<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปลดล็อก&quot;เด็กไทยอ่อนภาษาอังกฤษ  นำร่องโรงเรียน2พันแห่ง เรียน2ภาษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 พบว่า หลายประเทศมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็มีการพูดถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันปัญหาที่หลายประเทศได้ชี้ชัดออกมาว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขสำหรับประเทศไทย คือ เรื่องการจัดการศึกษาที่ยังต้องปรับปรุง เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ตรงกับแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งนี้ ศธ.หวังว่าการวางรากฐานด้านการศึกษาในเรื่องต่างๆ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้ เพราะในอนาคตประเทศจะต้องเตรียมตัวเรื่องการลงทุนที่จะมีเพิ่มมากขึ้นจากการเปิดประเทศ ดังนั้นคนของเราก็จำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งทักษะอาชีพ และทักษะด้านภาษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาทักษะด้านภาษานั้น ตนตั้งใจว่าในระยะเวลาสั้นนี้ โรงเรียนประจำอำเภอจะต้องสอน 2 ภาษา ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนในลักษณะนี้ แต่อาจจะยังขาดความเข้มข้น ไม่สามารถเห็นเป็นผลเชิงประจักษ์ได้ ถ้าหากว่ามีการจัดสรรงบประมาณที่ลงทุนไปในส่วนของการสอนภาษาที่ 2 มากขึ้น จะส่งผลให้การวางฐาน เรื่อง ทักษะภาษาของเราดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากงบประมาณของ ศธ.ที่มีในปัจจุบันยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ แต่เราจะพยายามที่จะขับเคลื่อนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะเริ่มที่กลุ่มโรงเรียนประจำอำเภอ ประมาณ 2,000 แห่งขึ้นไป ในปีภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ซึ่งจะจัดการเรียนการสอน 2 ภาษา ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยเป็นต้นไป สำหรับการดำเนินงานในปีการศึกษา 2564 นั้น เราได้เตรียมงบประมาณ ปี 64 ให้รองรับในเรื่องนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในส่วนของอาชีวศึกษาก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะอาชีพ และทักษะภาษาไปควบคู่กัน ซึ่งเร็วๆ นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะสรุปข้อมูลการจัดกลุ่มวิทยาลัยให้เข้ากับกลุ่มธุรกิจต่างๆ มาให้ผมดู เพื่อที่จะสร้างศูนย์ฝึกอบรมที่มีคุณภาพในแต่ละสายงานให้เป็นหลัก อีกทั้งการจัดวิทยาลัยก็จะมองถึงบริบทในพื้นที่ด้วย เพราะต้องมีสถานที่ฝึกงานที่ใกล้เคียง ซึ่งจะดำเนินการในลักษณะนี้ถือเป็นการใช้งบประมาณที่ตรงกับความต้องการ และยังสามารถผลิตแรงงานได้อย่างมีคุณภาพด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปลดล็อกโรงเรียนไทยอ่อนภาษาอังกฤษ, โรงเรียน2ภาษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af9b2850e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
