<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก ระเบิดถล่มโบสถ์-โรงแรมในศรีลังกา 6 แห่ง ดับ 156 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศรีลังกาโดนโจมตีหลายระลอกพร้อมกันเมื่อวันอาทิตย์ คนร้ายวางระเบิดโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง และโรงแรมหรูอีก 3 แห่งในเมืองหลวงและอีก 2 เมือง ตำรวจเผยมีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 156 คน รวมต่างชาติด้วย 35 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและรถพยาบาลที่ด้านนอกโบสถ์เซนต์แอนโธนีในเขตคอชชิคาเดในกรุงโคลัมโบ หลังโดนระเบิดโจมตี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจนายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยนามว่า เหตุการณ์ที่กรุงโคลัมโบ เมืองหลวงนั้น มีโรงแรม 3 แห่งและโบสถ์ 1 แห่งตกเป็นเป้าหมายการวางระเบิด มีคนเสียชีวิตที่เมืองหลวงอย่างน้อย 45 คน และมีรายงานว่า มีชาวต่างชาติเสียชีวิตด้วยหลายรายที่โบสต์เซนต์แอนโธนี ซึ่งกำลังประกอบพิธีมิสซาเนื่องในวันอีสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อีกรายเผยว่า ถึงช่วงสายของวันนี้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่โบสถ์เซนต์แอนโธนีในกรุงโคลัมโบ ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้วอย่างน้อย 160 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีที่โบสถ์คริสต์อีกแห่งที่เมืองเนกอมโบ ทางเหนือของกรุงโคลัมโบ มีคนเสียชีวิต 67 คน และการโจมตีที่โบสถ์คริสต์ในเมืองบัตติคาลัว ทางภาคตะวันออกของเมือง มีคนเสียชีวิต 25 คน ที่นี่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลบัตติคาลัวเผยว่า มีคนบาดเจ็บเข้ารับการรักษามากกว่า 300 คน ผู้บาดเจ็บจำนวนมากนี้ทำให้หวั่นเกรงว่ายอดเสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงบ่ายของไทย เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของตำรวจศรีลังกานายหนึ่งว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 156 คน โดยมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 35 คน ขณะแหล่งข่าวในโรงพยาบาลรายหนึ่งกล่าวว่า ชาวต่างชาติที่เสียชีวิตนั้นรวมถึงพลเมืองชาวอเมริกันหลายคน, ชาวอังกฤษ และชาวดัตช์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวยังไม่ชัดเจนว่าระเบิดที่เกิดขึ้นหลายระลอกนี้มีลักษณะเช่นไรหรือเป็นการระเบิดฆ่าตัวตายหรือไม่ และยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา แถลงว่าเขาช็อกกับเหตุระเบิดโจมตีศรีลังกาในครั้งนี้ และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ขณะที่นายกฯ รานิล วิกรมสิงเห ประณามว่าเป็นการโจมตีที่ขี้ขลาด และรัฐบาลกำลังพยายามควบคุมสถานการณ์อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, วางระเบิด, ศรีลังกา, โบสถ์คริสต์, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190421/image_big_5cbc1b51cec5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP แนะลงทุนโรงแรม สถานบันเทิงในเมืองดานัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนทำธุรกิจสถานบันเทิงและโรงแรมในนครดานัง หลังเทศบาลนครดานังเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาด 7 แห่งด้านตะวันออก รองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 61นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ถึงโอกาสการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจโรงแรมในนครดานัง ประเทศเวียดนาม โดยขณะนี้เทศบาลนครดานังได้อนุมัติแผนการพัฒนาบริการการท่องเที่ยว ระหว่างปี 2018-2020 และจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาด 7 แห่งที่ทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร เลียบตามแนวถนน Nguyen Tat Thanh ด้านตะวันออกของนครดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวดัได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเม.ย.-ก.ย.ปี 2561 โดยโครงการมีมูลค่า 5 หมื่นล้านด่ง หรือ 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยสาธารณูปโภคสำหรับนักท่องเที่ยว โดย ชายหาดทางฝั่งตะวันออก 7 แห่ง ได้แก่ Xuan Ha , Phu Loc , Ho Tung Mau , Tran Dinh Tri , Nguyen Chanh , Nam Xuan Thieu และ Nam O ยังไม่มีนักท่องเที่ยว เทศบาลนครดานังจึงพยายามที่จะดึงดูดให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาดทั้ง 7 แห่ง ซึ่งเป็นชายหาดที่มีศักยภาพในการเติบโตได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพื้นที่ชายหาดทางฝั่งตะวันออกทั้ง 7 แห่ง ถูกปล่อยให้รกร้างมาหลายปี โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมไปท่องเที่ยวชายหาดทางด้านใต้ของดานัง ซึ่งการหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาชายหาดด้านตะวันออกนี้ ทั้งนี้กรมฯ จึงได้เล็งเห็นช่องทางที่จะขยายตลาดสินค้าและบริการของไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะพิจารณาเข้าไปลงทุนในธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17486</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, การค้าต่างประเทศ, จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์, ดานัง, นักลงทุนไทย, สถานบันเทิง, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a238152962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยเช่าคอนโดผิดหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันเชื่อได้ว่าหลายๆ ท่านที่เป็นนักท่องเที่ยวตัวยงต้องมีวิธีในการเลือกหาที่พักให้ดี ประหยัด และคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในกระเป๋า ซึ่งทุกวันการจะหาห้องพักดีๆ ราคาถูกนั้นง่ายแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส เนื่องจากสังคมในทุกวันนี้ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การค้นหาโปรโมชั่นสถานที่ท่องเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน และอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือการจองที่พัก ที่มีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในทุกวันนี้การหาห้องพักดีๆ ราคาถูกในเมือง แนวรถไฟฟ้าและในเมืองท่องเที่ยวนั้น หาได้ไม่ยากเลย เพราะปัจจุบันพบว่า มีเจ้าของห้องชุดเป็นจำนวนไม่น้อยที่นำห้องชุดไปปล่อยเช่ารายวันให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ห้องชุดห้องนั้นจึงมีผู้คนเข้ามาพักอาศัยไม่ซ้ำหน้า แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติคนนั้นมีคีย์การ์ดหรือกุญแจห้อง ก็สามารถเข้าไปปะปนอยู่ร่วมกับเจ้าของห้องชุดรายอื่นในอาคารชุดได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นหนึ่งตัวเลือกของสถานที่พักยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าโรงแรม ทำเลตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งท่องเที่ยว บางโครงการก็อยู่ติดริมแม่น้ำก็นำจุดเด่นตรงนี้มาขายได้เช่นกัน ทำให้เจ้าของที่มีห้องว่างเริ่มมองหาช่องทางใหม่อย่างการปล่อยเช่ารายวัน ซึ่งเทรนด์การปล่อยเช่าคอนโดรายวันมีมาได้สักระยะนึงแล้ว แต่ในช่วง 4-5 ปีนี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนเป็นอย่างมาก นั่นเพราะว่าการมีเว็บไซต์ให้เช่าที่พักชื่อดังเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตลาดที่ทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสทำกำไรกันมากขึ้น ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ตลาดใหญ่ ได้แก่ ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า โซนใจกลางเมือง หรือใกล้เมือง นักลงทุนจะนำห้องมาปล่อยเช่ารายวันเป็นจำนวนมาก นอกจากจุดแข็งหลักในเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้าแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ครบครัน ส่วนตลาดเมืองท่องเที่ยว จะเป็นตลาดปล่อยเช่ารายวันในต่างจังหวัด มักเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ อย่าง พัทยา หัวหิน เขาใหญ่ เชียงใหม่ ฯลฯ ที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ปล่อยเช่าคอนโดรายวันมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การปล่อยเช่ารายวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกันอย่างแพร่หลาย สิ่งหนึ่งที่จะตามมาจากการให้เช่าคอนโดรายวันคือ ผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อลูกบ้านรายอื่นๆ เพราะการปล่อยเช่ารายวันทำให้ผู้พักอาศัยในคอนโดต้องพบเจอกับคนแปลกหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา จึงเกิดความละเลยในการคัดกรองคน ที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้านในคอนโดคนอื่นๆ อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักอาศัยรายวันมีพฤติกรรมไม่เคารพกฎระเบียบในการอยู่อาศัยคอนโด เขาคิดว่าจ่ายเงินค่าที่พักแล้วมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากกรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมชั่วคราวกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่ศาลจังหวัดหัวหินมีคำพิพากษาให้เจ้าของห้องชุดในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ปล่อยเช่ารายวันและรายสัปดาห์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงแรม คำถามที่เกิดตามมาคือ เหตุใดการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้นจึงต้องเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง &amp;rdquo;เจแอลแอล&amp;rdquo; จึงได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ พร้อมแนะแนวปฏิบัติสำหรับนิติบุคคลอาคารชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 &amp;ldquo;โรงแรม&amp;rdquo; หมายถึงสถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน โดยผู้ที่จะสามารถประกอบธุรกิจโรงแรมได้ ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และดังนั้นโดยความหมายนี้ ผู้ที่นำคอนโดพักอาศัยมาปล่อยเช่าชั่วคราวเช่นเดียวกับโรงแรม โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จึงถือเป็นผู้ที่กระทำความผิดทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มีผลบังคับใช้มานานแล้ว แต่การลงโทษผู้กระทำผิดไม่ได้รับการรายงานต่อสาธารณะมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้การที่นักลงทุนปล่อยเช่าคอนโดรายวันจะมองว่านี่เป็นสิทธิ์ของตนในการที่จะปล่อยเช่าในรูปแบบใด จะให้ใครมาอยู่ หรือทำอะไรก็ได้ แต่ควรคำนึงว่าการพักอาศัยในคอนโด คือการที่เราอยู่ร่วมกับคนอื่น ทั้งนี้ จึงขอแนะนำว่าจะทำอะไรควรนึกถึงใจของผู้ที่พักอาศัยคนอื่นๆ กันด้วยนะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, คอนโดมิเนียม, จองตั๋วเครื่องบิน, พ.ร.บ.โรงแรม, พัทยา, ศรยุทธ เทียนสี, หัวหิน, ห้องพักดีๆ, เขาใหญ่, เชียงใหม่, แนวรถไฟฟ้า, โรงแรม, ใกล้รถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MIDA โชว์แผนปี61ลุยลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมด้า แอสเซ็ท กางแผนปี 61 ลุยลงทุนอสังหาฯ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ล่าสุดผนึก&amp;rdquo;กลุ่มเวลลิตี้&amp;rdquo;ผุดโรงแรม&amp;rdquo;อักษร ระยอง เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น&amp;rdquo;พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีมีรายได้รวมโต15-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 61 นายวิสูตร เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไมด้า แอสเซ็ท (MIDA) ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นไปที่การพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก แบ่งเป็น พื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี 1 โครงการเป็นบ้านเดี่ยว มูลค่า 800 ล้านบาท จังหวัดนครปฐม 3 โครงการ มูลค่าโครงการละประมาณ 700-1,000 ล้านบาท หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 2,100-3,000 ล้านบาท และในพื้นที่พัทยา เป็นโครงการคอนโดมิเนียม มูลค่า1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการพัฒนาในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ล่าสุดบริษัทได้ร่วมลงทุนกับ กลุ่มเวลลิตี้ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการธุรกิจด้านการบริการสำหรับโรงแรมและรีสอร์ท โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการร่วมทุนการพัฒนาโรงแรมภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;อักษร ระยอง เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น&amp;rdquo;บนทำเลหาดแหลมแม่พิมพ์ ทั้งนี้บริษัทได้ใช้งบร่วมลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท จัดตั้ง เอ็มดับบลิว เวลเนส เมเนจเม้นท์ และใช้งบลงทุนสูงกว่าหลักพันล้านบาทในการพัฒนาโรงแรม และในอนาคตคาดว่าจะมีใช้งบลงทุนเพิ่มอีกกว่า 35 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรม อักษร ระยอง คอลเลคชั่น จะเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ส.ค.ปีนี้ และในปี 2562 จะมีแผนพัฒนาธุรกิจเพิ่มขึ้นอีก ได้แก่ เดอะ พาโนรา เป็นคอนโดมิเนียมในภูเก็ต และ ธาราปฐม เป็นบ้านไทยวิลล่าในจังหวัดนครปฐม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2562 นอกจากนี้มีแผนจะพัฒนาโครงการเพิ่ม ได้แก่ อำเภอ ขนอม จังหวัด นครศรีธรรมราช เขาหลัก จังหวัดกระบี และฉะเชิงเทรา ปัจจุบันอยู่ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการต่อไป ซึ่งจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่จะทั้งการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม และรีสอร์ท รวมไปถึงศูนย์สุขภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีรายได้เติบโตอยู่ที่ 15-20%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9894</URL_LINK>
                <HASHTAG>MIDA, กลุ่มเวลลิตี้, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, โรงแรม, ไมด้า แอสเซ็ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b0672f92e852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวแท็กซี่เบนซ์ 2กม.แรก 150บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขนส่งฯ เตรียมเปิดตัวแท็กซี่วีไอพี 30 พ.ค.นี้ โชว์หรูส่งเบนซ์วิ่งให้บริการ ราคาเริ่มต้น 2 กม.แรก 150 บาท ตั้งเป้ามีแท็กซี่วีไอพี 5 พันคันภายในปีนี้ ด้านออลไทยทุ่มกว่า 300 ล้าน ลงทุนนำแท็กซี่วีไอพีเบนซ์ 100 คันให้บริการผู้โดยสารย่านธุรกิจ-โรงแรม-สนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่ประกาศกฎกระทรวงได้มีโครงการรถแท็กซี่แบบพิเศษ หรือแท็กซี่วีไอพี (TAXI VIP) ที่มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ย.60 นั้น ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ขบ.เตรียมเปิดตัว &amp;quot;แท็กซี่วีไอพี&amp;quot; ของ &amp;quot;ออลไทยแท็กซี่&amp;quot; เพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่ รวมถึงเป็นการเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ทั้งนี้ ในระยะแรกออลไทยแท็กซี่จะนำรถมาวิ่งให้บริการ 100 คัน โดยเลือกใช้เบนซ์ C Class ซึ่งจะต้องเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ALL THAI TAXI และเตรียมจัดจุดจอดเพื่อรองรับไว้ อาทิ สนามบิน เป็นต้น ในส่วนของรถที่จะนำมาให้บริการนั้น จะเป็นไปตามระเบียบที่ ขบ.รับรองไว้แล้ว อาทิ การกำหนดให้ดำเนินการรูปแบบนิติบุคคล จำนวนรถไม่ตํ่ากว่า 20 คัน ตัวรถติดตั้งระบบไอทีทันสมัยที่ได้กำหนดไว้ เช่น ติดตั้งระบบ GPS Tracking ระบบรูดบัตรเครดิต ติดตั้ง CCTV 360 องศา ปุ่มฉุกเฉิน มิเตอร์เชื่อมโยงกับระบบกับส่วนกลาง จอรับ-ส่งงานกับศูนย์ควบคุมบริการ ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติสูงกว่าแท็กซี่โอเคทั่วไป ส่วนกล่องป้ายบนหลังคาจะระบุชัดเจนว่า &amp;quot;แท็กซี่วีไอพี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนิทกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการแท็กซี่วีไอพีนั้น นอกเหนือจาก &amp;quot;ออลไทยแท็กซี่&amp;quot; แล้ว ในขณะนี้มีผู้ประกอบการอีก 1 รายที่ติดต่อมายัง ขบ.เพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว คือ Eco Society ที่จะใช้รถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงมาให้บริการ เบื้องต้นแจ้งความประสงค์จดทะเบียนรถ 500 คัน และคาดว่าจะจดทะเบียนรถ 100 คันแรก ภายในช่วง มิ.ย.-ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในปีนี้จะต้องมีรถแท็กซี่วีไอพี 5,000 คัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันมีหลายผู้ประกอบการให้ความสนใจ แต่ยังติดเรื่องตัวรถที่นำมาใช้ เพราะบางรุ่น บางยี่ห้อเข้าเงื่อนไขตามคุณสมบัติที่ ขบ.กำหนดจริง แต่ยังมีเรื่องตัวแทนจัดจำหน่ายยังเป็นเชิงธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรายงานข่าวจากบริษัท ออลไทยแท็กซี่ จำกัด แจ้งว่า บริษัทมีแผนให้บริการรถแท็กซี่วีไอพี 100 คัน ใช้เงินลงทุนประมาณกว่า 300 ล้านบาท ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์ส่วนครบรถแท็กซี่วีไอพี 15 คัน ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเหมือนกับแท็กซี่โอเค ประกอบด้วย การติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถจีพีเอสแทร็กกิ้ง พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ มาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก และกล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคล สหกรณ์ ศูนย์วิทยุแท็กซี่ เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะนำรถมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อนจะนำมาเปิดตัวที่ ขบ.ประมาณ 15 คัน ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นวิ่งให้บริการทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนรถที่เหลืออีก 85 คัน จะทยอยนำรถมาจดทะเบียนเดือนละ 15-20 คัน จนครบทั้งหมดภายใน ส.ค.นี้ ส่วนอัตราค่าโดยสาร 2 กม. แรกเริ่มต้นที่ 150 บาท ส่วน กม.ต่อไป กม.ละ 16 บาท สำหรับรถแท็กซี่วีไอพีนี้ บริษัทได้เลือกใช้รถยี่ห้อเบนซ์มาให้บริการ เนื่องจากมีสมรรถนะสูงและได้มาตรฐานตามที่ ขบ.กำหนดแล้ว ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้โดยสารที่ใช้บริการ หากใช้บริการแท็กซี่วีไอพีต้องดูหรูและผู้โดยสารกลุ่มนี้สามารถจ่ายได้กับการใช้บริการ ส่วนต้นทุนรถเบนซ์ตกคันละ 3 ล้านบาท ขณะที่ค่าติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเฉลี่ย 30,000-40,000 บาท หลังจากเปิดให้บริการจะประเมินความพึงพอใจของผู้โดยสาร เพื่อนำมาปรับใช้ให้บริการต่อไป เบื้องต้นจะนำรถให้บริการในพื้นที่เป็นย่านเศรษฐกิจ เช่น ธนาคาร โรงแรม และสนามบิน ซึ่งผู้โดยสารกลุ่มนี้มีกำลังที่จ่ายได้ ส่วนความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานที่ ขบ.กำหนดไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ในช่วงที่ให้บริการเริ่มแรกยังกังวลเรื่องจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ เนื่องจากมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นราคาสูง ทำให้ผู้โดยสารยังไม่กล้าใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร บริษัทก็มีแผนจะเพิ่มรถแท็กซี่วีไอพีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9748</URL_LINK>
                <HASHTAG>TAXI VIP, ขบ., สนามบิน, สนิท พรหมวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออลไทยแท็กซี่, เบนซ์ C Class, แท็กซี่, แท็กซี่วีไอพี, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b04155941ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ! ร.ต.ท.แขวนคอตายคาบันได</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ร.ต.อ.ประเสริฐ ถาวร &amp;nbsp;รองสารวัตร ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน &amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรแม่สอด จ.ตาก รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตที่โรงแรมดังแห่งหนึ่งกลางเมืองแม่สอด อยู่บริเวณใกล้ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณบันไดระหว่างชั้น 2 ขึ้นชั้น 3 ของโรงแรมพบร่างชายสวมเสื้อยืดสีม่วง นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น ใช้ผ้ามัดเตียงนอนแขวนคอกับเสาลูกกรงราวบันไดเสียชีวิตในสภาพลิ้นจุกปากเลือดไหลกลบเต็มปาก จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายคาดว่าแขวนคอตายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายในห้องพัก 306 ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอนของผู้ตาย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ พบแต่ที่นอนเหมือนคนนอนคนเดียว และพบขวดเบียร์ 2 ขวด พร้อมแก้วที่ใช้แล้ว 2 ใบ ทีวียังเปิดอยู่ มีกุญแจรถ จักรยานยนต์พร้อมโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงิน ภายในพบบัตรข้าราชการตำรวจทราบชื่อคือ ร.ต.ท.วีรยศ ปี่แก้ว อายุ 56 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ &amp;nbsp;ตำรวจภูธรภาค 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุพนักงานทำความสะอาดขึ้นไปชั้น 3 เพื่อจะทำความสะอาดตามปกติ เมื่อเดินขึ้นบันได ก็แทบผงะเพราะพบศพคนแขวนคอตายจึงรีบแจ้งตำรวจ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวน คาดว่าผู้ตายคงเครียดกับโรคประจำตัว เพราะในห้องพบถุงยาจำนวนมาก ช่วงเช้ามืดจึงเดินออกมาผูกคอตายนอกห้องเพราะภายในห้องไม่มีจุดแขวนคอได้ ขณะนี้กำลังติดต่อญาติเพื่อให้มาสอบปากคำต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ตำรวจ, ร.ต.ท., แขวนคอตาย, แม่บ้าน, แม่สอด, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee9b1473259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิงเพาเวอร์ ชี้จ่าย 14,000 ล้านซื้อ &#039;ตึกมหานคร&#039;คุ้ม ได้ต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิง เพาเวอร์ ชี้จ่าย14,000 ล้านซื้อตึกมหานครคุ้ม ได้ต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ สยายปีกธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งทุ่ม 14,000 ล้านบาท ซื้อโครงการมหานคร ในส่วนของโรงแรม, จุดชมวิว Observation Deck และ อาคารรีเทลมหานครคิวป์ จากบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) เพื่อต่อยอดธุรกิจ และพัฒนาให้เป็นโครงการไลฟ์สไตล์ที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า การตัดสินใจเดินหน้าต่อยอดธุรกิจในครั้งนี้ เนื่องจากทรัพย์สินต่างๆ ที่ซื้อมานั้นเป็นทรัพย์สินที่สอดคล้องกับธุรกิจที่กลุ่มคิง เพาเวอร์ ได้ดําเนินการอยู่ นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสําคัญในการสนับสนุนให้บริษัทฯ กล้าตัดสินใจทุ่มงบประมาณ 14,000 ล้านบาทในครั้งนี้ และมั่นใจว่าจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้มีความมั่งคงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเข้าซื้อทรัพย์สินฯ ครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าถือครองทรัพย์สินในตึกมหานคร ได้แก่ โรงแรม, จุดชมวิว Observation Deck, ร้านค้าปลีกบริเวณพื้นที่รีเทล 4 ชั้น, อาคารรีเทลมหานครคิวป์, รวมถึงที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สําหรับเป้าหมายสําคัญในการพัฒนาทรัพย์สินที่กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เข้าครอบครองในครั้งนี้นั้นจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สําคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระดับสากล รวมถึงพร้อมที่จะรองรับการเติบโตของประชาคมอาเซียนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากจุดแข็งของทรัพย์สินที่ได้มา ตึกมหานครเป็นหนึ่งในอาคารที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพ และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาใช้บริการ อาทิเช่น จุดชมวิว Observation Deck ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่เห็นวิว 360 องศาทั้งวิวเมืองและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และเพียบพร้อมด้วยบริการต่างๆ อีกมากมาย ทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียง และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงจากทั้งในและนอกประเทศ พร้อมที่จะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สําคัญของกรุงเทพมหานครต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6928</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, กรุงเทพมหานคร, คิงเพาเวอร์, จุดชมวิว, ตึกมหานคร, เพซ ดีเวลลอปเมนท์, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdc19f55d57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
