<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชี้โลกตกอยู่ในวิกฤตโซเชียลมีเดีย  ที่ควบคุมไม่ได้  ฝากศธ.สอนคนเข้มแข็ง ปรับตัวเพื่อยู่รอดในโลกยุคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12ก.ย.61-ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ - โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน -คอนเน็กซ์-อีดี (CONNEXT ED) &amp;nbsp;ภายใต้ โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) ได้จัดงานประกาศความร่วมมือ &amp;quot;การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา&amp;quot; โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงานพร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;quot;การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า ตนรู้สึกตื้นตันที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้และได้เห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งรัฐบาลมุ่งจะขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง และการศึกษาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้หลักชัยของการแก้ปัญหา คือ การต่อสู้กับความไม่รู้ การศึกษาจึงต้องปรับตัว ปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราต้องยอมรับว่าโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคที่ 4 แล้ว รัฐบาลจึงพยายามปฏิรูปอุตสาหกรรมและเป็นที่มาของไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหลายคนถามว่า ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ตรงไหนของไทยแลนด์ 4.0 และมีหลายคนที่ไม่รู้และแสดงความคิดเห็นในโลกโซเซียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิกฤตที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้ คือการใช้โซเชียลมีเดียที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับคน รองรับการอยู่ในโลกยุคใหม่ &amp;nbsp;และการที่เราจะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ เราต้องมองให้เห็นว่าเขาอยู่ตรงไหนในเรื่องอะไร และเราอยู่ตรงไหนมีศักยภาพอย่างไร &amp;nbsp;ทุกฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนร่วมขณะนี้ทุกคนรู้ว่าการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 สร้างได้อย่างไร ซึ่งเป็นการสร้างอนาคตจะต้องสร้างเพื่อรองรับคนในอีก 20 ปีข้างหน้า มองว่าเขาจะมีงานทำ มีอาชีพที่มั่นคง ครองเรือนครองตนได้อย่างไร ไม่ใช่อนาคตข้างหน้าแล้วยังขึ้นทะเบียนสวัสดิการรัฐอยู่ &amp;nbsp;สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดมา 80 ปี เราติดกับดักในความไม่รู้ ความขัดแย้ง &amp;nbsp;ซึ่งจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ต้องสร้างคน&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษา จะต้องทำให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจังหวัดตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;เพราะการค้าและการลงทุนต้องผูกติดกับการศึกษาแทบทั่งสิ้น &amp;nbsp;ต้องสอนคนให้รักแผ่นดินในทางที่ถูกต้อง พร้อมกับลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม โลกโซเชียลมีเดียรวดเร็วมากคนแสดงความคิดเห็นทั้งที่รู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง ศธ.ต้องไปสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง &amp;nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและประชาชน ไม่ใช่ครูเปิดหนังสือแล้วสอนอย่างเดียว โดยสถานศึกษาต้องมีส่วนสร้างความเข้าใจให้เด็กได้รู้จักท้องถิ่นของตัวเอง เพราะเชื่อว่าเป้าหมายในการพัฒนาคนไทยทำได้ไม่ง่าย ซึ่งสถานศึกษาต้องไปคิดการผลิตผู้เรียนให้เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่จัดการเรียนการสอนพอเด็กเรียนจบสาขาต่างๆ ออกมาแล้วไม่มีงานทำก็มาด่ารัฐบาล ต้องสอนเด็กให้เรียนรู้ว่าเรียนในตำราแล้วจะไปทำงานอะไร ชีวิตในโลกการทำงานจะเป็นอย่างไร หรือสิ่งที่เรียนมาเพื่ออะไร &amp;nbsp;สถานศึกษามีหน้าที่ทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งทราบมาว่าเด็กหลายคนไม่ชอบเรียนอะไรยากๆ เช่น วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เป็นต้น และพบว่าอาชีพที่ทุกคนอยากเป็นส่วนใหญ่ก็ทหาร หมอ ตำรวจ หรือบางเด็กบางคนก็อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงขอฝากโรงเรียนประชารัฐไปดูการสร้างความเป็นผู้นำด้วยจะทำอย่างไร ทั้งนี้ ไทยมีโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาหลากหลายจำนวนมากแต่ทำไมคนไม่เก่งสักที &amp;nbsp;เรื่องนี้ก็ต้องไปดูแก้ไขกันต่อไป แต่ทั้งนี้คนเชื่อว่าอีก 5 ปีข้างหน้านับจากวันประกาศเลือกตั้งประเทศไทยจะเข็มแข็งมากอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวว่า โครงการโรงเรียนประชารัฐเกิดขึ้นมากกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ใช่เป็นการทำงานบริการเพื่อสังคม แบบผ่านมาและผ่านไป แต่โครงการประชารัฐพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีโรงเรียนประชารัฐตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน จำนวน 3,351 แห่ง จากเป้าที่ตั้งไว้ 7,000 แห่ง และในระยะที่ 2 นี้ จะดำเนินการ 4,600 แห่ง โดยภาคเอกชนได้เข้ามาช่วยรัฐในการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเกณฑ์ประเมิน ซึ่งทำให้รู้ว่าต่อไปต้องพัฒนาคุณภาพโรงเรียนได้ และจะนำมาใช้ในการประเมิน รอบ 4 ในโรงเรียน &amp;nbsp;40,000 แห่ง ขณะเดียวกันโครงการประชารัฐยังทำให้เกิดผลเชิงระบบในด้านต่างๆทั้งด้านเทคโนโลยี โรงเรียนไฮสปีดอินเตอร์เน็ต โรงเรียนคุณธรรม ซึ่งทำให้ตนเห็นว่าการปฎิรูปการศึกษาทั่วโลกก็ไม่มีที่ไหนทำได้แบบประเทศไทยที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจนทำให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษามีทิศทางที่ถูกต้องจนขณะนี้จากเดิมที่เรามีภาคเอกชนเข้าร่วมเพียง 12 บริษัทจนเพิ่มเป็น 33 บริษัทเข้ามาร่วมมากขึ้นแล้ว ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะหัวคณะทำงานภาคเอกชน กล่าวว่า การดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐภาคเอกชนได้กำหนดเป้าหมายของการทำงาน คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยอยู่ภายใต้ของเกณฑ์การดำเนินการใน 5 ด้าน คือ 1.ความโปร่งใส 2.กลไลตลาดและวัฒนาธรมการมีส่วน 3.การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 4.เด็กเป็นศูนย์กลางสร้างเสริมคุณธรรมและความมั่นใจ และ 5.การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐนดิจิทัลของสถานศึกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิกฤตโซเชียลมีเดีย, โรงเรียนประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98e8da09581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ชี้การศึกษาไทยป่วยปางตาย/หวังรร.ประชารัฐช่วยฟื้นสภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐ E5 เดินหน้าเฟส2ขยายอีกขยายโรงเรียนประชารัฐเพิ่มอีก 1,246 โรง ภายในปี 2561 ตามเป้า ร้อยละ 10-15 ของโรงเรียนทั่วประเทศ &amp;quot;ธีระเกียรติ&amp;quot;ชี้การศึกษาไทยป่วยปางตาย เชื่อโรงเรียนประชารัฐช่วยฟื้นได้ ปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้สำเร็จ ด้าน &amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot; หวังแนวคิดทำเว็บไซตเกี่ยวกับอาชีพ -จัดทำสมุดพกคุณธรรมอิเลคทรอนิกส์ใช้ประเมินความดีและประเมินคุณสมบัติอันพึงประสงค์ สร้างเด็กพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศูนย์ปฏิบัติงาน connext ed - มีการประชุมหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน (E5) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ หัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน กล่าวว่า จากความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของการยกระดับการศึกษาของโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) ที่เกิดขึ้น นำโดยรัฐบาลภายใต้แกนนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นถึงความสำคัญในการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน (ภาครัฐ-ประชาสังคม-เอกชน) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต มั่นคง มั่งคั่ง&amp;nbsp; และยั่งยืน จุดประกายสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทย ผ่านการสนับสนุน โรงเรียนประชารัฐในระยะที่ 1 จำนวน 3,351 โรงเรียน ใน 77 จังหวัด จาก 225 เขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุมนักเรียนจำนวน 749,349 คน และในวันนี้ทุกภาคส่วนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา การศึกษา และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านวิชาการ รวมถึงภาคเอกชน 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ ผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. ซีพี ออลล์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มมิตรผลและบมจ.บ้านปู บมจ.ปตท. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บมจ.ปูนซิเมนต์ ไทย บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ บมจ.ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง 10 ยุทธศาสตร์ พร้อมผลักดันแผนพัฒนาด้วยผู้นำรุ่นใหม่ School partner ไปสู่โรงเรียนประชารัฐ จนเห็นผลสัมฤทธิ์สร้างเด็กดี-เด็กเก่งได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้จึงอยากจะขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ขยายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยทุกคนได้รับความรู้ที่ทั่วถึงและเท่าเทียม ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต ทั้งนี้ในการจัดโรงเรียนประชารัฐระยะที่ 2 จะมีการขยายการสนับสนุนโรงเรียนประชารัฐเพิ่มอีก 1,246 โรง ภายในปี 2561 ซึ่งเป็นเป้าหมาย ร้อยละ 10-15 ของโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมทั้งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และขยายผลความร่วมมือสู่ภาคีในภาคส่วนต่างๆอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวว่า การศึกษาเกิดภาวะวิกฤตเหมือนสภาพคนไข้ปางตายโดยมีโรงพยาบาลประชารัฐเข้ามาช่วยดูแลทำให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านโครงการประชารัฐที่เราดำเนินการในระยะแรกประสบความสำเร็จ ซึ่งเชื่อว่าการปฎิรูปการศึกษาที่ศธ.ดำเนินการอยู่ตอนนี้จะฟื้นจากสภาพปางตายได้อย่างแน่นอน ตนเชื่อมั่นว่าการปฎิรูปการศึกษาจะมาถูกทิศทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา&amp;nbsp; กล่าวว่า เราปฎิรูปการศึกษามาแล้วถึง 2 ครั้งแต่ก็พบว่าการศึกษาของประเทศไทยก็ยังไม่ดีขึ้นกลับเลวร้ายลงทั้งความสามารถการแข่งขันกับนานาชาติก็ต่ำ การบริหารจัดการก็ต่ำ เพราะโรงเรียนที่มีอยู่ 32,000 โรงมีมากกว่าครึ่งที่อยู่ในภาวะวิกฤตหนัก ซึ่งความร่วมมือกับประชารัฐและได้ภาคเอกชนชั้นเข้ามาช่วยถือว่ามาถูกทางและน่าจะเห็นผลสำเร็จได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เข้ามาดูแลโครงการนี้และร่วมขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของประเทศให้สำเร็จ เพราะอนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับอนาคตการศึกษาเช่นเดียวกัน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวทำให้เรามีความหวังในการเดินหน้าต่อในระยะที่ 2 ได้ ซึ่งคนมีแนวคิดที่จะทำเว็บไซตเกี่ยวกับอาชีพ เพื่อที่จะทำให้เด็กไทยได้รู้ว่าในอนาคตประเทศไทยเรียนอาชีพอะไรแล้วมีงานทำ และมีรายได้ที่สูง ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในอนาคต รวมถึงเรียนสาขาไหนแล้วมีแนวโน้มจะตกงาน ขณะเดียวกันมีแนวคิดจัดทำสมุดพกคุณธรรมอิเลคทรอนิกส์ใช้ประเมินความดีและประเมินคุณสมบัติอันพึงประสงค์ของเด็กด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7847</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษาไทยป่วยปางตาย, คณกกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, โรงเรียนประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815aef43725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
