<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์เดินหน้ากัญชา 6 ต้น &#039;โนนมาลัยโมเดล&#039; สร้างรายได้ระดับครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27 มิ.ย. 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เตรียมความพร้อม ผู้ที่เข้าร่วมโครงการการปลูกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีตัวแทนวิสาหกิจชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จำนวน 39 แห่ง เข้ารับฟังรายละเอียด ทั้งในด้านสถานที่ การเตรียมเอกสาร และขั้นตอนการดำเนินงาน โดยมี ภญ.กนกพร ชนะค้า รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในการดำเนินงาน ที่ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ชี้แจง ข้อสรุปการดำเนินงานว่า ให้วิสาหกิจชุมชนจัดทำข้อตกลงร่วมกับ รพ.สต. และจัดทำประชาคมหมู่บ้านในพื้นที่ ที่จะปลูกกัญชาฯ โดยมี ผอ.รพช. และสาธารณสุขอำเภอ ในแต่ละอำเภอ ให้การสนับสนุนการปลูกกัญชาทางการแพทย์ฯ การสั่งใช้ยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ทั้งที่เป็นยาสำเร็จรูปที่ใช้ภายนอก และยาตำรับกัญชาทางการแพทย์แผนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้ง พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อผลผลิตที่เป็นยาสำเร็จรูปจากโรงพยาบาลคูเมือง ตามที่หน่วยงานได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับวิสาหกิจชุมชน ซึ่งได้พิจารณาจากปริมาณการใช้กัญชาทางการแพทย์ในพื้นที่ ให้เหมาะสมกับจำนวนการปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง สนับสนุนให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในอำเภอ ทั้งจังหวัด และในเขตสุขภาพที่ 9 ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถนำตำรับกัญชาทางการแพทย์แผนไทยไปใช้ได้ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงการใช้ยาของประชาชนมากขึ้น ส่วนในเรื่องประเด็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนของวิสาหกิจชุมชนจะรับผิดชอบในการดำเนินการปลูก ตรวจคุณภาพดิน คุณภาพน้ำ และค่าตรวจวิเคราะห์ผลผลิตที่ได้จากการปลูก ผลผลิตที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของช่อดอกทั้งหมด ใบและรากบางส่วน นำส่งให้ รพ.คูเมือง เพื่อผลิตยากัญชาทางการแพทย์ ในส่วนของ ใบ ราก ลำต้น ที่เหลือวิสาหกิจชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนได้เองต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลูกกัญชาบ้านละ6ต้น, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d7e8d7e91fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิแพทย์ชนบท&#039;ระดมทุนช่วยรพ.ชุมชน-รพ.สต.ทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06&amp;nbsp;เม.ย. 63 -นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิแพทย์ชนบท และอดีตเลขาธิการแพทยสภา ระดมทุนจากชาวไทยทุกคนคนละสิบบาทหรือตามศรัทธา เพื่อร่วมกันสร้างขวัญและกำลังใจแก่พยาบาล แพทย์ บุคลากรด้านสุขภาพทุกระดับในระดับพื้นที่ จังหวัด อำเภอ ตำบลและชุมชน ทั่วประเทศ โดยนายแพทย์ชูชัย กล่าวว่า บุคลากรสุขภาพที่ทำงานด่านหน้า ในพื้นที่ปฏิบัติการ เหน็ดเหนื่อยมากที่สุด ทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้ง สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด2019 เป็นภัยคุกคามที่สำคัญยิ่งต่อสังคมไทยและสังคมโลก ยังไม่มีทีท่าจะสงบลงได้ในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พยาบาล แพทย์ บุคลากรสุขภาพในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและภาคีเครือข่าย นั้น อาจกล่าวได้ว่า เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมโรคโควิด2019 เพราะมีโรงพยาบาลชุมชนกระจายทั่วทุกอำเภอทั่วประเทศจึงเป็นด่านหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสู้ภัยโควิด2019ในครั้งนี้ ในการช่วยให้ผู้ติดเชื้อในอำเภอให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ และป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อ(ถ้ามี)นำโรคไปติดคนอื่นๆทั้งในครอบครัว ในชุมชน ในอำเภอ ในอำเภออื่นๆ และในจังหวัดอื่นๆรวมทั้งกรุงเทพมหานคร &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชูชัย กล่าวต่อว่า &amp;ldquo;มูลนิธิแพทย์ชนบทจึงขออาสาเป็นองค์กรกลางในการระดมความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ กว่า 760 แห่ง รวมถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) อีกเกือบหมื่นแห่ง ทั่วประเทศ เพื่อสู้ภัยโรคโควิด2019และโรคอุบัติใหม่ในอนาคต&amp;nbsp; ดังนั้นจึงได้ตั้ง &amp;ldquo;กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนสู้ภัยโรคอุบัติใหม่&amp;ndash;โควิด2019&amp;rdquo; ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ&amp;nbsp; 1.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานและบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้รับบริจาคมา ส่งต่อไปยังพื้นที่ที่มีความขาดแคลนได้ตรงจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เพื่อดูแลแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่เจ็บป่วยจนทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตจากโรคโควิดที่เกิดจากการดูแลผู้ป่วย 3. เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ระบบสุขภาพชุมชนอันได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่ายภาคีภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยท่านสามารถร่วมบุญกุศลในครั้งนี้โดยบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิแพทย์ชนบท ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากระทรวงสาธารณสุข เลขที่บัญชี&amp;nbsp; 340-201715-6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเพื่อน ชาวไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มศักยภาพ เราจะฟันฝ่าวิกฤติโควิดไปได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายแพทย์ชูชัย กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62303</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลชุมชน, การระบาดของไวรัสโควิด-19, นพ.ชูชัย ศุภวงศ์, มูลนิธิแพทย์ชนบท, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b088cd5ccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอน&quot;รพสต.&quot;ไปไห้&quot;อปท.&quot;ปั่นป่วน/รองปลัดสธ.ชี้ซับซ้อนไม่ง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5มิ.ย.61-โอนรพสต.ให้อปท.ปั่นป่วน โยกไปแค่ 52แห่งยังอลวน บางแห่งอยากกลับไปสังกัดสธ.เหมือนเดิม และบาง อปท.ไม่พร้อมไม่อยากรับไปดูแล &amp;quot;รองปลัดสธ.&amp;quot; ชี้การถ่ายโอนไม่ง่าย &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ต้องศึกษาให้ดี ไม่ให้ รพสต.รู้สึกเสียขวัญว่าถูกผลักไส &amp;nbsp;แต่หลักการสำคัญต้องยึด ไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์น้อยกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนบทบาท ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า จากการหารือของคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการถ่ายโอนภารกิจรพ.สต.ให้กับอปท. ต่อ ภายใต้มาตรการเดิม แต่ร่นระยะเวลาให้สั้นลง ซึ่งการถ่ายโอนต้องดูหลายอย่าง 1.ความพร้อมของอปท.สามารถรับรพ.ไปดูแลบริหารจัดการต่อได้หรือไม่ 2. ความพร้อมของรพ.สต. และ 3. ความเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจากนี้จะมีการปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมการชุดเดิม ที่มีรองนายกฯ เป็นผู้ออกคำสั่ง และมี รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย อปท.เป็นกรรมการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น นอกจากนี้ก็จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อทำเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับประโยชน์ทางด้านการดูแลสุขภาพทั้งหมดไม่น้อยกว่าเดิม หากมีนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นการให้วัคซีนทุกอย่างต้องดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มรุต กล่าวว่า งานถ่ายโอนรพ.สต.เป็นเรื่องซับซ้อนในที่ประชุมก็มีเสียงแตก อปท.บางแห่งอยากรับ บางแห่งไม่อยากรับ ส่วนรพ.สต.เอง บางแห่งอยากไป บางแห่งก็ไม่อยากไป เช่นที่ถ่ายโอนไปแล้ว 52 แห่ง จาก 9,800 แห่งนั้นบางส่วนไปแล้วก็มีการพัฒนาขึ้น บางส่วนไปแล้วก็อยากกลับเข้ามาอยู่ในการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัญหาคือกลับมาไม่ได้เพราะไม่มีตำแหน่งรองรับให้ ทำให้คนทำงานลาออก ส่วนอปท.เองก็มีปัญหาหาคนมาทำงานไม่ได้ เมื่อเป็นแบบนี้ประชาชนก็เสียประโยชน์ ดังนั้นต้องมีการศึกษาให้ดีต้องมาดูว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ได้อย่างไร แต่บางทีที่ออกไปก็มีเจริญก้าวหน้าเยอะ เช่นกัน &amp;nbsp;จึงมอบสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ไปศึกษาและทบทวนการทำงานว่าควรมีอะไรบ้าง ผลที่จะเกิดกับประชาชน ผลกระทบกับรพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป เมื่อถ่ายโอนไปแล้วผลดีคืออะไร ผลเสียคืออะไร ต้องรอบคอบเพราะเรื่องสาธารณสุขไม่ใช่แค่ผลกระทบระยะสั้น แต่มีสืบเนื่องไปในระยะยาวด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการไม่ให้อปท.ซื้อวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์เป็น 2 ปี จนมาเกิดการระบาดขึ้นในปีนี้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ต้องให้กำลังใจกัน ต้องไม่ให้ รพสต.เสียขวัญ ว่าเป็นการผลักไส เพราะแม้จะเป็นกฎหมายให้เราต้องถ่ายโอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะผลักลูกของเราให้พ้นอกไวๆ หรือต้องมาหวงเอาไว้ก็ไม่ใช่ ซึ่งการถ่ายโอนต้องทำอย่างรอบคอบ มีความพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย ประชาชนพร้อมรับ และไม่เสียประโยชน์ ซึ่งมีคนบอกว่าถ้าเข้าเกณฑ์ตามนี้ก็ให้โอนไปเลยไม่ต้องถามความสมัครใจ แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นใครจะรับผิดชอบ&amp;rdquo; นพ.มรุต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หมอครอบครัว ซึ่งต้องใช้รพ.สต.ขับเคลื่อนจะกระทบหรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สุขภาพปฐมภูมิ ระบุว่าให้ร่วมมือกันได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบ รพ.สต.นั้นยังสามารถขึ้นทะเบียนบริการปฐมภูมิของเราได้ แต่ที่เป็นห่วงคือ นโยบายต่างๆ ที่ถ่ายทอดออกไปและต้องการดำเนินการในทุกพื้นที่ จากนี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างไร ซึ่งเป็นห่วงตรงนั้นมากกว่า&amp;nbsp;
เมื่อถามต่อว่าภารกิจถ่ายโอนนี้มีนานแล้ว แต่เหมือนมาเร่งเอาช่วงนี้ ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า เท่าที่คุยกันไม่ได้เร่งว่าต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ แต่มีนักวิชาการบางส่วนบอกว่าให้รีบทำให้เสร็จ ส่วนกระทรวงเองไม่ได้ตั้งเป้าว่าแต่ละปีจะต้องถ่ายโอนเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้ต้องรอบคอบไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ประเทศชาติไม่เสียประโยชน์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, พรบ.สุขภาพปฐมภูมิ, มรุต จิรเศรษฐสิริ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, โอนรพสพ.ไปอปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1684a8ae869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
