<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คุณหญิงกัลยา&quot;ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง&quot;การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4มี.ค.64-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาการ รมว.ศธ.) กล่าวในงานแถลงข่าวถอดรหัสนโยบายการศึกษา ก้าวใหม่นักเรียนไทย ผ่าน 3 กลไก 5 นโยบาย 7 โครงการ เร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียน วางรากฐานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต เน้นต้องมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ว่า เมื่อตนเองได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการ รมว.ศธ.ก็ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้กับผู้บริหาร ศธ. ไปในทันที โดยในปี 2564 จะขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 3 กลไกหลักนั่นก็คือ&amp;quot;ความทันสมัย- เท่าเทียม- และยั่งยืน &amp;quot;เพราะถือเป็นหัวใจในการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ส่วนการจะไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษ 21 อย่างแท้จริงนั้น จะต้องเร่งผลักดัน 5 นโยบายสำคัญ คือ 1.เรื่องโค้ดดิ้ง ผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ และปัจจุบันได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ Coding เพื่อการปฏิรูปประเทศ ภายใต้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2.เรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการการเรียนการสอน : STI (Science /Technology/Innovation)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า 3.เรื่องการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อร่วมสมัย ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนการสอนด้วยนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ทันสมัย จัดทำคลังข้อมูลดิจิตัล เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับครู 4.อาชีวะเกษตรและประมง ด้วยการยกระดับอาชีวะศึกษาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งระบบ พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกษตร ถ่ายถอดเทคโนโลยีเกษตรให้กับเยาวชนและชุมชน และ 5.นโยบายการศึกษาพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ศธ.ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะ 7 โครงการเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย 1.โครงการ &amp;ldquo;Coding for All &amp;rdquo; 2.โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ 3.โครงการการขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในกำกับ โดยให้การสนับสนุนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ 4.โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ 5.โครงการที่นำเอานวัตกรรมมาใช้กับการเกษตรและประมง 6.โครงการด้านการอ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย และ 7.โครงการการศึกษาพิเศษ การศึกษาไทยจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่กรุณาส่งกำลังใจมาให้ในการทำงานเพื่อวางรากฐานทางการศึกษา ท่านรองนายกวิษณุ เครืองาม ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกคน ทั้งนี้ เป้าหมายที่วางไว้จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากปราศจากทุกท่าน โดยดิฉันจะผลักดันนโยบายการศึกษาโดยเน้นไปที่ตัวผู้เรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต ด้วย 3 กลไกเพื่อการพัฒนาคุณภาพคนไทย ด้วย 5 นโยบายสำคัญ และ 7 โครงการต่อเนื่องเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ ของนักเรียนไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติในทุกมิติ&amp;rdquo; รักษาการ รมว.ศธ. กล่าว
พร้อมกับยืนยันว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการบูรณาการการศึกษาจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียน 3 กลุ่ม คือ 1.โรงเรียนคุณภาพของชุมชน 2.โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และ 3.โรงเรียน Stand Alone รวมทั้งนโยบายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95011</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, แผนการศึกษาจังหวัด, โค้ดดิ้ง, โรงเรียนดีสี่มุมเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040b2c04a3cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดศธ.เผยคุณสมบัติ &quot;โรงเรียนดีในชุมชน รร.มัธยมดีสี่มุมเมือง&quot;ต้องเป็นอย่างไร ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9ก.พ.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความก้าวหน้าและอุปสรรคของการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน ว่า หลักการของการยกระดับโรงเรียนคุณภาพของชุมชนของแต่ละจังหวัด มีส่วนสำคัญ 3 ด้าน คือ การคัดเลือกโรงเรียนต้องมีพื้นที่ 14 ไร่ขึ้นไป เพื่อให้เพียงพอต่อการขยายตัวและสร้างอาคารเรียน หรือแหล่งเรียนรู้ ตั้งอยู่บนถนนหลักที่สามารถใช้บริการรถรับส่งนักเรียนได้อย่างสะดวก และเป้าหมายอาคารเรียนต้องมีไม่น้อยกว่า 30 ห้อง ๆ ละ 35 คน ซึ่งจะทำให้โรงเรียนคุณภาพของชุมชนหรือโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง มีจำนวนนักเรียนประมาณ 1,000 กว่าคน และไม่ควรเกิน 3,000 คน โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ.2565 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบ ความก้าวหน้าและอุปสรรคของการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โดยผู้รับผิดชอบการดำเนินการในแต่ละจังหวัด ตามคำสั่ง ศธ. ที่ สพฐ.11/2564 เรื่อง การบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) ในฐานะรับผิดชอบจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการคัดเลือกโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายข้างต้นของ ศธ. ที่ต้องการสร้างโรงเรียนดี ๆ มีคุณภาพกระจายในภูมิภาค ไม่ต้องแย่งกันเข้ามาเรียนในโรงเรียนชั้นนำที่กระจุกตัวในเมืองใหญ่ และการกำหนดเป้าหมายของโรงเรียน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดตนเองเท่านั้น ต้องคำนึงถึงพื้นที่ตั้งของโรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียงกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.เจริญวรรณ หนูนาค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ในฐานะรับผิดชอบจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ปัญหาที่พบ คือ โรงเรียนประถมศึกษาบางแห่งยังไม่ทราบเป้าหมายที่ชัดเจนของโครงการ ที่ต้องเอาโรงเรียนเครือข่ายมาเรียนรวมเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน และการเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ หากไม่ตรงกับเป้าหมาย ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. ในฐานะรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดลำปาง กล่าวว่า การลงพื้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบฐานข้อมูล และนำ School Mapping ของทั้งจังหวัดมาดู เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลในการพิกัดจุดตั้งของโรงเรียน การเชื่อมต่อ ที่จะช่วยให้เด็กในพื้นที่ทุกคน แม้ในพื้นที่ห่างไกล ได้มีที่เรียนอย่างมีคุณภาพมากที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งใช้เป็นประโยชน์ในการจำแนกข้อมูลผู้เรียนได้ชัดเจนทุกระดับการศึกษา ทั้งอนุบาล-ประถม-มัธยม รวมทั้งโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่อาจต้องไปรวมกับโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง อีกเรื่องที่จังหวัดควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ ต้องวางแผนจัดทำ Master Plan การพัฒนาโรงเรียนในปัจจุบันและอนาคตให้ชัดเจน ทำให้ดีที่สุด เพราะมีผลต่อความสำเร็จ เมื่อโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแล้ว จะได้สง่างาม จูงใจให้นักเรียนเข้ามาเรียน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92483</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุภัทร จำปาทอง, โรงเรียนดีสี่มุมเมือง, โรงเรียนดีในชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60225489e21da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;เหนื่อยใจครูแต่งดำต้านบูรณาการข่วยกันขับเคลื่อนรร.ดีในชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8ก.พ.64-&amp;ldquo;ครูตั้น&amp;rdquo;เหนื่อยใจ ชี้กรณี&amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; ออกคำสั่งบูรณาการ ศธจ.-เขตพื้นที่ ช่วยกันทำงานขับเคลื่อนโรงเรียนดีมีคุณภาพในชุมชน โรงเรียนดีสี่มุมเมือง ไม่ถือว่าก้าวก่าย อำนาจ สพฐ. &amp;nbsp;แต่เป็นลักษณะของการทำงานร่วมกัน ที่อยากเห็นมานานแล้ว จี้ทุกจังหวัด ต้องเร่งสรุปแผนการศึกษา ปลื้มจ.กาญจนบุรี ส่งมาเจ้าแรก

ตามที่ขณะนี้มีกระแสการคัดค้านและต่อต้านการสั่งงานข้ามแท่งระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากปลัด ศธ. ลงนามคำสั่งแนวทางการดำเนินการการบูรณาการด้านการศึกษาของศธ. โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการการทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)โดยเฉพาะการช่วยกันขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนดีในฃุมชน &amp;nbsp;แต่กลับทำให้เกิดกระแสไม่พอใจทางสำนักงานปลัดศธ. ว่าออกคำสั่งข้ามอำนาจ สพฐ. และมีการการระดมข้าราชการครูแต่งดำเพื่อต่อต้านคำสั่งดังกล่าว

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยตนมองว่าเรื่องนี้จะต้องแยกประเด็น ในการทำความเข้าใจ คือ การบูรณาการแผนการศึกษาจังหวัดด้วยการสร้างโรงเรียนคุณภาพดีของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนขนาดเล็กดำรงอยู่ด้วยตัวเอง (Stand Alone) โดยเป็นการนำแผนงานของ สพฐ.มาพิจารณาร่วมกับคณะทำงานของตนที่เป็นผู้บริหารระดับ 10 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่แต่งตั้งขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นการทำงานข้ามหน้าที่หรือก้าวล่วงข้าราชการใน ศธ. แต่อย่างใด แต่เป็นลักษณะของการทำงานร่วมกันมากกว่า ส่วนเรื่องการปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.ตนอยู่ระหว่างหาแนวทางที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ศธ.สามารถทำให้หน่วยงานเป็นเอกภาพได้ และไม่กระทบกับความเจริญก้าวหน้าหรือไปก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของใครทั้งนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตอนนี้เป้าหมายที่ผมวางไว้อยากให้มีการสรุปแผนการศึกษาจังหวัดของแต่ละจังหวัดให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อจะนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและขับเคลื่อนได้เห็นโมเดลการศึกษาจังหวัด ซึ่งต้องขอชื่นชมการทำงานร่วมกันระหว่างศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) กาญจนบุรี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งถือเป็นจังหวัดแรกที่ทยอยส่งข้อมูลแผนการศึกษาจังหวัดเข้ามาแล้ว เป็นการทำงานได้เร็วและระดับพื้นที่มีความตื่นตัวในการปฎิบัติงาน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าแผนนี้ทำได้จริงและเราจะสร้างประโยชน์ต่อการศึกษาได้มาก ดังนั้นขอให้ดูผลประโยชน์ของการศึกษาเป็นที่ตั้ง&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูแต่งดำ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สำนักงานปลัดศธ., โรงเรียนดีสี่มุมเมือง, โรงเรียนดีในชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6019404d4116c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ชี้รร.ในกทม.เด็กกระจุกตัวมากเกินไป เพราะค่านิยม สะท้อนต้องแจ้งเกิด รร.ดีสี่มุมเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.พ.64 -นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า พบว่าโรงเรียนในพื้นที่ กทม.มีการกระจุกตัวของนักเรียนที่เกิดจากค่านิยมในเรื่องความต้องการเข้าเรียนโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ดังนั้น ขณะนี้ตนคิดว่า ศธ.มีความจำเป็นจะต้องสร้างโอกาสกับโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองมากขึ้น เพราะเท่าที่สำรวจดูเรามีความพร้อมด้านสถานที่เพียงแต่การจัดการเรียนการสอนอาจไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ทำให้หมดโอกาสในการสร้างความสนใจให้แก่ผู้ปครองและนักเรียน ซึ่งตนมองว่าโรงเรียนในพื้นที่ กทม.มีโอกาสได้รับการสนับสนุนหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลเทคโนโลยี ครูสอนภาษาต่างประเทศ และกระบวนการยกระดับความรู้ของในแต่ละหลักสูตรให้มีความน่าสนใจ นอกจากนี้การปรับบทบาทโรงเรียนที่ต้องการเป็นโรงเรียนนิติบุคคล เพื่อจะทำให้โรงเรียนมีโอกาสพัฒนาโรงเรียนได้เอง แต่ขณะนี้มีข้อกังวลจากระเบียบ ศธ.จึงทำให้โอกาสพัฒนาโรงเรียนในฝันมีข้อจำกัดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับแผนการศึกษาจังหวัดของพื้นที่ กทม.นั้น ผมจะต้องมีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขต กทม. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อวางแผนการศึกษาร่วมกันว่าแต่ละเขตมีความต้องจัดการศึกษาแบบไหน ขณะนี้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานยังเป็นปัญหาของผู้เรียนอยู่ เนื่องจากหลักสูตรที่ใช้เรียนจะนำมาตรฐานมาครอบวัดความสามารถของเด็ก แต่การเรียนของเด็กระดับมัธยมศึกษามีอนาคตความต้องการแตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องยืดหยุ่นการจัดการเรียนการสอน ต้องให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนตามทักษะความถนัดของแต่ละคน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าจะผลักดันหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ได้ใช้ในปี 2565&amp;ldquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91652</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนดัง, กทม., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เด็กกระจุกตัว, โรงเรียนดีสี่มุมเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017b90e9dbce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
