<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์วิเคราะห์ &quot;น้องโทนี่&quot;กระดูกสันหลังคด ไม่น่ามาจากแบกเป้นักเรียนหนัก แต่ยังหาสาเหตุไม่พบ ด้านรร.มอบกระเป๋ามีล้อลากให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ก.ค.62-ความคืบหน้ากรณีข่าว นางสุภาพ &amp;nbsp;ดีบุญมี ณ ชุมแพ ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนหลังลูกสาวเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่น พบว่ามีกระดูกสันหลังคด โดยมีภาพเอ็กซเรย์จากทีมแพทย์มายืนยัน พร้อมระบุสาเหตุที่คาดการณ์ว่าอาจเกิดจากการที่ลูกสาวแบกเป้นักเรียน มีน้ำหนักมากไปเรียนเป็นเวลานาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่ 30 ก.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ รร.ชุมแพศึกษา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; ด.ญ.ปารย์ทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ หรือน้องโทนี่ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3โรงเรียนชุมแพศึกษา &amp;nbsp;พร้อมมารดา นางสุภาพ ดีบุญมี ณ ชุมพล ได้เข้าพบนายวิไลศักดิ์ วรรณศรี ผอ.รร.ชุมแพศึกษา เพื่อรายงานอาการป่วยของบุตรสาวพร้อมกับนำภาพเอ็กซเรย์ผลตรวจทางการแพทย์มายืนยัน โดยมีนายอดิศักดิ์ มุงชู ผอ.สพม.25 , นพ.ธวัชชัย กฤษณะประการกิจ ผู้ช่วย ผอ.รพซชุมแพ มาร่วมรับฟัง &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รร.ชุมแพศึกษา ได้มอบกระเป๋านักเรียนแบบล้อลากให้กับน้องโทนี่ เพื่อใส่หนังสือและไม่กระทบกับอาการป่วยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิไลศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า รร.ได้ทำความเข้าใจกับนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำหนักของกระเป๋าของนักเรียน รวมทั้งแนะนำวิธีการใช้กระเป๋าที่เหมาะสม &amp;nbsp;การจัดวางสิ่งของให้น้ำหนักกระจายตัว การสะพายที่ต้องกระชับแนบหลังไม่ห้อยต่ำ &amp;nbsp;การเดินที่ต้องเดินตัวตรงไม่เอนตัวไปข้างหน้า และใช้สายสะพายไหล่ทั้งสองข้างอย่างสมดุล
&amp;quot; น้ำหนักกระเป๋าไม่ควรเกินร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัวนักเรียน การนำสมุดและหนังสือกลับบ้านเฉพาะเท่าที่จำเป็นและต้องที่ใช้ในการทบทวนเท่านั้น สำหรับรายวิชาที่ใช้บ่อยอาจนำฝากครูประจำวิชาหรือครูที่ปรึกษา การจัดทำที่เก็บ หรือ LOCKERไว้ในห้องเรียน ขณะเดียวกันครูที่ปรึกษา จะต้องร่วมกับผู้ปกครองในการกำกับดูแลให้นักเรียนจัดตารางเรียนมาเรียนเท่าที่จำเป็นในแต่ละวันเท่านั้น&amp;quot;นายวิไลศักดิ์ กล่าวและว่า ได้มอบหมายให้ครูที่ปรึกษาสำรวจและตรวจคัดกรองนักเรียนที่อาจมีปัญหาด้านสุขภาพ จนไม่สามารถสะพายกระเป๋าได้เพื่อกำหนดหาแนวทางป้องกันและแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุภาพ &amp;nbsp;ดีบุญมี ณ ชุมแพ ผู้ปกครองของน้องโทนี่ กล่าวว่า ขอบคุณโรงเรียนฯ ที่มอบกระเป๋าลากให้ ยส่วนตัวคาดว่าจะช่วยให้อาการกระดูกสันหลังคดงอของน้องโทนี่ไม่รุนแรงมากไปกว่านี้ สำหรับการรักษาแพทย์ได้นัดให้มาพบเพื่อตรวจติดตามอาการป่วยอีกครั้งในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะกับการพบแพทย์เฉพาะทาง จึงจะทราบแผนการรักษาเกี่ยวกับกระดูกที่คดงอต่อไป&amp;nbsp;
ที่รพ. ขอนแก่นราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;นพ.กิตติพงษ์ วิทยาไพโรจน์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์(โรคกระดูกสันหลัง) รพ.ขอนแก่น รามกล่าวว่า คนในครอบครัวน้องโทนี่เชื่อว่า อาการกระดูกสันหลังของน้องคด &amp;nbsp;เชื่อว่าน่าจะเกิดจากการสะพายกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินไป เป็นระยะเวลานานนั้น แต่ในการเจ็บปวดที่หลังหรือไหล่อาจจะเกิดจากผลข้างเคียงที่กล้ามเนื้อในร่างกายของผู้ป่วยไม่ปกติ อันมีผลมาจาก กระดูกสันหลังน้องไม่ปกติ ส่วนอาการกระดูกสันหลังน้องคดงอนั้นยังไม่ทราบสาเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรมหรือภาวะอื่นๆซึ่งยังคงต้องรอผลการตรวจจากทีมแพทย์เฉพาะทางอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด อย่างไรก็ดีภาวะกระดูกสันหลังคดงอ สามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนโดยทั่วไปแต่ไม่มากนัก และโดยส่วนใหญ่มักจะพบในผู้หญิง ช่วงประถมศึกษาตอนปลายและช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การสะพายสิ่งของหนักนั้น มีผลกับการเกิดกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะเกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อมากกว่า ซึ่งก็อยากให้ประชาชนทุกคนได้มีการดูแลรักษาร่างกายตัวเองหรือคนในครอบครัว ทุกคนควรจะสังเกตสรีระร่างกายของคนใกล้ชิดว่าไหล่หรือซี่โครงมีความผิดปกติหรือไม่ การเดิน การนั่ง หลังยังตรงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะสังเกต หากพบความผิดปกติก็ให้เข้าพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ ซึ่งในส่วนของน้องโทนี่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจร่างกายน้อง จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ากระดูกหลังคดเกิดจากสาเหตุใด โดยแนวทางการรักษามีเพียงอย่างเดียวคือการผ่าตัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผศ.นพ.ชัชวาล ศาลติพิพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า โรคกระดูกสันหลังคด ปัจจุบันไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ เป็นโรคในกลุ่มอีโดฟาติก ที่ระบุสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ จากการวิเคราะห์พบว่ามักเกิดกับกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นหญิงวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยมีงานวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมรูปแบบหนึ่งที่ถ่ายทอดจากยายสู่แม่จากแม่สู่ลูก โดยการเอาโครโมโซม เอายีนจากผู้ที่เป็นไปตรวจพบว่าเป็นกลุ่มคล้ายๆกัน ซึ่งน่าจะเป็นยีนกลุ่มนี้ที่ทำให้หลังคดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนผู้ป่วยเท่าใด แต่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีผู้ป่วยรายใหม่เข้ามาขอรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัญหาหลักอีกปัญหาหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น เพราะหากเป็นแล้ว แล้วเลยวัยที่จะสามารถทำการรักษาได้จะต้องเข้ารับการผ่าตัดนำเหล็กเข้าไปดามอย่างเดียว แต่หากทราบว่าเป็นตั้งแต่จำนวนองศาที่คดงอไม่มาก อาจรักษาด้วยวิธีใส่เสื้อช่วยพยุงให้ดีขึ้นแทนการผ่าตัด จึงขอแนะนำว่าให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตรูปร่างของบุตรหลานตั้งแต่ช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.ชัชวาล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโรคกระดูกสันหลังคดในวัยรุ่นหญิง หากเป็นแล้วยังได้รับสิ่งกระตุ้นให้เป็นหนักขึ้นเช่น หิ้วประเป๋าที่หนักเป็นเวลานานๆ และเป็นประจำ จะเป็นการกระตุ้นให้กระดูกคดงอมากยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางการรักษาจะประเมินจากมุมคดงอของกระดูกว่าหากเป็นไม่มากและอยู่ในวัยเจริญเติบโตอยู่ จะรักษาด้วยการช่วยพยุง เช่น สวมเสื้อพยุง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก แต่หากพบว่ามีมุมมากกว่า 40 องศา อาจจะต้องได้รับการผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42322</URL_LINK>
                <HASHTAG>แบกกระเป๋าเรียนกระดูกคด, โรงเรียนชุมแพศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d401fc123ac5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
