<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก5ปีผอ.หัวงู กิ๊กกับนักเรียนม.2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.โรงเรียนหัวงูเป็นกิ๊กกับลูกศิษย์ นร.หญิง ม.2 เจอคุกอ่วม 10 ปี 4 เดือน ศาลปรานีรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 5 ปี 2 เดือน ไม่รอลงอาญา พร้อมอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ศาลมีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดบัวใหญ่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายณฐาภพ บุญทองโท อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับลูกศิษย์เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 279 วรรค 2 ประกอบมาตรา 285 และมาตรา 317 วรรค 3 มาตรา 318 วรรค 3 ซึ่งจากพยานหลักฐานเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง โดยการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ลงโทษจำคุก 8 เดือน, ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จำคุก 8 เดือน, ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 5 ปี, ฐานพรากเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร จำคุก 4 ปี รวมโทษที่จำคุก 10 ปี 4 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 5 ปี 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาล โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ จำเลย ในวันที่ 16-18 ตุลาคม 2561 ขณะที่การดำเนินการเอาผิด?ทางด้านวินัย ทางคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำสั่งลงโทษไล่ออกนายณฐาภพ บุญทองโท ไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอดีตภรรยาของนายณฐาภพได้เดินทางมายังศาล ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท เพื่อขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของคดีดังกล่าว เริ่มจากเมื่อปลายเดือนมกราคมปีนี้ มีการร้องเรียนว่านายณฐาภพ ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี เพียง 3 เดือน มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี มีการพาเด็กไปเที่ยว 2 ต่อ 2 พูดคุยกันทางไลน์ในเชิงชู้สาว ต่างฝ่ายต่างเรียกอีกฝ่ายว่า &amp;quot;ที่รัก&amp;quot; ซึ่งต่อมา ผู้ปกครองของนักเรียนหญิงได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ดำเนินคดีนายณฐาภพในข้อหากระทาอนาจาร และตำรวจได้ออกหมายเรียกนายณฐาภพเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่ พรากผู้เยาว์เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร และข้อหาหมิ่นประมาท ขณะที่นายณฐาภพให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ต้นสังกัดของนายณฐาภพยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาสอบสวนทางวินัย ก่อนจะมีมติให้ไล่ออกนายณฐาภพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15556</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณฐาภพ บุญทองโท, ผอ.โรงเรียนหัวงู, ศาลจังหวัดบัวใหญ่, หนังสือพิมพ์, หัวงู, เป็นกิ๊กกับลูกศิษย์, โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7574b3ebda3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไล่ออก&#039;ผอ.ฉาวคบชู้นักเรียนม.2ผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปีโรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชตพูดคุยกันทางไลน์ของทั้งคู่ ซึ่งสนทนากันในเชิงชู้สาวข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันและกันว่า ที่รัก ขณะที่ตัวของ ผอ.โรงเรียน ก็เรียกนักเรียนหญิงว่า เมีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมนครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้แล้ว หลังได้ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงลักษณะแอบคบหากันฉันชู้สาว พร้อมสอบปากคำคณะกรรมการสถานศึกษาคณะครู ผู้ปกครอง และเพื่อนของเด็กนักเรียนหญิงที่เป็นข่าว โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทางศึกษาธิการจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกับสั่งย้ายและพักราชการ ผอ.คนดังกล่าว และตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 9 คนพิจารณาความผิดด้วยความเป็นธรรมและกลั่นกรองตัดสิน ผอ.คนดังกล่าว ตามที่มีข่าวเสนอไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันนี้&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลเอกมารุต ลิ้มเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา และคณะอนุกรรมการ รวม 9 คน อาทิ นายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา , นายทอง วิริยะจารุ กรรมการฯ ได้ร่วมประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาที่มานายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด โดยเบื้องต้นในชั้นของคณะอนุกรรมการฯชุดใหญ่มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอว่า ให้ลงโทษวินัยร้ายแรงคือ ไล่ออก ส่วนประเด็นอาญาก็ให้ว่ากันไป หรือหากมีเรื่องอย่างอื่นก็ว่าไป ในส่วนนี้คือการหาหนทางดูแลเด็ก เนื่องจากเด็กถือว่ายังเป็นผู้เยาว์วัยอยู่และให้เด็กได้ศึกษาจนจบ ตรงนี้คือสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกมารุต เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การประชุมวันนี้เรื่องการลงวินัยร้ายแรง ผอ.ให้ไล่ออก เราพิจารณาให้ความยุติธรรมด้วยความรอบด้านรอบครอบอย่างดีที่สุด ซึ่งเราดูจากเหตุจากผลของผลการสอบสวนที่ออกมา เราก็ว่าไปตามนั้น และยังมีคณะกรรมการสอบสวนที่เขตการศึกษาฯตั้งขึ้น เราได้นำมาพิจารณาประกอบการสอบสวนและคำให้การของแต่ละคนที่เราตั้งลงไปสอบสวนแล้วนำเข้ามาพิจารณาในชั้นของคณะอนุกรรมการชุดใหญ่วันนี้ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบลงโทษวินัยร้ายแรงคือ ไล่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากนี้ไปก็จะเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา หรือ กศจ. ที่มีผู้ว่าฯนครราชสีมาเป็นประธานในวันที่ 12 กรกฏาคมนี้ ในส่วนของเราได้ข้อสรุปแบบนี้ถือว่า จบเพียงแค่นี้ ส่วน กศจ.จะตัดสินใจอย่างไรเป็นดุลยพินิจที่ประชุมใหญ่ต่อไป&amp;quot;พลเอกมารุต กล่าวและว่า&amp;nbsp;คณะกลั่นกรองชุดใหญ่ ซึ่งคณะเราเหมือนกับเป็นคณะกลั่นกรองให้ความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสอบสวนที่ กศจ. ได้ตั้งลงมาขั้นต่อจากนี้ไปก็จะเสนอขึ้นไปให้กับ กศจ.นครราชสีมาตัดสิน ตรงนั้นจะถือเป็นที่สิ้นสุดว่า จะไล่ออกตามที่เสนอหรือไม่หรือจะปลดออกก็มีเท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12792</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, บัวใหญ่, ผอ.ฉาวคบเด็กม.2, ผอ.โรงเรียนผิดวินัยร้ายแรง, โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3db1b963777.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
