<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอปรับPM2.5 ค่ามาตรฐานที่20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาวิศวกรเสนอรัฐบาลปรับมาตรฐานรถยนต์เป็นยูโร 6 เทียบเท่าทั่วโลก พร้อมกำหนดมาตรฐานค่า พีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 20 เพื่อให้สังคมตระหนักปัญหาฝุ่นจิ๋วคุกคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล สภาวิศวกรเปิดเวทีการเสวนา ระดมสมองจากนักวิชาการ-นักวิชาชีพ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งเวทีนี้มีหลายหน่วยงานเข้าร่วมระดมสมอง ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย, สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยถึงการจัดเวทีระดมความคิดในครั้งนี้ว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน PM 2.5 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 ซึ่งส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับรุนแรง บางพื้นที่มีปริมาณความหนาแน่นของฝุ่นทะลุเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สั่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกันยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากที่กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานโลก ดังนั้นสภาวิศวกรในฐานะเสาหลักทางด้านวิศวกรรมของชาติ จึงเชิญ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันระดมสมอง หาทางออกในการแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการจัดเสวนาระดมความคิดจากนักวิชาการและนักวิชาชีพ คาดว่าทางสภาวิศวกรจะรวบรวมทุกข้อมูลที่ได้ร่างเป็นนโยบายสาธารณะ เสนอต่อรัฐบาลในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกร และอดีตกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กล่าวว่า ละอองฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก หลายคนอาจจะมองว่าเป็นฝุ่นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากนัก แต่แท้จริงฝุ่นละอองขนาดจิ๋วเป็นต้นตอของการให้เกิดโรคมะเร็งในปอด ดังนั้น เราจึงควรจะต้องใส่ใจและจริงจังต่อการแก้ปัญหา เวทีนี้ได้เสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาทางออกเร่งด่วน คือมาตรฐานของรถยนต์และเชื้อเพลิง ซึ่งบ้านเรายังใช้รถยนต์ที่เป็นมาตรฐานยูโร 4 ขณะที่ทั่วโลกเป็นยูโร 6 อาจจะให้ปัญหานี้ลดลง ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงคมนาคม ต้องเร่งวางมาตรฐานรถใหม่-รถเก่า รวมถึงรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งสินค้า ให้มีมาตรฐานการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการปรับมาตรฐานการวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้เท่าเทียมกับมาตรฐานโลก ซึ่งกำหนดมาตรฐานให้ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากมีการกำหนดตามค่ามาตรฐานให้เท่ากันจะทำให้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงว่าเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นจะได้ร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อไม่ให้ลุกลามยากเกินเยียวยาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57441</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงแรม เดอะ สุโกศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a8dbf77e06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
