<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสเอฟแจงฟุตบอลโลกไม่ฉุดยอดคนเข้าโรงหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอลโลกไม่กระทบคนเข้าโรงหนัง &amp;ldquo;เอสเอฟ&amp;rdquo; หายกังวล หลังพบผู้เข้าใช้บริการยังปกติ เนื่องจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉาย เผยลูกค้าเริ่มใช้เงินสดน้อยลง เร่งร่วมมือแบงค์หนุนยอดสังคมไร้เงินสดเพิ่มเป็น 30%

นางสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ต้องยอมรับว่าเดิมทีบริษัทค่อนข้างกังวลว่าอาจทำให้ผู้เข้าใช้บริการในโรงหนังจะมีอัตรการเติบโตลดลง เพราะหากมองย้อนกลับไปประมาณ 4 ปีก่อนหน้า คนดูหนังช่วงมีกระแสฟุตบอลโลกค่อนข้างน้อยกว่าช่วงปกติ แต่สำหรับปี 2561 พบว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คาดการณ์ เนื่องจากค่ายหนังยังนำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าโรงฉาย จึงทำให้ดึงคนเข้าโรงหนังเหมือนเดิม และทำให้บริษัทมียอดขายตั๋วเติบโตตามเป้าที่ 5%

ทั้งนี้ หนังจากค่ายมาร์เวลอย่างแอนท์-แมนและเดอะวอสพ์ มีผลตอบรับค่อนข้างดี และยังเป็นภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอย จึงทำให้ช่วงนี้การเข้าโรงภาพยนตร์ยังมีการซื้อตั๋วเติบโต แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกก็ตาม โดยครึ่งปีหลังยังมีหนังน่าสนใจอีกหลายเรื่อง ที่จะช่วยกระตุ้นการดูหนังให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คริสโตเฟอร์ โรบิน หรือแม้แต่ fantastic beasts 2 ที่กำลังเตรียมเข้าฉายช่วงปลายปี

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าชมรับชมได้อย่างทั่วถึง แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับในเรื่องของบริการซื้อตั๋วและบริการด้านอื่นๆ ผ่านดิจิทัลให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมามีบริการคีออสของธนาคารออมสินแล้วจำนวน 58 สาขา รวมถึงร่วมกับธนาคารกสิกรไทยที่จะส่งเสริมยอดขายจากช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้นทางหนึ่งด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้มีความร่วมือกับทางบัตรเครดิตไทยพาณิชย์มาสเตอร์การ์ด&amp;nbsp; เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้คิวอาร์โค้ดในการชำระเงินผ่านเอสซีบี อีซี่ หรือโมบายแบงก์กิ้งแอพลิเคชั่น โดยลูกค้ายังได้รับสิทธิพิเศษเมื่อซื้อบัตรภาพยนตร์ที่นั่งเฟิร์สคลาสในราคาเพียง 400 บาท จากราคาปกติ 900 บาท รวมถึงแลกซื้อป๊อบคอร์นและเครื่องดื่มพิเศษในราคา 39 บาท จากปกติ 1360 บาท เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดในการชำระเงินผ่านเอสซีบี อีซี่

&amp;ldquo;ในช่วงที่ผ่านมาหลายภาคส่วนกำลังพยายามผลักดันให้เมืองไทยกลายเป็นสังคมไร้เงินสด ซึ่งอาจจะยังเป็นเรื่องใหม่ รวมถึงกับลูกค้าบางกลุ่ม แต่ปัจจุบันแนวโน้มของการใช้จ่ายผ่านออนไลน์หรือช่องทางที่เป็นดิจิทัลของเอสเอฟเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรืออยู่ที่ 22% เชื่อว่าจบปี 2561 จะเป็น 30%&amp;nbsp; &amp;rdquo; นางสุวรรณี กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายผ่านออนไลน์ คงเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ที่ต้องการความสะดวกสบายมากกว่าอดีต การที่บริษัทได้ร่วมมือกับทางธนาคารต่างๆ เพื่อเข้ามาเป็นเพย์เมนต์เกทเวย์ ก็ยิ่งทำให้สร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคในเรื่องของความปลอดภัยในการชำระเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12906</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, โรงหนังคึกคัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40267874d65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉายภาพโรงหนังยุคปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับชมภาพยนตร์ถือเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงที่หลายคนเลือกใช้บริการยามว่าง ในยุคที่การเข้าถึงหนังง่ายกว่าอดีต เพราะมีหลายช่องทางเกิดขึ้น แต่การรับชมในโรงหนังก็ยังได้รับความนิยมอยู่ตลอด เห็นได้จากการขยายของรายใหญ่อย่างเมเจอร์ ที่ไม่ใช่แค่หัวเมืองหลักหรือจังหวัดใหญ่ แต่ตามเมืองรองที่มีศักยภาพก็มีแผนเข้าไปลงทุนเปิดให้บริการด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีมูลค่ามากกว่า &amp;nbsp;2.4 หมื่นล้านบาท จะโตได้ดีต้องมีแรงดึงดูดเป็นหนังที่ดีพอ โดยช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาพบว่าหนังฟอร์มยักษ์ได้สร้างบรรยากาศให้คนเข้าใช้บริการโรงหนังคึกคักมากขึ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็เกิดปรากฏการณ์ทุบสถิติกับภาพยนตร์อเวนเจอร์ อินฟินิตี้วอร์ ที่สามารถทำรายได้วันแรกมากกว่า 100 ล้านบาท หากแต่ละปีมีหนังที่ขายดิบขายดีแบบนี้หลายๆ เรื่อง คงดีต่อผู้ประกอบการไม่ใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากย้อนกลับไปในอดีต การรีวิวภาพยนตร์สักเรื่องอาจไม่ได้รับรู้รวดเร็วเท่ากับยุค 4.0 เช่นนี้ แต่ก่อนหากจะนำการรีวิวมาประกอบการตัดสินใจรับชมหนัง อาจต้องรอ 1-2 วัน จึงจะรู้ว่าหนังเรื่องนั้นมีความน่าสนใจเช่นไร แต่ปัจจุบันความเร็วจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหนังได้ไวกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิธิ พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าแทบทุกคนมักจะดูรีวิวคะแนนของหนังก่อนตัดสินใจเลือกชมเรื่องนั้นๆ บางคนก็เชื่อ แต่จริงๆ แล้วไม่สามารถการันตีได้เต็มที่ว่าหนังเรื่องนั้นดีหรือไม่ดีจริง ถ้าเป็นลูกค้าประจำจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบแบบไหน เอาจริงๆ ก็เป็นดาบสองคม บางทีผู้ผลิตหนังก็กังวลหากเรตที่ออกมาไม่ดี แต่บางทีทัศนวิสัยน์แต่ละคนไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจุบันการทำมาร์เก็ตติ้งมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะเรื่องของออนไลน์ที่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องตามผู้บริโภคให้ทัน และมีการคุยกับค่ายหนังล่วงหน้าเป็นปี ว่ามีเรื่องไหนน่าสนใจบ้าง เพื่อมาคิดทำการตลาด ส่วนเรื่องของราคายังดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการ ซึ่งไม่ใช่แค่ตั๋วหนัง แต่สินค้าอื่นๆ ก็ทำเรื่องของราคากันอยู่แล้ว เพื่อต้องการดึงอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา เป็นเรื่องปกติของทุกบริการ แต่ทำยังงัยไม่ให้เสียโครงสร้างราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าโรงหนังของคนไทย หรือจากประชากร 60-70 ล้านคน คนไทยที่ดูจริงๆ อาจจะไม่เยอะด้วยซ้ำ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ถึงเรื่องต่อคนต่อปี ขณะที่เกาหลีเกือบ 4 เรื่องต่อคนต่อปี สิงคโปร์ 3-4 เรื่องต่อคนต่อปี มองว่าเป็นโอกาสมากกว่า แต่การเจาะกลุ่มลูกค้าก็ต้องแบ่งให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราถึงต้องทำกับคนรุ่นใหม่ เป็นเด็กและแฟมิลี่รุ่นใหม่ คนรุ่นก่อนๆ อาจจะไม่ชอบมาดูหนังในโรงแล้วก็ได้ สมัยก่อนแฟมิลี่รุ่นเก่าอาจไม่ได้พาลูกเข้าโรงหนัง ถ้าปูตั้งแต่เด็กเล็ก จะได้ฐานกลุ่มพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งเป้าว่าน่าจะโตได้ 30% สำหรับฐานลูกค้าเด็ก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาหลายธุรกิจปรับตัวทำการตลาดโดยแบ่งเซกเมนต์ให้ชัดเจนขึ้น แม้กระทั่งโรงภาพยนตร์ที่เหมือนจะรองรับทุกเพศทุกวัย ก็ต้องทำการตลาดให้ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มไม่แตกต่างกัน การเปิดโรงภาพยนตร์เด็กของเมเจอร์ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ที่นิยมพาลูกๆ ไปสัมผัสประสบการณ์นอก แต่ที่ผ่านมาอาจจะติดปัญหาเรื่องการเข้าชมในโรงภาพยนตร์ปกติที่อาจไม่เอื้ออำนวย และยังไม่มีภาพยนตร์เฉพาะสำหรับเด็ก จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกๆ ได้แบบเฉพาะกลุ่มนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาขาต่อไปที่คาดว่าจะเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เด็กเพิ่มเติมคือ รังสิต และเวสต์เกต โดยมีสาขาแรกอยู่ที่เมกา บางนา นอกจากจะให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเด็กแล้ว ในอนาคตดูเหมือนเมเจอร์ก็มีแผนที่จะเน้นทำการตลาดกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น การให้สิทธิพิเศษในด้านต่างๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่มากกว่าผู้ชาย ซึ่งที่ผ่านมาอาจเริ่มทำบ้างแล้ว แต่หลังจากนี้จะจริงจังมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิธิยอมรับว่า การเพิ่มความถี่ของลูกค้าเดิมน่าจะง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่ จึงต้องมีการตลาดที่ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ส่วนมุมมองทางด้านประสบการณ์ในโรงหนัง มองว่าคอนเทนต์จะเป็นส่วนสำคัญ จอ เครื่องเสียง ระบบ มีลูกค้าบางกลุ่มที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ หากเอาคนทั่วไปไม่ได้กังวลขนาดนั้น โรงที่เป็นระบบพิเศษขอ จึงมีแค่ในเมือง เพราะต่างจังหวัดใส่ไปเยอะก็ไม่ได้แปลว่าคนมาดูเยอะ บางทีลงทุนเยอะ ระบบเสียงดีมาก แต่คนดูสัก 20% อาจจะเลือกดู แต่อีก 80% ดูโรงที่ไหนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดที่เมเจอร์กำลังวางแผนและเตรียมดำเนินงานในอนาคต จะช่วยให้สามารถโฟกัสทำการตลาดแบบ Segmentation ได้มากขึ้น คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ในปีนี้จะมีทีเด็ดที่แปลกใหม่ในธุรกิจโรงหนังอีกหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9266</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, การตลาดแบบ Segmentation, นิธิ พัฒนภักดี, บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), ประเทศไทยยุค 4.0, ภาพยนตร์อเวนเจอร์ อินฟินิตี้วอร์, รุ่งนภา สารพิน, หนังฟอร์มยักษ์, โรงหนังคึกคัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
