<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อเมืองตาก&#039; วางแนวป้องกัน &#039;โรงเรียน-โรงงาน&#039; เข้มป้องกันโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 30/2564 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และพิจารณามาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด&amp;ndash;19 ของโรงเรียน และโรงงานในพื้นที่อำเภอแม่สอด รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก โดยประชุมที่ห้องประชุมทีลอซู ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา ปลัดจังหวัดตาก และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ส่วนนายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะกรรมการฯ ฝั่งตะวันตก เข้าร่วมประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สอด ขณะที่คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดตาก ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 39 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกใหม่ (1 เม.ย. &amp;ndash; 3 ก.ค. 64) จำนวน 1,131 ราย ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 731 ราย เสียชีวิตสะสมระลอกใหม่ 7 ราย ขณะที่ในห้วงระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. &amp;ndash; 2 ก.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อกระจายไปในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด 695 ราย , พบพระ 2 ราย , อุ้มผาง 1 ราย , วังเจ้า 1 ราย , เมืองตาก 2 ราย และบ้านตาก 7 ราย โดยแบ่งเป็นคลัสเตอร์โรงงาน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ 571 ราย คนไทย 19 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าวตลาดแม่ตาวกลาง เป็นชาวต่างชาติ 20 ราย , ชุมชนแรงงานต่างด้าววังตะเคียน 19 ราย &amp;nbsp;
ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจาก กทม. พบที่อำเภอบ้านตาก 6 ราย อำเภอเมืองตาก 2 ราย ,พบพระ 2 ราย ,อุ้มผาง 1 ราย และอำเภอแม่สอด 3 ราย , คลัสเตอร์ผาผึ้ง 1 ราย , คลัสเตอร์พบพระ 1 ราย , พนักงานขับรถข้ามแดน 3 ราย , ลักลอบข้ามแดน 4 ราย เป็นคนไทย 3 ราย คนจีน 1 ราย , ติดเชื้อในครอบครัว 9 ราย , หมอนวด 2 ราย และไม่ทราบแหล่งติดเชื้ออีก 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด-19 ในโรงเรียนพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยกำหนดให้ปิดโรงเรียนทุกสังกัดในอำเภอแม่สอด ออกไปอีก 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากยังพบการระบาดของโรคเป็นวงกว้างในพื้นที่ โดยให้เรียนแบบออนไลน์แทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงงานในอำเภอแม่สอด ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์แม่ตาว ให้มีมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด ขณะที่โรงงาน CC&amp;amp;C และโรงงาน TK ให้เป็นโรงงานที่เข้าสู่ระบบ Bubble and Seal (การจัดหาที่พักพนักงานให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนด ที่สามารถควบคุมได้) และ Factory Quarantine เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เข้าไปประเมิน ก่อนที่จะเปิดดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อการทำงานข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตาก เบื้องต้นมีมติให้บริษัทกรีนทัมบ์ จำกัด สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติลาว จำนวน 4 คน ที่เข้ามาทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์สนามบินแม่สอด ให้เดินทางกลับบริษัทฯ ที่จังหวัดชลบุรีได้ และให้ นางบุญมา สนธิงาม เคลื่อนย้ายแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่ทำงานภาคเกษตรในอำเภอวังเจ้า จำนวน 7 คน พร้อมผู้ติดตาม 1 คน เดินทางไปทำงานเก็บลำไยที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดตาก ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการยกระดับการป้องกันโควิด-19 กรณีการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาต่าง ๆ ที่มีการรวมคนจำนวนมาก การพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอแม่สอด และการเข้มงวดจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ก่อนการผลักดันผู้กระทำผิด กลับออกนอกประเทศ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, แม่สอด, โควิด, โรงงาน, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e103ffe1590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าเรือฯ สานต่อการศึกษา สร้างโอกาสความเท่าเทียมให้เยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการศึกษาคือสิ่งสำคัญ และเป็นพื้นฐานที่จะสร้างการเติบโตให้กับเยาวชนซึ่งเปรียบเสมือนอนาคตของชาติได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพ ปัจจุบันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งภาครัฐก็คอยผลักดันและสนับสนุน พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ร่วมกันผลักดันนโยบายและโครงการด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่พยายามเดินหน้า สร้างโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่โดยรอบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทชำนาญ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ ในฐานะผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบบริหารงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรของท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายในพื้นที่ของ กทท. ดังกล่าว มีโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่จำนวน 6 โรง ได้แก่ 1.โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ 2.โรงเรียนวัดคลองเตย 3.โรงเรียนไทยประสิทธิ์ศาสตร์ 4.โรงเรียนสามัคคีสงเคราะห์ 5.โรงเรียนวัดสะพาน และ 6.โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา ซึ่งมีนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวมากกว่า 2,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมชนโดยรอบของท่าเรือกรุงเทพ ซึ่ง กทท.ได้รับทราบถึงปัญหาหลักของน้องๆ นักเรียนในชุมชน มากกว่า 90% คือปัญหาความพร้อมด้านทุนทรัพย์ของครอบครัว รวมทั้งโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษา และสภาวะทางด้านสังคม ด้วยสิ่งเหล่านี้ ทาง กทท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนภายในโรงเรียนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองของนักเรียนภายในชุมชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปีงบประมาณ 2564 นี้ กทท.ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาฯ จำนวน 200 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการร่วมกับทั้ง 6 โรงเรียน เพื่อคัดเลือกนักเรียนที่ตรงตามหลักเกณฑ์ในแต่ละประเภทของทุนการศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ประเภททุนเรียนดี ทุนขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนสร้างชื่อเสียงเพื่อโรงเรียน ทุนยอดคุณหนูกตัญญู ทุนกีฬาดีและกิจกรรมเด่น และทุนความประพฤติดีมีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการมอบทุนการศึกษาฯ ทาง กทท.เห็นว่า &amp;ldquo;นอกจากจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้น้องๆ มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียนแล้ว ยังให้ความสำคัญทางด้านอารมณ์และจิตใจ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคมควบคู่ไปด้วย เพราะเยาวชนกลุ่มนี้ถ้าได้รับโอกาสหรือการส่งเสริมในสิ่งที่สร้างสรรค์ พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; เรือโทชำนาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การท่าเรือฯ พร้อมที่จะเป็นผู้สนับสนุนและอยู่เคียงข้างกับชุมชน เพื่อร่วมสร้างโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษาและร่วมพัฒนาชุมชนโดยรอบพื้นที่ในมิติต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100768</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, เรือโทชำนาญ ไชยฤทธิ์, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608667315fd46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้ารับเปิดเทอม ไฟฟ้าลัดวงจรโรงเรียนประถมวอดทั้งหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.63- เมื่อเวลา &amp;nbsp;03.30 น. พ.ต.อ.จักรทิพย์ กูลพฤกษี ผกก.เฝ้าไร่ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้อาคารเรียน โรงเรียนบ้านหนองหลวง ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย จึงประสานรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลเฝ้าไร่ &amp;nbsp;อบต.หนองหลวง และ อบต.นาดี ไประงับเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานประมาณ 4 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบในเวลาประมาณ 07.00 น.พบว่าเพลิงได้ไหม้อาคารไม้ 2 ชั้นวอดไปทั้งหลัง ไม่สามารถเก็บข้าวของออกจากห้องเรียนได้เลย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหนองคาย ได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจสอบวัตถุพยานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้แล้ว แต่ยังไม่สรุปว่าเกิดจากสาเหตุใด เบื้องต้นคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรประกอบกับอาคารเรียนเป็นอาคารไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเสริม นาหนอน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหลวง กล่าวภายหลังสำรวจความเสียหายของอาคารแล้วว่า อาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น อายุมากกว่า 30 ปี เป็นอาคาร ป.1 ฉ. 2 หลัง มีการต่อเติมอีก 4 ห้อง ชั้นล่างจัดให้เป็นห้องเรียนชั้นอนุบาล 1-3 และ ป.1 ส่วนชั้นบน เป็นห้องเรียนชั้น ป.4-6 จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณชั้นสองของอาคารคาดว่าเป็นห้องเรียนชั้น ป.4 ก่อนจะลุกลามไปทั้งหลัง ความเสียหายในครั้งนี้ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ขณะนี้โรงเรียนอยู่ระหว่างการปิดภาคเรียน และจะเปิดเรียนในวันที่ 1 ธ.ค.63 ซึ่งทางโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 140 คน เป็นนักเรียนในชุมชนบ้านหนองหลวงทั้งหมด โดยอาคารเรียนที่ถูกไฟไหม้เป็นอาคารเรียนหลัก นอกนั้นมีอาคารเอนกประสงค์ อาคารหลังเล็ก และอาคารอุตสาหกรรม โดยจะมีการหารือกับทางผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 ผู้ปกครองนักเรียน และคณะครู ร่วมกันในวันนี้เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน และการจัดการเรียนการสอนชั่วคราวให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85379</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, โรงเรียน, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc33cc777d49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; เชื่อ &#039;หลานปลื้ม&#039; คงนอนหลับกินอิ่มหลังเปิดเทอมวันแรก แนะอย่าลืมส่งลูกไปโรงเรียนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala ระบุว่า &amp;quot;วันนี้ โรงเรียนเปิดวันแรก หลานปลื้มคงนอนหลับกินอิ่ม ไม่เครียด แล้วนะจ๊ะ และอย่าลืมไปส่งลูกไปโรงเรียนด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านใหม่, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, หม่อมปลื้ม, เปิดเทอม, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e912f6d3f4ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมไม่ปลื้ม&#039;รบ.เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าแต่สั่งโรงเรียนคุมเข้มเด็กราวจะออกไปรบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63- หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ &amp;quot;ปลื้ม&amp;quot; พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก M.L. Nattakorn Devakula ระบุว่า รัฐบาลไม่ยอมเปิดกิจกรรมในประเทศให้เป็นปกติ แต่ดันจะอนุมัติให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศได้ หากมีระบาดรอบ 2 มาจากการจัดการของรัฐบาล ไม่ใช่ประชาชน เเต่ใครต้องรับกรรม??!!! ท้ายสุดการล็อคดาวน์ ขังคนไว้ในบ้าน ห้ามเดินทาง และ เคอร์ฟิว จะเกิดขึ้นอีกหากรัฐบาลอนุมัติให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ โดยไม่มีการคัดกรอง ประชาชนคงต้องมารับกรรมจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในประเทศไทย ไม่มีการระบาดของโคโรน่าไวรัสเลย แต่ การจัดระบบให้เด็กเรียน เหมือนเราตกอยู่ในภาวะสงคราม แทนที่รัฐบาลจะปักธงหาวิธีการทำยังไงให้เด็กๆ อนาคตของชาติ ได้ไปเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ กลับให้ การเข้าถึงการศึกษาของเด็กยากมาก ราวกับอยู่ท่ามกลางสงครามไวรัส ทั้งๆที่ไม่มีการระบาดเลย
ไม่มีโรคระบาดแล้ว เลยจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยแต่สั่งโรงเรียนให้มีมาตรการคุมเข้มเด็กๆ ราวๆกับจะไปออกรบ คิดใหม่เถอะครับศบค.&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68661</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียน, มล.ณัฐกรณ์ เทวกุล, รัฐบาล, หม่อมปลื้ม, เปิดประเทศ, โควิด-19, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df104f62d4c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039; ถามจะให้รอถึง พ.ศ. ไหนเมื่อไหร่จะเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp;พ.ค.63 -&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.&amp;nbsp;กล่าวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยทั้งประเทศเข้าใจตรงกันหมดว่าการเรียนออนไลน์ที่พูดถึงหมายความว่าต่อไปนี้เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กจนถึงมหาวิทยาลัยจะต้องเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนแบบใหม่นิวนอร์มัลเรียนออนไลน์รัฐบาลไม่เคยส่งสัญญาณเป็นอย่างอื่นเมื่อมีเสียงวิจารณ์มากขึ้นรมว.ศึกษาธิการก็ประกาศว่าอย่าเข้าใจผิดนักเรียนชั้นอื่นไม่เกี่ยวที่จะเรียนออนไลน์เป็นเด็กชั้นม.ปลายเท่านั้นทำงานแบบสุกเอาเผากินพูดไว้อย่างหนึ่งพอเกิดปัญหาก็เปลี่ยนไปพูดอีกอย่างแล้วทุกคนก็เฉยๆไม่มีใครรับผิดชอบอะไรทำท่าจะกลายเป็นความผิดของประชาชนที่คิดกันไปเองเข้าใจกันไปเองจะเล่นเกมการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐก็ว่าไปแต่ประชาชนไม่ใช่เพื่อนเล่นส่วนเรื่องวันเปิดเทอมมีข่าวว่าจะพิจารณาให้โรงเรียนนานาชาติ216&amp;nbsp;โรงเรียนทั่วประเทศเปิดทำการเรียนการสอนก่อนในวันที่1&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;ถ้าจะเริ่มเปิดโรงเรียนนานาชาติซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯแล้วโรงเรียนในจังหวัดที่ปลอดโรคมาตั้งแต่ต้นเป็นพื้นที่สีเขียวมาโดยตลอดจะให้รอถึงพ.ศ.ไหนอย่าให้กลายเป็นภาพของความเหลื่อมล้ำว่าโรงเรียนนานาชาติพิจารณาก่อนโรงเรียนนาลุ่มนาดอนพิจารณาหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่าสำหรับกรณีที่มีข่าวกรรมการที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาจะอนุญาตให้จัดการแข่งขันชกมวยได้ตั้งแต่15&amp;nbsp;มิ.ย.เป็นต้นไปนั้นที่คนกังวลไม่ได้อยู่ที่ชกกันแต่อยู่ที่การเข้าไปเชียร์กันในสนามเป็นจำนวนมากๆในพื้นที่จำกัดถ้าตัดเรื่องกองเชียร์ออกจะเหลือคนจริงๆไม่เท่าไหร่ชกกันเสร็จแต่ละฝ่ายกักตัว14&amp;nbsp;วันซึ่งไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเพราะโดยทั่วไปนักมวยชกเสร็จต้องมีเวลาพักหลายวันอยู่แล้วแฟนมวยก็ติดตามทางการถ่ายทอดเอาสำคัญคือกองเชียร์มวยตู้ทั้งหลายที่นั่งดูหน้าจอหลายสิบคนบางที่เป็นร้อยคนตรงนี้เป็นอีกมุมหนึ่งที่ต้องพิจารณาแต่ถ้าจะจัดชกมวยกันจริงๆอยากรู้ผลสอบเวทีมวยซึ่งรัฐบาลออกคำสั่งห้ามจัดแต่ยังเปิดให้จัดชกจนกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อเห็นกองทัพตั้งกรรมการสอบเดือนกว่าแล้วมีคำตอบหรือยังขณะที่ผับบาร์พวกรับจ้างจัดคอนเสิร์ตรับจ้างจัดงานกิจกรรมงานอีเวนท์ทั้งหลายอย่าบอกแค่ให้รอก่อนต้องช่วยกันคิดหาคำตอบว่าจะกลับมาเปิดได้อีกเมื่อไหร่พวกเขาไม่ใช่ส่วนเกินแต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่าพูดง่ายๆให้เขาเปลี่ยนอาชีพเพราะสำหรับหลายคนที่เกิดและเติบโตในอาชีพเหล่านี้การบอกให้เปลี่ยนอาชีพเท่ากับไล่ให้ไปตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิกล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและรมว.กลาโหมยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเก่าแล้วตั้งคนมาร่างขึ้นใหม่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อพล.อ.ประยุทธ์และพวกเท่านั้นมีส.ว. 250&amp;nbsp;คนซึ่งตั้งโดยพล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมดยกมือโหวตพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามของพล.อ.ประยุทธ์ถูกมัดมือมัดเท้าด้วยกติกาพรรคใหญ่สุดไม่มีปาร์ตี้ลิสต์พรรคอื่นๆพลาดเก้าอี้เพราะสูตรการนับคะแนนพิสดารที่ไม่เคยมีที่ไหนในโลกชี้ชัดว่าเรายังเป็นเผด็จการอยู่ประชาธิปไตยไม่มีครึ่งใบครึ่งเสี้ยวต้องเต็มใบถ้าวันนี้ยังไม่เป็นก็ต้องสู้กันต่อไปแต่ได้สร้างนิวนอร์มัลหรือความเป็นปกติใหม่ในสังคมไทยเพราะทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่เคยต่อต้านระบอบทักษิณต่อต้านนักการเมืองโกงต่อต้านวุฒิสภาทาสต่อต้านอำนาจรัฐที่ไร้การตรวจสอบกลายเป็นกลุ่มที่ยอมรับสิ่งเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้วไม่ยอมรับระบอบทักษิณแต่ยอมรับนักการเมืองที่เคยเป็นลูกพรรคทักษิณไม่ยอมรับวุฒิสภาจากการเลือกตั้งแต่ยอมรับวุฒิสภาจากพล.อ.ประยุทธ์ตั้งไม่ยอมรับอำนาจรัฐที่ไร้การตรวจสอบแต่ยอมรับคำตอบว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นของเพื่อนบอกว่านักการเมืองเป็นพวกทำลายชาติไว้วางใจไม่ได้แล้วใครปฏิเสธไหมว่า3&amp;nbsp;ป.&amp;nbsp;ไม่ใช่นักการเมืองไม่ยอมรับการแก่งแย่งชิงอำนาจกันของนักการเมืองแต่ยอมรับเกมชิงอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ, นักเรียน, เปิดเทอม, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca3261209ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 06:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนเชิงระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย Sandbox Sisaket&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หัวใจของ Whole School คือการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนเชิงระบบ ประกอบด้วยนวัตกรรม จิตศึกษา PBL และ PLC หัวใจประการแรก คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งหมายถึงเราต้องทำให้ระบบหรือโครงสร้างบางอย่างในโรงเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ผิดกฎหรือระเบียบของโรงเรียนให้ได้ก่อน เพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของครู เด็ก และผู้ปกครอง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่นี้จะเน้นไปที่การทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเรียนรู้ ของครู ของเด็ก และของผู้ปกครอง และในที่สุดเครื่องมือนี้ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรใหญ่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หัวใจประการที่สอง คือ การใช้นวัตกรรม 3 อย่างที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ทั้งของครู เด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน นวัตกรรม 3 อย่าง คือ จิตศึกษา PBL และ PLC&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จิตศึกษา เป็นกระบวนการที่จะสร้างการเรียนรู้เพื่อสร้างการงอกงามด้านในหรือปัญญาภายใน เป็นนวัตกรรมที่ทำให้ผู้เรียนเข้าไปถึงปัญญาภายใน เสมือนกล้องที่เอาไว้ส่องมองเข้าไปในตนเอง ได้แก่ การมีสติชำนาญเพื่อเท่าทันอารมณ์ การมีสมาธิเพื่อกำกับความเพียรให้สำเร็จ การมีจิตใหญ่เพื่อรักได้อย่างมหาศาล การเคารพคุณค่าในตนเองและคนอื่น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างภราดรภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ปัญญาภายใน คือ ความเข้าใจต่อตัวเองในมิติทางกายภาพและมิติของพลังงานขับเคลื่อน เข้าใจต่อชีวิตและการมีชีวิต เข้าใจต่อโลกและจักรวาล เป็นการเข้าถึงการอยู่อย่างมีเจตจำนงอยู่อย่างเป็นหนึ่งเดียว อยู่อย่างมีความหมายทั้งต่อตัวเองและสรรพสิ่ง ปัญญาภายนอก คือ ความเข้าใจต่อโลกภายนอกทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิตให้อยู่ได้หรืออยู่ได้อย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หน่วยบูรณาการ Problem based Learning (PBL) เป็นกระบวนการที่จะสร้างการเรียนรู้ให้เกิดความงอกงาม ที่จะทำให้เข้าใจโลกภายนอก และได้ทักษะของศตวรรษที่ 21 สำหรับครูต้องใช้คำถาม 3 ระดับ ในการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning คำถามแต่ละระดับล้วนมีความสำคัญกับการเรียนการสอน ดังนั้นการเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของครูหรือผู้นำกระบวนการ อย่างไรก็ตามในการจัดกระบวนการเรียนรู้ Problem-based Learning (PBL) คือ การเรียนรู้โดยการใช้ปัญหาเป็นฐานตั้งต้นในการเริ่มศึกษา เพื่อเสาะหาวิธีการแก้ปัญหาเหล่านั้น Problem-based Learning (PBL) คือ การเรียนรู้โดยการใช้ปัญหาเป็นฐานตั้งต้นในการเริ่มศึกษา เพื่อเสาะหาวิธีการแก้ปัญหาเหล่านั้น โจทย์ปัญหาแรกเพื่อชงให้เกิดความสนใจเรียนรู้ประเด็นต่าง ๆ มักเป็นโจทย์ปัญหาที่ครูตั้งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากที่จะเรียนรู้ (Problem 1 : P1) ทำให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติทั้งการค้นหาความรู้และทดลองเพื่อค้นหาคำตอบ ความรู้ที่เกิดกับเด็กมักเป็น &amp;#39;ความรู้ระดับที่ 3 (K3) : ความรู้ที่ได้จากการสืบค้น&amp;#39; และ &amp;#39;ความรู้ระดับที่ 2 (K2) : ความรู้ที่ได้จากการนำข้อมูลที่สืบค้นมาคิดวิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ จนเกิดความเข้าใจ&amp;#39; ก่อนจะทำขั้นตอนสะท้อนคิด (Reflection) ถึงขั้นตอน วิธีการ กระบวนการ และผลลัพธ์ ซึ่งจะเป็นการดีหาก &amp;quot;ผู้เรียนยังไม่ค้นพบคำตอบหรือทางออกของปัญหาที่น่าพึงพอใจ เพราะผู้เรียนจะเกิดคำถามใหม่เพื่อศึกษาต่อด้วยตนเอง จากความสนใจใคร่รู้&amp;quot; ทั้ง 2 นวัตกรรมนี้คือ จิตศึกษาและPBL เน้นที่การสร้างความรู้ให้กับผู้เรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระบวนการสร้างความรู้ให้กับครูและองค์กร คือ Professional Learning Community (PLC) หรือ การสร้างชุมชนการเรียนรู้เพื่อให้ครูได้นำสิ่งที่ปฏิบัติและได้ความรู้ชุดหนึ่งจากการปฏิบัตินั้นมาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้เกิดปัญญาร่วม ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC : Professional Learning Community) เป้าหมายของ PLC คือ การสร้างการเรียนรู้ของครูร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนยกระดับความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่จะสอน มีทักษะในการจัดการเรียนการสอน และจิตวิญญาณของความเป็นครู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(ข้อมูลจากกิจกรรมการอบรมเชิงปฎิบัติการ Super Coach &amp;amp; Master Teachers โรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมศรีสะเกษ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงระบบ ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52230</URL_LINK>
                <HASHTAG>หัวใจของ Whole School, เป็นเรื่องเป็นราว, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
