามาช่วยดูด้วย แต่เรายังไม่ทราบรายละเอียดว่าการแฮ็กข้อมูลตรงนี้มาจากไหนอย่างไร แต่ทั้งนี้ได้มีการเตือนซึ่งทุกโรงพยาบาลทราบแล้ว เพราะจะมีกลุ่มไลน์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการอยู่แล้ว และหลายที่ก็เคยเกิด แต่ไม่ได้เข้าถึงระบบได้เยอะมาก เพียงแต่เข้าถึงบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต้องถึงขนาดยกเครื่องระบบเทคโนโลยีของกระทรวงสาธารณสุขใหม่หรือไม่ นพ.สุระ กล่าวว่า ไม่ต้องยกเครื่องใหม่หรอก เพราะระบบเดิมมันมีอยู่แล้ว ทุกโรงพยาบาลจะมีระบบการให้บริการคนไข้ มีคนคอยดูแลในระดับหนึ่งเพราะโรงพยาบาลทุกแห่งก็จ้างนักคอมพิวเตอร์ดูแลระบบเขาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76923</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุระ วิเศษศักดิ์, ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลสระบุรี, ไวรัสคอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f587d1ad2f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเต้น!เร่งคุ้นเส้นทางคอมพิวเตอร์ล่าคนร้ายแฮ็กรพ.สระบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีโรงพยาบาลสระบุรี โดน Ransomware &amp;nbsp;เรียกค่าไถ่ เรียกเงิน 200,000 Bitcoin หรือคิดเป็นเงินไทย 63,000 ล้านบาท ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองสระบุรี ว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้แทนโรงพยาบาลสระบุรี ได้มาแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 05.31 น.ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร อยู่ที่ใด ส่งไวรัส Ransomware voidcrpt เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรี ทําให้ฐานข้อมูลผู้ป่วยไม่สามารถใช้งานได้, ภาพสแกนเวชระเบียนผู้ป่วยเสียหายทั้งหมด, เครื่องแม่ให้บริการไม่ได้ และระบบเครือข่ายระบบโทรศัพท์สายในให้บริการไม่ได้ โดยคนร้ายได้เรียกค่าไถ่เงินจํานวน 200,000 บิตคอยน์ (ประมาณ 63,000 ล้านบาท) เพื่อกู้ให้ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;พร้อมแจ้งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เส้นทางจราจรคอมพิวเตอร์และข้อมูลในการกระทำความผิดของผู้ที่ก่อเหตุ ตลอดจนสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นเป็นการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ตาม มาตรา 5 , 7 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษจำคุก 1 - 7 ปี และ ปรับตั้งแต่ 20,000 - 140,000 บาท ประกอบกับ ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษจำคุก 3 - 15 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000 - 300,000 บาท และอาจจะมีความผิดอื่นๆ อีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76920</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ransomware, ค่าไถ่, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, โรงพยาบาลสระบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f587849450a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
