<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว ศธ.ร่วมมือแคนาดา ดึงครูต่างชาติสอนภาษาอังกฤษรร.ประจำตำบล 300แห่ง  มั่นใจ3-5ปีเด็กไทยฟุดฟิดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23ก.พ.64-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสถานทูตแคนาดา และสภาหอการค้าประเทศแคนาดา โดยเป็นความร่วมมือที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ปีในการจัดหาครูต่างชาติมาสอนในโรงเรียนดีประจำตำบล 300 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าภายใน 3-5 ปี นักเรียนที่ได้เรียนภาษากับเจ้าของภาษาโดยตรงจากความร่วมมือนี้ จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างแน่นอน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือที่ ศธ.พยายามผลักดันความร่วมมือกับประเทศที่มีพื้นฐานการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อจะเสริมทักษะภาษานักเรียนไทย และเชื่อว่าในอนาคตจะมีครูต่างชาติมาสอนในโรงเรียนมากกว่า 300 แห่งอย่างแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติให้ ศธ.จ้างครูต่างชาติ จำนวน 20,000 ตำแหน่ง แบ่งเป็นครูชาวต่างชาติ 10,000 คนและครูชาวจีน 10,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายภาษาอังกฤษของตนนั้นต้องการให้เกิดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เด็กปฐมวัยด้วยภาษาคำศัพท์ง่ายๆ ให้เด็กได้ซึมซับมากขึ้น เพราะตนคิดว่าช่วงปฐมวัยเป็นวัยที่จะรับเรื่องภาษาได้ดี ทั้งนี้จะไปผสมผสานกับแผนบูรณการการศึกษาจังหวัดที่มีโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ที่จะทำให้เด็กมีทักษะความพร้อมด้านภาษาด้วย เนื่องจากเด็กทุกคนในโรงเรียนกลุ่มดังกล่าวจะได้เรียนภาษากับครูต่างชาติโดยตรง ส่วนการยกระดับภาษาอังกฤษของครูนั้น ศธ.พยายามหาแนวทางตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะเป็นครูหรือผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษที่เหมาะสม และมีความสามารถเพียงพอในการค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาสอนเด็กได้ ซึ่งจะทำให้ความกว้างขวางในการค้นหาความรู้ของครูมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประเทศแคนาดา, ภาษาอังกฤษ, โรงเรียนประจำตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034b77d898ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยกรร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ต.ค.63-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงศ์จินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาราชการรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ได้มอบหมายให้ตนดูแลเรื่องการจัดการศึกษาโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ซึ่งขณะนี้ตนได้ตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลแล้ว โดยการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายเป็นข้อสั่งการมา ว่า การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลที่ดำเนินการอยู่ตอนนี้เป็นการทำงานในภาพกว้างไม่เกิดผลขับเคลื่อนที่ชัดเจน ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลที่โดดเด่น เพื่อให้มาเป็นต้นแบบก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้ตรวจศธ.กล่าวว่า &amp;nbsp;สพฐ. จะคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลต้นแบบในเขตพื้นที่การศึกษาละ 1 แห่ง มาพัฒนาให้มีคุณภาพเติมงบประมาณ บุคลากร อาคารสถานที่ เพื่อให้เป็นต้นแบบหากประสบความสำเร็จก็จะมีการขยายผลต่อไป โดยในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ซึ่ง เลขาฯ กพฐ.จะชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้แก่เขตพื้นที่รับทราบและนำไปปฏิบัติ เพื่อคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลเขตละ 1 แห่งให้มาเป็นโรงเรียนต้นแบบ ทั้งนี้โรงเรียนประจำตำบลต้นแบบเราจะทำให้เป็นโรงเรียนประจำตำบลยอดนิยมเหมือนมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาอยู่ในตำบล ซึ่งจะลดการที่เด็กไปกระจุกเรียนอยู่แต่โรงเรียนในเมือง และเป็นการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อีกทั้งจะช่วยโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะจะทำให้เกิดการไหลรวมของโรงเรียนประจำตำบลมารวมกับโรงเรียนขนาดเล็กไปเอง
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล จำนวน 8,000 แห่งที่มีการดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้แล้วจะยังเดินหน้าต่อหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวว่า โครงการยกระดับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลที่เคยมีการทำมาก่อนหน้านี้นั้นยังคงดำเนินการต่อไป แต่คงไม่หว่านทำทั้งหมด เพราะงบประมาณที่มีอยู่ไม่สามารถทำทั้งหมดได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดคุณภาพ เพราะการเป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลจะต้องจับต้องได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนุ วงษ์จินดา, โรงเรียนประจำตำบล, โรงเรียนเตรียมอุดมฯประจำตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92ec894146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เล็งปั้นโรงเรียนขนาดเล็กเป็น รร.ประจำตำบล ลดช่องว่างการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;


3ส.ค.63-สพฐ. จับจุดนโยบายการศึกษากำลังสองพัฒนาโรงเรียนขนาดกลาง ขนาดเล็ก ให้แข็งแรง &amp;nbsp;ให้เป็นโรงเรียนประจำตำบล ลดช่องว่างกับโรงเรียนประจำอำเภอ &amp;nbsp; เพื่อผลลัพธ์ตกที่เด็ก มีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายขับเคลื่อนการศึกษายกกำลังสองด้วยการบริหารจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ถอดบทเรียนนโยบายดังกล่าวแล้ว ซึ่งมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับการศึกษายกกำลังสอง คือ การพัฒนาที่เกิดจากโรงเรียนเองหรือรากฐานความแข็งแรงของโรงเรียนที่เรียกว่าการบริหารจัดการโรงเรียน เพราะขณะนี้เรามีโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนนิติบุคคล แต่การขับเคลื่อนของโรงเรียนนิติบุคคลยังไม่ถึงเป้าหมายเท่าที่ควร ดังนั้นสพฐ.จะต้องกลับมาหาจุดที่จะพัฒนาโรงเรียนนิติบุคคลให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น สำหรับการสร้างโรงเรียนให้เข้มแข็งโรงเรียนต้องสร้างความเป็นเลิศให้ตัวเองไม่ใช่ไปแข่งขันกับโรงเรียนอื่น

&amp;ldquo;เรามองว่าโรงเรียนส่วนใหญ่อย่างโรงเรียนระดับจังหวัด โรงเรียนมาตรฐานสากล หรือโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยโรงเรียนเหล่านี้มีความแข็งแรงอยู่แล้วด้วยตัวเองสามารถขับเคลื่อนการศึกษาไปได้ไกล แต่โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดเล็กเรามีความเป็นห่วงว่าจะสร้างความแข็งแรงได้อย่างไรบ้าง ซึ่งการเติมเต็มคุณภาพให้แก่โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดเล็กก็คือ การสร้างให้เป็นโรงเรียนประจำตบล เพื่อลดความห่างระหว่างโรงเรียนประจำอำเภอ กับ โรงเรียนระดับตำบล ดังนั้นเด็กทุกคนก็จะได้โอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเที่ยม พร้อมกับส่งเสริมเด็กให้ได้รับการพัฒนาอย่างตรงจุด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73246</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., อำนาจ วิชยานุวัติ, โรงเรียนประจำตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef46a8227a0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
