<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อผมไปเยี่ยม โรงเรียนหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไปเยี่ยม &amp;ldquo;โรงเรียนหมูป่า&amp;rdquo; ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายมาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ตั้งใจไปเจอ &amp;ldquo;หมูป่า&amp;rdquo; แต่ไปเจอผู้อำนวยการโรงเรียนและเพื่อนๆ ของหมูป่า เพื่อศึกษาทำความเข้าใจของบรรยากาศการเรียนการสอนที่นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดคุยกันแล้ว ผมพบว่า &amp;ldquo;โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์&amp;rdquo; เป็นสถาบันการศึกษาระดับมัธยมต่างจังหวัดที่น่าทึ่งมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนกว่า 2,800 คน มีการสอนหลายภาษา เพราะตั้งอยู่ตรงชายแดนติดกับพม่าและใกล้กับจีน จึงมีนักเรียนต่างชาติพันธุ์ ทำให้มีความหลากหลายมากกว่าโรงเรียนในเมืองใหญ่อื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะความเป็นโรงเรียนตรงชายแดนนี่แหละครับที่ทำให้นักเรียนที่นี่มีความกล้าที่จะเลือกเรียนภาษาต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่นหรือพม่าได้อย่างคล่องตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และด้วยเหตุผลนี่อีกเช่นกันที่ทำให้เด็กที่นี่กล้าพูดกล้าแสดงออกมากกว่าเด็กในเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเพื่อนที่มีพื้นภูมิที่แตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจจะเป็นเพราะความหลากหลายนี่เองกระมัง ที่ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความมี &amp;ldquo;ไหวพริบ&amp;rdquo; ในการสื่อสาร...อีกทั้งกล้าฝันมากกว่าเด็กไทยในบรรยากาศการเรียนการสอนอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียน คุณเคณศ พงษ์สุวรรณ บอกผมว่า ที่โรงเรียนนี้มีเด็กนักเรียนจากชาติพันธุ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจีน, พม่า, ไทยใหญ่, และชาวเขาต่างๆ จึงทำให้มีการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคุยกับเด็กนักเรียนมัธยม 5 และ 6 กลุ่มหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มาจากยูนนานของจีน, พม่า, และไทยใหญ่ที่เป็นเพื่อนกับนักฟุตบอลจาก &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี&amp;rdquo; ที่ไปติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากหมูป่าทั้งหมด 13 คน มี 4 คนที่เป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และล่าสุดทั้ง 4 คนได้สัญชาติไทยไปแล้ว เพราะได้เดินเรื่องตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กนักเรียนที่ผมคุยด้วยวันนั้นบางคนก็ยังอยู่ในกลุ่ม &amp;ldquo;หัวศูนย์&amp;rdquo; อันหมายถึงหมายเลขประจำตัวยังขึ้นด้วยเลข 0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่ายังเป็นคนไร้สัญชาติ ต้องเดินเรื่องตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ จนขยับมาที่หมายเลขประจำตัวเริ่มด้วยเลข 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นหากเบอร์ประจำตัวเริ่มด้วยเลข 1 เมื่อใด จึงจะได้สัญชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนกระบวนการนี้ยืดเยื้อยาวนานพอสมควร แล้วแต่ว่าจะไปค้นหาเอกสารการเกิดและที่โยงใยไปถึงพ่อแม่ญาติพี่น้องต่างๆ อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมสังเกตว่าเด็กหลากหลายชาติพันธุ์เหล่านี้มีสีหน้าและท่าทีที่มุ่งมั่น ตั้งใจเรียน และทำกิจกรรมจนคุณครูเห็นความโดดเด่นทั้งเรื่องการแสดงออก, ภาษาและความสามารถในการเข้าสังคม อีกทั้งพัฒนาความเป็นผู้นำได้อย่างน่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมูป่าทั้ง 4 คนกลับมาเรียนหนังสือตามปกติแล้ว เพื่อนๆ ดีใจกันมาก ช่วงที่ยังมีปฏิบัติการช่วยหมูป่าออกจากถ้ำ ทั้งครูและนักเรียนก็ภาวนาให้สำเร็จ ลุ้นกันตัวโก่ง และเมื่อสำเร็จแล้วทุกคนก็โล่งอก ต้อนรับการกลับมาของหมูป่าอย่างยินดีปรีดายิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า เมื่อหมูป่าทั้ง 4 กลับมาก็ให้ใช้ชีวิตตามปกติ อาจจะมีการสอนวันเสาร์-อาทิตย์พิเศษเพื่อเสริมความรู้ที่ขาดหายไประหว่างที่ติดถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่โดยทั่วไปแล้ว หมูป่าก็กลับมาใช้ชีวิตเป็นนักเรียนเหมือนเดิม ซนตามประสาของเด็ก ไม่มีปัญหาปมเด่นหรือปมด้อยอะไร ทั้งครูและเพื่อนๆ ก็ปฏิบัติต่อหมูป่าเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่ค่อยจะคุยเรื่องติดถ้ำด้วยซ้ำไป&amp;rdquo; ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่านั้นคือ การปรับตัวของครูและนักเรียนในภาวะที่เกิด &amp;ldquo;ความป่วน&amp;rdquo; หรือ disruption ทางเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามนักเรียนว่า การเรียนการสอนได้เปลี่ยนไปได้อย่างไรบ้าง มีการปรับตัวกันมากไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเรียนและผู้อำนวยการโรงเรียนตอบตรงกันว่า ทั้งครูและนักเรียนต่างปรับตัวกันมากขึ้น เพราะเด็กสามารถหาความรู้และข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทางออนไลน์ได้ ดังนั้นครูก็ต้องปรับวิธีการสอน แทนที่จะสอนตามหนังสือหน้าห้อง ก็ชักชวนให้นักเรียนได้ฝึกการพูดการวิเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บางทีคุณครูก็ยังบอกว่าครูกับนักเรียนต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน&amp;rdquo; หนึ่งในนักเรียน ม.6 เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในห้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกผมว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงครับ เด็กทุกวันนี้เก่งมากขึ้น กล้าพูดกล้าแสดงออก ไม่เหมือนรุ่นผม อุตส่าห์ไปทำปริญญาโทมาถึงสองใบ แต่พูดภาษาอังกฤษสู้เด็กสมัยนี้ไม่ได้...ดีครับ นี่เป็นแนวโน้มที่ดีมากครับ เด็กรุ่นหลังต้องเก่งกว่าคนรุ่นเราครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตั้งใจจะไปหาเพื่อนของ &amp;ldquo;หมูป่า&amp;rdquo; แต่ได้เจอสิ่งที่ทำให้ผมมีความหวังในบรรยากาศการเรียนการสอนของโรงเรียนของหมูป่ามากเลยครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไม &amp;ldquo;หมูป่า&amp;rdquo; จึงมีความมั่นใจ, อดทนและไหวพริบจนรอดมาได้อย่างมหัศจรรย์!.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, จีน, พม่า, เคณศ พงษ์สุวรรณ, โรงเรียนหมูป่า, ไทยใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
