<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมพหุวัฒนธรรม กับปัญหาการห้ามคลุมฮิญาบ ในโรงเรียนอนุบาลปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากกรณีของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ในเรื่องการห้ามนักเรียนหญิงมุสลิมสวมฮิญาบ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ผ้าคลุมผม&amp;rdquo; ไปโรงเรียน ของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี โรงเรียนเด็กเล็กและชั้นประถมชื่อดังของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏการณ์นี้ถือว่าน่าศึกษา เพราะเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า post-violence ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือปัญหาสังคมที่บาดลึกจากความรุนแรงที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 1 ทศวรรษครึ่ง จนก่อความรู้สึกหวาดระแวง ลุกลามไปจนถึงเกลียดชังกันระหว่างผู้คนสองศาสนา ประเด็นที่ต้องนำมาขบคิดวิเคราะห์ว่า เราจะแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมพหุวัฒนธรรมกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่โบราณมา มนุษย์ก็พยายามแก้ปัญหาแบบนี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ วิธีการที่มักจะใช้ก็คือการปราบปรามด้วยอาวุธ วิธีนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่สำเร็จ เพราะชนกลุ่มน้อยก็จับอาวุธขึ้นต่อสู้เหมือนกัน ถ้าสู้ทางตรงไม่ได้ก็สู้แบบกองโจรวิธีนี้หลายประเทศได้เลิกเเล้ว เพราะเสียเลือดเนื้อมากมาย อีกวิธีคือ การกลืนวัฒนธรรม คือ ค่อยๆ ย่อยสลายวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยแล้วให้มาปฏิบัติตามวัฒนธรรมชนกลุ่มใหญ่แทน วิธีนี้ก็ล้มเหลว เพราะชนแต่กลุ่มยึดวัฒนธรรมของตนเองแน่นแฟ้นมากกว่าที่คิด ประเทศไทยก็เคยใช้ทั้งสามวิธีแล้วก็ไม่ได้ผลเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือวิธีพหุนิยม (Pluralism) โดยต้องยอมรับอย่างจริงใจว่าประเทศของเราประกอบด้วยบุคคลหลายกลุ่มวัฒนธรรม และแต่ละกลุ่มที่เป็นสัญชาติเดียวกันก็เป็นเจ้าของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีประชาชนชั้นหนึ่งชั้นสอง ชนแต่ละกลุ่มจะต้องให้เกียรติวัฒนธรรมของกันและกัน อีกทั้งไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีความลำเอียงเนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิด้านส่วนบุคคลหรือด้านสังคมโดยรวม ขอยกตัวอย่างดีๆ จากมาเลเซีย เช่น วันสำคัญของทุกศาสนาให้เป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งวันวิสาขบูชา อันที่จริงชาวพุทธในมาเลเซียมีไม่กี่หมื่นคน แต่ชนะใจชาวพุทธทั้งโลกยังไง ข้อสำคัญที่สุด นั่นก็คือ รัฐบาลต้องเป็นกลาง และต้องให้มีการปฏิบัติตามหลักการนี้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าแก้ปัญหาสังคมพหุวัฒนธรรมได้โดยละม่อมแล้วจะเกิดข้อดีอย่างมากแก่สังคมโดยรวม กล่าวง่ายๆ ก็คือ ชนแต่ละกลุ่มมีดีคนละอย่างดังนั้นถ้านำเอาจุดแข็งของชนแต่ละกลุ่มมารวมกัน มันจะก่อให้เกิดพลังรวมหมู่อันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำผลประโยชน์จากต่างประเทศมาสู่ประเทศของเราโดยรวม ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น กลุ่มที่จะนำผลประโยชน์จากโลกมุสลิมเข้ามาสู่ประเทศเรา ไม่มีใครจะทำได้ดีกว่าชาวมุสลิมภายในประเทศ และชนกลุ่มอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากทัศนะดังกล่าว คงมาถึงข้อสรุปได้ว่า การยอมรับซึ่งกันและกันบนพื้นฐานแห่งความแตกต่างด้วยการหันหน้าเข้าหากัน เปิดใจให้กันและกันด้วยหลักประชามติมิใช่ยึดเอาแต่เพียงกฎหมายเป็นการตัดสินความถูกผิดเท่านั้น น่าจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของสังคมไทยต่อปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด อันเป็นความหวังของเราทุกคนร่วมกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รังสรรค์ ปู่ทอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12500</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศไทย, ปราบปรามด้วยอาวุธ, มาเลเซีย, รังสรรค์ ปู่ทอง, วัฒนธรรม, วันวิสาขบูชา, เป็นเรื่องเป็นราว, โรงเรียนอนุบาลปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพุทธรวมตัวค้าน&#039;ศธ.&#039;อนุญาตนร.สวมฮิญาบในโรงเรียนของวัดปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.61 - ที่วัดนพวงศาราม ต.รูสะมีแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ชาวไทยพุทธกว่า 500 คนรวมตัวกันคัดค้านกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่ปัตตานี &amp;nbsp;ที่แก้ไขระเบียบของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี &amp;nbsp;อนุญาตให้นักเรียนมุสลิมทั้งชายและหญิงของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี แต่งกายตามหลักศาสนาได้ โดยผู้หญิงคลุมฮิญาบและผู้ชายสวมกางเกงขายาว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรวมตัวครั้งนี้พระพิสิทธิ อนาถโย (พระครูสังข์) รองประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;นายพงษ์พันธ์ &amp;nbsp;จันทร์เล็ก รองประธานสมาพันธ์ไทยพุทธชายแดนใต้เป็นแกนนำร่วมกับ องค์กรไทยพุทธในพื้นที่ปัตตานียะลา นราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพิสิทธิ &amp;nbsp;กล่าวว่า โรงเรียนอนุบาลปัตตานี ได้เช่าที่ดินของวัดนพวงศ์ศารามทำสัญญาเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2510 &amp;nbsp;โดยเจ้าอาวาสมีอำนาจปกครองกฎระเบียบของโรงเรียน &amp;nbsp; แต่มีผู้ปกครองมุสลิมกลุ่มหนึ่ง โดยมีมูลนิธิ ผลักดันให้นักเรียนมุสลิมหญิงสวมฮีญาบและชายใส่กางเกงขายาวเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลปัตตานี โดยอ้างว่าเป็นพหุวัฒนธรรมและเป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการย่ำยี่พุทธศาสนิกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพิสิทธิ กล่าวต่อว่าจากข้อขัดแย้งดังกล่าว ที่มีคำสั่งให้ใช้กฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงฯนั้น &amp;nbsp;เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมด้วยหลักของความยุติธรรม และใช้อำนาจเกินขอบเขต &amp;nbsp;ท้ังนี้ตลอด 50ปีโรงเรียนนี้พุทธมุสลิมอยู่กันได้ &amp;nbsp;ไม่มีความขัดแย้งใดๆ แต่ครั้งนี้ มีผู้ปกครองนักเรียน4คนพร้อมญาติ1 คน &amp;nbsp;ประท้วง &amp;nbsp; ทั้งๆที่เราอยู่มาอย่างสันติสุขมาโดยตลอด อย่าให้น้ำผึ้งหยดเดียว มาก่อมให้เกิดความแตกแยกและแตกต่างในพื้นที่ตรงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ท่านผู้เกี่ยวข้องทบทวนให้ยกเลิกคำสั่งภายในวันศุกร์นี้ ให้โรงเรียนยังคงปฏิบัติเหมือนตามที่เคยปฏิบัติมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ในวันจันทร์ เราจะเคลื่อนไหวต่อไปโดย &amp;nbsp;จะให้ทนายความฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ รมว.ศึกษา &amp;nbsp;รมช.ศึกษา ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ปัตตานี&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9818</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนมุสลิม, ปัตตานี, วัดนพวงศาราม, โรงเรียนอนุบาลปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b05542ec7858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องถึงศาลปกครอง!ปมโรงเรียนห้ามนักเรียนคลุมฮิญาบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61-&amp;nbsp;จากกรณีผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลปัตตานี จ.ปัตตานี ร้องเรียนมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ &amp;nbsp;ที่กทม เพื่อขอความช่วยเหลือให้ลูกสาวคลุมฮิญาบไปโรงเรียนได้ ซึ่งทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติได้ทำหนังสือส่งถึงผู้อำนวยการการโรงเรียนไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 แต่ทางโรงเรียนยังไม่ทำหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการเพียงโทรศัพท์พูดคุย โรงเรียนพยายามบ่ายเบี่ยงโยนเรื่องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เด็กนักเรียนคลุมฮิญาบได้หรือไม่ ซึ่งตาม พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน 2551 ชัดเจนอยู่แล้วว่านักเรียนมุสลิมสามารถแต่งกายตามหลักการศาสนาไปเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวทราบข่าวดังกล่าวจึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์ กับ นายฮานีฟ หยงสะตา เลขาธิการมุลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ กทม &amp;nbsp;ทราบว่า ขณะนี้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อให้โรงเรียนอนุบาลปัตตานีตอบกลับอย่างเป็นทางการว่าจะอนุญาตหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ กล่าวว่าปัญหาเรื่องฮิญาบพูดคุยกันมาหลายปีมากแล้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนกลับไม่เข้าใจในข้อกฎหมายพยายามหาช่องทางถ่วงเวลาให้นานออกไป เช่นนี้แล้วทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติจำเป็นจะต้องฟ้องศาลปกครองให้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อให้โรงเรียนทั่วประเทศได้ปฏิบัติตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนอนุบาลปัตตานี &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี &amp;nbsp; ปรากฏว่าเป็นช่วงปิดเทอม &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีการเรียนการสอน &amp;nbsp;แต่ยังมีครู &amp;nbsp;และ นักเรียน มาติดต่อกับโรงเรียน และทำกิจกรรมที่โรงเรียน จากนั้นผู้สือข่าว ได้ขอพบกับ นายประจักษ์ &amp;nbsp;ชูศรี ผอ .โรงเรียนอนุบาลปัตตานี &amp;nbsp;แต่ไม่อยู่ &amp;nbsp;สอบถามปัญหาเรืรองนี้กับครูที่อยู่ในโรงเรียนก็ไม่มีใครกล้าตอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้โทรศัพท์สอบถามนายประจักษ์ &amp;nbsp;ซึ่งกล่าวว่า เรื่องนี้ ทางโรงเรีบนทราบแล้ว เป็นเรืองที่ละเอียดอ่อน &amp;nbsp;ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ &amp;nbsp; จึงได้เรียกคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรีบนมาพูดคุย ปรึกษาหารือ สรุปว่า ได้ทำหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้ทราบ เพื่อขอให้ทางโรงเรียนจะดำเนินการอย่างไร กรณี เรื่องนักเรียนคลุมฮิญาบ &amp;nbsp; ซึ่งได้รับคำตอบจากทาง สำนักงานคณะกรรมหารอิสลามปัตตานีว่า เรื่องนี้ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปให้ จุฬาราชมนตรี เป็นผู้ตัดสิน &amp;nbsp; ซึ่งตนในฐานะ ผอ. โรงเรียน กำลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ, ฮิญาบ, โรงเรียนอนุบาลปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af021aca7997.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
