<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>679 แห่ง ตัวเลขล่าสุดโรงเรียนได้รับผลกระทบ&quot;ปาบึก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ม.ค.62-นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้มีการรายงานปฏิบัติการช่วยเหลือโรงเรียนประสบภัยพิบัติ พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) ว่า ตามที่ สพฐ.ได้มีการแจ้งเตือนการเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าว และได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังช่วยเหลือโรงเรียนและนักเรียนที่ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้น เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัย อีกทั้ง สพฐ. ก็ได้เปิดบัญชีชื่อ &amp;ldquo;รวมน้ำใจสู่อุทกภัยโรงเรียน&amp;rdquo; เพื่อรับบริจาคด้วย&amp;nbsp;
โดยขณะนี้ได้มีการรายงานจำนวนโรงเรียนที่ได้ผลกระทบ จำนวน 679 โรง แบ่งเป็น 630 โรง ใน 16 สพป. ได้แก่ สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 จำนวน 47 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน 80 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 จำนวน 185 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 จำนวน 45 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 จำนวน 49 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 จำนวน 15 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 จำนวน 16 โรง สพป.ชุมพร เขต 1 จำนวน 2 โรง สพป.ชุมพร เขต 2 จำนวน 11 โรง สพป.ตรัง เขต 1 จำนวน 1 โรง สพป.ตรัง เขต 2 จำนวน 7 โรง สพป.สงขลา เขต 1 จำนวน 128 โรง สพป.สงขลา เขต 3 จำนวน 7 โรง สพป.ปัตตานี เขต 1 จำนวน 35 โรง สพป.ปัตตานี เขต 2 จำนวน 1 โรง และสพป.ยะลา เขต 1 จำนวน 1 โรง และ 49 โรง ใน 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ได้แก่ สพม. เขต 11 จำนวน 1 โรงและ สพม.เขต 12 จำนวน 48 โรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่ยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ จำนวน 24 โรง และในวันที่ 9 มกราคม คาดว่าจะมีโรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้เพียง 1 โรง ซึ่งขณะนี้ สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะทำงาน 6 คณะ นำโดยผู้บริหารระดับสูงเพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติ ในระหว่างวันที่ 10-11 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ทางโรงเรียนจะต้องเร่งรายงานความเสียหายในส่วนที่จะต้องดำเนินการซ่อมแซมไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยด่วนที่สุด เพื่อที่จะไม่กระทบต่อการเปิดการเรียนการสอน และจากนั้น สพฐ.จะช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปช่วยเหลือเยี่ยวยา โดยงบประมาณในส่วนนี้จะมีใน 2 ส่วน คือ งบฯ ที่ได้รับบริจาคและงบฯ ก่อสร้าง ซ่อมแซมหลังจากเกิดภัยพิบัติ ซี่งเป็นงบฯ ปกติของ สพฐ. ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนใดที่มีการปิดการเรียนการสอน ก็จะต้องมีการสอนชดเชยเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการจัดการเรียนการสอนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26044</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ปาบึก, โรงเรียนได้รับผลกระทบปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c345e2225543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปาบึก&quot;ถล่มโรงเรียน435โรง อยู่ในนครศรีมากสุด 63โรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
7 ม.ค.62-นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo;(PABUK) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานข้อมูลสถานการณ์ผลกระทบและความเสียหายจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติในส่วนภูมิภาคทั้ง 3 ศูนย์ พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ จำนวน 833 โรง ขณะที่ได้รับความเสียหาย 435 โรง เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 374 โรง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 9 โรง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 35 โรง และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 17 โรง ประมาณการความเสียหายของสถานศึกษา เป็นเงินเกือบ 110 ล้านบาท โดยความเสียหายส่วนใหญ่เป็นกระเบื้องหลังคา ฝ้าเพดาน กระจกหน้าต่างของอาคารเรียน โรงอาหาร บ้านพักครูชำรุดเสียหาย และวัสดุอุปกรณ์ อาทิ หนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ โต๊ะเกาอี้พังเสียหาย สำหรับโรงเรียนที่ปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 4 มกราคมและยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ในวันที่ 7 มกราคม จำนวน 81 โรง และยังมีโรงเรียนที่ต้องปิดต่อเนื่องไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอน ในวันที่ 8 มกราคม ได้ จำนวน 63 โรง เป็นโรงเรียนในสังกัด สพฐ. 62 โรงและ สอศ. 1 โรง &amp;nbsp;โดยเป็นโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น ซึ่ง ศธ.จะเร่งให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเพื่อให้สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาบึก, โรงเรียนได้รับผลกระทบปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c329e872c39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
