<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;โชว์ฟิตก่อนเข้าสภาแจงงบฯระหว่างเยี่ยมการทดสอสมรรถภาพร่างกายผู้การฯกรม-ผบ.พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63- ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมการทดสอบและประเมินผลสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยระดับกรม และกองพัน ครั้ง ที่2 ปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายของการทดสอบณ สถานที่บริเวณ สนามกีฬากรมยุทธ์ และพื้นที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับความเข้มแข็งของกำลังพล อย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด มุ่งไปสู่ความเป็น Smart Soldier รวมถึงมีทัศนคติที่ดี มีความรู้ความสามารถ ต่อไป และขยายไปสู่การเป็น Strong Army เป็นผู้บังคับหน่วยที่ดี และเป็นตัวอย่างให้กับกำลังพล ในการพัฒนาตนเอง ที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และทำให้กองทัพบกเป็นหน่วยที่มีความพร้อมรบ สามารถทำทุกภารกิจที่กองทัพบกมอบหมายได้สำเร็จในทุกด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายวันนี้จะเป็นผู้บังคับหน่วยระดับกรม และผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน เพื่อให้มีความพร้อมรบ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กองทัพบกไม่สามารถจัดทดสอบกำลังพลได้ทุกนาย จึงใช้วิธีการปรับจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบลดลงร้อยละ 70ด้วยวิธีสุ่มคัดเลือก คงเหลือเข้ารับการทดสอบประมาณ ร้อยละ 30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ผู้บังคับการกรม และผู้บังคับกองพันที่เข้ารับการทดสอบ ปฎิบัติให้เป็นไปตามมาตรการป้องกัน โควิด-19 ของรัฐบาล โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทบ. จาก นสศ. ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลฯ ซึ่งมีการทดสอบ 2 แบบ คือ การทดสอบสมรรถภาพร่างกายประจำปี และการทดสอบร่างกายเพื่อความพร้อมรบ (ทบ.) หรือ (ACRPT) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายประจำปี มีจำนวน 3สถานี ได้แก่ ท่าดันพื้น ท่าลุกนั่ง และ วิ่ง 2 กิโลเมตร ตามลำดับ เกณฑ์ผ่าน ผู้บรรจุในหน่วยและหรือตำแหน่งที่ได้รับเงินเพิ่มค่าฝ่าอันตราย คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ผู้บรรจุในส่วนกำลังรบ (เหล่าทหารราบ, เหล่าทหารม้า, เหล่าทหารปืนใหญ่) คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70ส่วนสนับสนุนการรบ และส่วนช่วยพัฒนาประเทศ คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ผู้บรรจุอยู่ในหน่วยอื่น ๆ คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 55&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทดสอบร่างกายเพื่อความพร้อมรบ (ทบ.) หรือ (ACRPT) มีจำนวน 6สถานี ได้แก่ ท่างอเข่าครึ่งนั่ง ยกบาร์น้ำหนัก, ท่าย่อตัวทุ่มน้ำหนักไปด้านหลัง, ท่าดันพื้นและมือกางแขน, ท่าวิ่งไป - กลับ พร้อมลากและยกสิ่งของ, ท่าดึงข้อยกเข่าแตะศอก ,ท่าโหนยกเข่าแตะศอก และวิ่ง 2 กิโลเมตร เกณฑ์ผ่าน คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมสถานีต่างๆ ระหว่างนั้นได้หยุดดูที่สถานีโหนยกเข่าแตะศอก โดยได้ร่วมทดสอบกับกำลังพล ได้จำนวน 8 ครั้ง จากนั้นได้มาร่วมทดสอบ , ดันพื้นในเวลา 2 นาที ได้ 47 ครั้ง , ลุกนั่ง 2 นาที ได้ 66 ครั้ง , ท่าย่อตัวทุ่มน้ำหนักไปด้านหลัง ได้ 6.10 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม พลเอกอภิรัชต์ ว่า วันนี้จะแนะนำเพลงหรือให้ดูหนังเรื่องใดหรือไม่ พลเอก อภิรัชต์ ไม่ตอบได้แต่เดินยิ้ม และรีบขึ้นไปห้องรับรองภายในอาคารรร.เสนาธิการ เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย รอเดินทางไปรัฐสภา เพื่อร่วมชี้แจง กมธ. วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ. ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กว่า เตรียมตั้งคำถามกับ ผบ.เหล่าทัพหลายประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, ทหารทดสอบร่างกายประจำปี, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, โรงเรียนเสนาธิการทหารบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f41f84674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนา &#039;รร.เสธ.ทบ.&#039; ยกทฤษฎีความขัดแย้งนำไปสู่การปฏิรูป  ฟันเปรี้ยงเหตุกราดยิงจะเกิดขึ้นได้ยากหลังจากนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.63 - ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกจัดสัมมนาในหัวข้อเรื่องความมั่นคงกับชีวิตของผู้คนในสังคมไทยปัจจุบัน ตามโครงการพัฒนาด้านความมั่นคงศึกษาประจำปี 2563 ร่วมกับอีก 5 สถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ราชภัฎสวนสุนันทา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีดิเรก ดีประเสริฐ ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ระบุว่า โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก 5 สถาบัน จัดขึ้น 2เดือนครั้ง ซึ่งเป็นสัมมนาทางวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน สถาบัน เพื่อให้มีมุมมองหลากหลายต่อยอดความมั่นของชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรี ดิเรก &amp;nbsp; กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัว และในฐานะนักวิชาการ กังวลต่อปรากฎการณ์นี้ และไม่เฉพาะเหตุการณ์นี้ แต่ในปัจจุบันสังคมไทยมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้นสะท้อนว่าสังคมไทยกำลังป่วยหรือไม่ &amp;nbsp;และเป็นสัญญาณอันตรายที่เตือนให้ทุกภาคส่วนต้องตระหนักถึงปัญหาความมั่นคงปลอดภัย โดยมองว่าบางครั้งกฎหมายก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือแก้ปัญหาความรุนแรงได้ทั้งหมด &amp;nbsp;แต่ขึ้นอยู่กับการตระหนักของคนในสังคม ซึ่งที่ผ่านมาสังคมไทยมองเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องไกลตัว และมีการใช้ความรุนแรงผ่านโลกออนไลน์ใช้โซเชียลเป็นช่องทางสร้างความรุนแรง เฟคนิวส์ จนซึมซับคนในสังคม รวมทั้งเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่า &amp;nbsp;เหตุทหารนำอาวุธปืนออกมาทำร้ายประชาชนหลังจากนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจไม่เกิดขึ้นอีก โดยยกทฤษฎีทางวิชาการด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าความขัดแย้งในสังคมนำมาซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ รวมไปการปฎิรูปกองทัพอื่นๆทั้งสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพและธุรกิจสื่อของกองทัพ เช่นเดียวกับเหตุชุมนุมทางการเมืองที่มีการมาตรการจัดการที่เข้มงวดขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรี ดิเรก มองว่าสัญญาณอันตรายในสังคมที่น่ากังวลคือกลุ่มคนที่จิตอ่อนมีพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะเด็ก และคนที่นิยมใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว นอกจากนั้น เหตุการณ์รุนแรงที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรณีศึกษาในการดูแลความปลอดภัยชีวิตคน ระงับยับยั้งเหตุรุนแรงโดยเร็ว และสร้างการตื่นตัว ตระหนักรู้ให้คนในสังคม โดยเสนอว่าสถานที่ชุมชนต้องมีระบบเตือนภัย รักษาชีวิตผู้คน ในขณะที่ลักษณะการก่อเหตุแบบกราดยิงที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็ถือว่าเป็นอาชญากรรม ไม่ใช่การก่อการร้าย ผู้ก่อเหตุไม่มีข้อเรียกร้อง ไม่ได้ทำบนพื้นฐานความเชื่อความคิดทางการเมือง &amp;nbsp;ต่อไปในแนวทางป้องกันของเจ้าหน้าที่คงต้องมีการหารือในเรื่องของยุทธวิธี &amp;nbsp;เช่น การปฏิบัติในการค้นหาผู้ก่อเหตุ การเข้าถึงตัวผู้ร้ายด้วยยุทธวิธี และ อุปกรณ์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรี ดิเรก กล่าวว่า บางครั้งกฎหมายก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือแก้ปัญหาความรุนแรงได้ทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับการตระหนักของคนในสังคม ซึ่งที่ผ่านมาสังคมไทยมองเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องไกลตัว และมีการใช้ความรุนแรงผ่านโลกออนไลน์ใช้โซเชียลเป็นช่องทางสร้างความรุนแรง เฟคนิวส์ จนซึมซับคนในสังคม รวมทั้งเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนออกมาทำร้ายประชาชน ผมคิดว่าหลังจากนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจไม่เกิดขึ้นอีก จากทฤษฎีทางวิชาการด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าความขัดแย้งในสังคมนำมาซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ รวมไปการปฏิรูปกองทัพอื่นๆ ทั้งสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพและธุรกิจสื่อของกองทัพ เช่นเดียวกับเหตุชุมนุมทางการเมืองที่มีการมาตรการจัดการที่เข้มงวดขึ้น &amp;nbsp;ที่สำคัญคืออย่าโทษใครว่าเป็นจำเลย เพราะทุกคนล้วนเป็นจำเลย ตอนนี้ผู้ก่อเหตุนอกจากเสียชีวิตแล้วยังถูกสังคมลงโทษ ไม่ใช่คำตอบว่าการเสียชีวิตของคน 30 คนจะแลกมาในสิ่งที่คุ้มค่า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างความทรงจำที่ชั่วร้าย เป็นหน้าที่ของสังคมต้องเรียนรู้และรับผิดชอบร่วมกัน &amp;nbsp;ในภาวะของโลกที่มีทั้ง สงครามตัวแทน &amp;nbsp;(proxy war) &amp;nbsp;สงครามเสมือนจริง (virtual war ) ที่ผ่านมาเราหลงลืมในเรื่องของการกล่อมเกลา ปลูกฝังคน พัฒนาแต่ด้านเทคโนโลยี มุ่งแต่ประโยชน์ ละเลยระบบจริยธรรม คุณธรรม แนวทางพระคือหิริโอตัปปะ ไม่เฉพาะแต่ทหาร แต่หมายรวมถึง ครอบครัว สังคมแวดล้อมในการสร้างคนๆนึงที่เติบโตขึ้นมาในสังคม &amp;ldquo;พลตรีดิเรกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ศรีรัฐ โกวงศ์ อาจารย์ด้านรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า โลกปัจจุบันอยู่ในยุคเน็ตสเตท และมีพลเมืองทางไซเบอร์ ซึ่งไม่อยู่กรอบการควบคุมของรัฐ เข้าถึงการใช้เว็บไซท์ใต้ดิน หรือ deepweb ได้อย่างอิสระ สามารถซื้อขายสกุลเงินกันโดยไม่มีการตรวจสอบการเป็นเจ้าของ ปริมาณเงิน ที่ไปที่มาได้ แต่สามารถใช้คำสั่งซื้อนั้น ไปซื้อของผิดกฎหมาย ยาเสพติด ซื้ออาวุธ ฟอกเงิน หลีกเลี่ยงภาษี แล้วมีการนำไปก่ออาชญากรรม จึงถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวของสังคม ที่ผ่านมาหลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งตนเสนอว่าการให้ความรู้เรื่องdigital currency รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ควรเน้นการให้ความรู้ควบคู่กับ จริยธรรม และคุณธรรมด้วยไม่เน้นความมั่งคั่ง สร้างมูลค่าอย่างเดียว นอกจากนั้น ควรมีหน่วยงานตรวจสอบควบคุม เรียกว่า REGULATORY และควรมีฑูตเทคโนโลยี ในการพูดคุยเจรจาเหมือนบางประเทศ แก้ไขปัญหาในเมืองสำคัญๆ ที่เป็นเว็บฯ ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธนพร ศรียากูล &amp;nbsp;ความมั่นคงแห่งชาติ ตาม พรบ.ความมั่นคงฯ นั้นครอบคลุมความมั่นคงทุกรูปแบบ และนิยามของภัยคุกคามตามกฎหมาย คือความรุนแรงและซับซ้อน เบื้องหลังความรุนแรงในเชิงโครงสร้าง คือ เขาอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม คือเป็นผู้ถูกกระทำ ยกตัวอย่าง ปัญหาแม่น้ำโขงที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์อย่างมีนัยสำคัญ เพราะตามลำน้ำโขงเราจะพบการสร้างเขื่อนเต็มไปหมด ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในปี 2562 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาลุ่มน้ำโขงก็ถือว่าได้รับความรุนแรงเชิงโครงสร้างเช่นกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ลักษณะการแสดงออกความรุนแรงได้เปลี่ยนแปลงจากการทำร้ายตัวเองมาเป็นการทำร้ายสังคม ปัญหาทั้งสองเรื่องเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ต้องรีบแก้ไข เพื่อให้ความรู้สึกที่ถูกทับไว้คลี่คลายออกไป ทำให้ปัญหาความรุนแรงที่จะถูกแสดงออกลดทอนลงไป อย่าปล่อยให้เป็นไฟไหม้ฟาง สังคมต้องติดตามต่อไปคือสิ่งที พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประกาศไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, กองทัพ, ทหาร, พลตรีดิเรก ดีประเสริฐ, โคราช, โรงเรียนเสนาธิการทหารบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e479a609e31d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอภาคย์&#039;ยังเป๊ะ100เปอร์เซ็นต์ทดสอบร่างกายผ่านเกณฑ์ดีเยี่ยม พร้อมชวนยิ้มเห็นฟันเปลี่ยนวิธีคิด  </HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;3ส.ค.61-ที่สนามกีฬาภายใน โรงเรียนเสนาธิการทหารบก มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายระดับ ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ประจำปี 2561 โดยมีผู้บังคับกองพันจากทั่วประเทศ ที่เข้ารับการทดสอบร่างกาย &amp;nbsp;จำนวน 325 นาย สำหรับการทดสอบแบ่งออกเป็นสถานี ประกอบด้วย สถานีดันพื้น 2 นาที สถานีลุกนั่ง 2 นาที และวิ่ง 2 กิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 50 ขึ้นไป โดยแบ่งตามช่วงอายุ ตามนโยบายสมาร์ทแมนของผู้บัญชาการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 กองทัพภาคที่2 ฉายา &amp;quot;หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี&amp;quot; จากการสำเร็จหลักสูตรการรบพิเศษในหลายหลักสูตร และเป็นที่รู้จักจากการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เข้าร่วมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ในลำดับที่ 259 หมายเลย 316 ทดสอบสถานีดันพื้น ได้ 80 ครั้ง สถานีลุกนั่ง 78 ครั้ง ซึ่งเกณฑ์ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)กล่าวว่า เดิมหมอภาคย์ เคยรับราชการเป็นทหารรบพิเศษสังกัดกรมรบพิเศษที่ 5 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตอนนั้นตนดำรงตำแหน่ง ผบ.กองพลรบพิเศษที่ 1 เขาก็ฝึกหลักสูตรจู่โจม (ranger) ฝึกจบก็จะไปเรียบมนุษย์กบ(seal)ต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็คิดว่าเป็นหมอทำไมชอบมาเรียนหลักสูตรพวกนี้ ตอนนี้เห็นว่า หมอ ก็จำเป็นต้องฝึกหลักสูตรพวกนี้เหมือนกัน โลกเปลี่ยนไป ภารกิจต่างๆ ต้องมีแพทย์เข้าไปร่วม ยังมองว่าเราคิดถูกแล้วที่ให้ไปเรียน เพราะจะได้ไปภารกิจขุนน้ำนางนอน &amp;quot; ผบ.ทบ. กล่าวติดตลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับผลการทดสอบ ผ่านเกณฑ์ ทดสอบ 100 % ดันพื้น 80 /2 นาที ...ลุกนั่ง 78/2 นาที.. วิ่ง8.03 นาที / 2 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ท.นพ.ภาคย์ กล่ายภายหลังทดสอบร่างกายกองทัพบก ระดับผู้บังคับกองพัน ครั้งที่ 2 ประจำปี2561 ว่า วันนี้ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยเพราะเตรียมตัวมาน้อย หลังจากเสร็จภารกิจถ้ำหลวง ก็ไม่ได้ออกกำลังกายเลย พึ่งมาออกกำลังกาย 5 วันที่ผ่านมา แต่ที่ผ่านมาก็ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ทั้งการซิตอัพ วิดพื้น วิ่ง ว่ายน้ำ ดึงข้อ ซึ่งแต่ละครั้งตนจะไม่ได้ทำอย่างหักโหม แต่จะทำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขอฝากประชาชนและสื่อมวลชน ถ้ามีเวลาก็มาออกกำลังกาย แต่เชื่อว่าทุกคนมีเวลาอยู่แล้ว แค่วิดพื้น 10 ที ใช้เวลาไม่ถึง 1 ครั้ง ก็ให้สะสมวันละ 50-100 ครั้ง ตนขอรับรองภายใน 1-2 อาทิตย์ เกิดความเปลี่ยนแปลงมีความแข็งแรงแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการทดสอบร่างกายในวันนี้ผมมีควาทพอใจ รวมถึงพี่ๆและเพื่อนๆหลายคนผ่านการทดสอบร่างกายคะแนนรวม 100 เปอร์เซ็นต์ และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้ง แสดงว่านโยบายของ ผบ.ทบ. ยอดเยี่ยม เพราะทำให้ผู้บัวคับหน่วยทุกคนมีความแข็งแรงขึ้นชัดเจน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะนำนโยบายนี้ไปปรับใช้ที่หน่วยอย่างไร พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าวว่า เมื่อผู้บังคับหน่วยทุกคนมีความแข็งแรง ก็สามารถเป็นตัวอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาดูได้ ทำให้เขามีความเชื่อถือในการดูแลร่างกายมากขึ้น ทำให้กำลังของกองทัพความแข็งแรงและมีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะปฏิบัติงานในสภาวะยากลำบากได้ทุกภารกิจ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบภาษาอังกฤษด้วยตามมาตรฐาน เพราะผู้บังคับหน่วยจำเป็นต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบภาษาอังกฤษเพราะการสื่อสารกับชาวต่างชาติมีความสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมถึงยิ้มเห็นฟันอยู่ตลอดเคยโกรธใครหรือไม่ พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าวว่า การยิ้มเกี่ยวเนื่องกับจิตสำนึกทุกคนก็เคยมีความโกรธอยู่แล้วเพราะเราไม่ยังไม่บรรลุธรรมชั้นสูง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ยังมีความโกรธความเกลียด แต่เราต้องตามอารมณ์ให้ทัน &amp;nbsp;เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากส่งผลกระทบต่อคนอื่นแล้วตัวเองยังได้รับผลกระทบด้วยเพราะจะเกิดสภาวะอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจจะทำให้ร่างกายหลั่งสารที่เป็นโทษต่อร่างกายบางอย่างออกมา และที่สำคัญทำอะไรได้ดีในช่วงที่สภาวะอารมณ์ไม่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นเราควรมีสติและตามอารมณ์ให้ทัน เราจึงต้องพยายามใช้ภาษาทางร่างกายให้ยอดเยี่ยมนั่นก็คือการยิ้มก็เป็นสิ่งหนึ่งดังนั้นขอให้ทุกคนลองยิ้มเห็นฟันแค่ยิ้มเห็นฟันก็ทำให้สดใสและต้องพยายามพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ก็จะทำให้เราสดใสน่าจะทำให้คนรอบข้างยิ้มตามไปด้วยและทำให้สังคมมีความสุขผมก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเพราะอะไรที่ไม่ดีเราก็ต้องรู้เท่าทันไม่ไปใส่อารมณ์และค่อยๆแก้ไขปัญหา&amp;quot;พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14626</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ้ำหลวง, นโยบายสมาร์ทแมน, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มนุษย์กบ, หมอภาคย์, หลักสูตรจู่โจม, โรงเรียนเสนาธิการทหารบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b63ba834a5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
