<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“จุรินทร์” เรียกประชุมสมาคมโรงสีอีสาน จี้ ธ.ก.ส.เร่งปล่อยเงินชะลอขาย หวังดึงราคาข้าวขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; พร้อมด้วยกรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมกับคณะของสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ&amp;nbsp; อาคารสํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยนายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำทีมคณะผู้บริหารสมาคมซึ่งเป็นตัวแทนสมาชิก 160 รายใน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาระในการร่วมหารือนั้นได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพข้าว คุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ทำให้มีปัญหาด้านราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมครั้งนี้ นายจุรินทร์สั่งการให้ประสานงานไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์หรือ ธ.ก.ส.เพื่อให้ผู้บริหารสั่งการเร่งรัดมาตรการคู่ขนานได้แก่โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือจำนำยุ้งฉาง ซึ่งเกษตรกรจะได้ค่าฝากเก็บตันละ1,500บาท โครงการสินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรไปซื้อข้าวจากสมาชิกและโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกเป้าหมาย 4 ล้านตัน โดยให้โรงสีรับซื้อข้าวจากเกษตรกรเพื่อเก็บสต๊อกระยะเวลา 2-6 เดือน และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 งบประมาณตั้งแต่ปี 2563 ระยะเวลารับซื้อข้าวคือ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 มีนาคม 2564 ทั่วประเทศและในส่วนภาคใต้ในวันที่ 1 มกราคมถึง 30 มิถุนายน 2564 ด้วยเพื่อให้เกิดการแข่งขันรับซื้อข้าวจากชาวนาเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่าได้ประสานงานสาขาทั่วประเทศและโดยเฉพาะ 22 จังหวัดในภาคอีสานซึ่งทำการประชุมฝ่ายกิจการสาขาวันนี้ที่จังหวัดขอนแก่นทั้งนี้เพื่อเร่งรัดให้เกิดกระบวนการในมาตรการคู่ขนานเพื่อยกระดับราคาข้าวของเกษตรกรขึ้นให้ทันในระหว่างนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, โรงสีข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4c5a923fbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2017 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2017 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบสานพระราชปณิธาน ด้านการดูแลชาวนา พัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพ พื้นที่เขื่อนสิรินธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี โดยมี นายสุรพล แสนทวีสุข ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นผู้รับมอบ และชาวบ้านในชุมชนบ้านโคกเที่ยง พร้อมด้วย ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกูล ศิลาสุวรรณ กล่าวว่า การมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน&amp;ldquo;พระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา&amp;rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนชาวนาของพ่อบริเวณโดยรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า พื้นที่ใกล้แนวสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง ของ กฟผ. ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการ มอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนไปแล้ว 1 แห่ง คือ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ กฟผ. บ้านเสรียง จ.สุรินทร์ และในวันนี้เป็นการส่งมอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี รวมทั้งมีแผนงานจะสนับสนุนโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนอีกจำนวน 7 แห่ง ที่ จ.กระบี่ จ.อุดรธานี จ.ปทุมธานี จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเขื่อนสิรินธร ของ กฟผ. เป็นวิสาหกิจชุมชนแห่งแรก ที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวนาในพื้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ ที่มีลักษะพิเศษ คือ ข้าวมีความเหนียว นุ่ม และ กลิ่นหอม เพราะเป็นข้าวที่ปลูกในพื้นที่สูง อีกทั้ง จ.อุบลราชธานี ยังถือเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศ กฟผ. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและตั้งเป้าหมายในการช่วยพัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพแก่เกษตรกร ด้วยการสนับสนุนโรงสีข้าววิสาหกิจขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้มาตรฐานแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี เป็นเครื่องสีข้าวขนาด 3 ลูกหิน สามารถ สีข้าวได้ทุกประเภททั้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และข้าวไรซ์เบอรี่ มีกำลังการผลิตประมาณ 7 ตันข้าวเปลือกต่อวัน โดยจะดำเนินการผลิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและดูแลโรงสีข้าวด้วยตัวเอง คือ จำหน่าย จ่าย แจกในชุมชน ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลพลอยได้จากการสีข้าว อาทิ แกลบ รำ จะนำไปขายแล้วนำเงินมาไว้ใช้บริหารโรงสีข้าว สำหรับเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าแรง และค่าบำรุงรักษาโรงสีข้าว โดยคณะกรรมการโรงสีจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อ กฟผ. เพื่อติดตามประเมินผลต่อไป ทั้งนี้ การจัดตั้งโรงสีข้าวให้กับชาวนา ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ช่วยให้ชาวนา มีกำไรมากกว่าการขายข้าวเปลือกในรูปแบบเดิม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/315</URL_LINK>
                <HASHTAG>โรงสีข้าว, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171214/5a3200f4d61fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
