<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;แนะเปิดหน้าต่างและประตูให้อากาศถ่ายเทสะดวกป้องกันการติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค.63 - นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ผู้ได้รางวัลแพทย์ดีเด่นจากแพทย์สภา ประจำปี 2561 โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนเพจเฟซบุ๊กหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC&amp;nbsp; หัวข้อ การเปิดหน้าต่างและประตูให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ดีมาก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อ 25 ปีก่อน นพ.มนัส วงศ์เสงี่ยม นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ และนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ได้ทำการศึกษาโอกาสติดเชื้อวัณโรคซึ่งเป็นโรคติดต่อกันง่ายทางการหายใจในหอผู้ป่วยวัณโรคโรงพยาบาลโรคทรวงอก ที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคารสมัยเก่าที่ออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดีตามธรรมชาติ โดยเปิดหน้าต่างและประตูทั้ง 2 ข้างตลอดวัน ไม่มีตึกสูงบัง และมีพัดลมบนเพดานโดยเอาหนูตะเภาทั้งหมด 16 ตัว เลี้ยงไว้ในหอผู้ป่วยวัณโรค หอละ 8 ตัว แต่ละหอผู้ป่วยมีเตียง 8 เตียง เราปล่อยให้เตียงคนไข้ กลางหอว่าง 1 เตียง และตั้งกรงหนูตะเภา 2 กรง กรงละ 4 ตัวบนเตียงนี้ (ดูรูป) ที่เราเลือกหนูตะเภาเพราะหนูตะเภาติดเชื้อวัณโรคของคนได้ง่ายมาก
เราทำการทดสอบการติดเชื้อวัณโรคโดยวิธีฉีดทูเบอร์คูลินเข้าใต้ผิวหนังหนูตะเภาทุกตัวก่อนเลี้ยงไว้ในหอผู้ป่วย และทำทูเบอร์คูลินทุกเดือนหลังจากเลี้ยงในหอผู้ป่วยวัณโรคเป็นเวลานาน 7 เดือน เมื่อครบ 7 เดือนครึ่งเราสละชีวิตหนูตะเภา และตรวจพยาธิสภาพของปอด และต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอดของหนูทุกตัวเพื่อหาหลักฐานการติดเชื้อวัณโรค
ในระยะเวลา 7 เดือนครึ่งมีคนไข้ที่เป็นวัณโรคระยะแพร่เชื้อตรวจเพาะเชื้อพบเชื้อวัณโรคในเสมหะทั้งหมด 75 คน (บางคนเป็นวัณโรคดื้อยา) อยู่ในหอผู้ป่วยทั้ง 2 หอ &amp;nbsp;
ผลปรากฏว่าไม่มีหนูตะเภาตัวใดเปลี่ยนทูเบอร์คูลินจากลบเป็นบวกในการทำทูเบอร์คูลินติดต่อกัน 7 เดือน แสดงว่าไม่ได้รับเชื้อวัณโรค และผลชันสูตรศพหนูตะเภาทั้ง 16 ตัว ตรวจไม่พบการติดเชื้อวัณโรค แสดงว่าโอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคในหอผู้ป่วยที่มีอากาศถ่ายเทดีโดยธรรมชาติด้วยการเปิดหน้าต่างและประตูนั้นมีน้อยมากๆ
ความรู้นี้สามารถนำมาใช้ลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19ได้
สถานที่ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ เป็นระบบอากาศปิด มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ รถไฟฟ้าบีทีเอสมีแผนจะเปิดช่องระบายอากาศเหนือหน้าต่างขณะรถวิ่งมีผู้โดยสารเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ (ดูรูป) ซึ่งผมเห็นด้วย ห้องเรียน ห้องอาหารของโรงเรียน สถานที่ทำงาน ออฟฟิศ รถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเป็นระบบถ่ายเทอากาศทางธรรมชาติด้วยการเปิดหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67239</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, ลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19, วัณโรค, โรงพยาบาลโรคทรวงอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
