<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภา อบต.ไม่อนุมัตินายทุนขอสำรวจแหล่งแร่อ่าวลึกน้อย ชาวบ้านหวั่นสร้างโรงโม่หิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - ชาวบ้านในพื้นที่ ต.อ่าวลึกน้อย อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และใกล้เคียง ประมาณ 200 คน ได้เดินทางมารวมตัวกัน ที่หน้า อบต.อ่าวลึกน้อย ม.3&amp;nbsp; ต.อ่าวลึกน้อย อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมถือป้ายข้อความคัดค้าน ไม่เอาโรงโม่หิน หลังจากทราบว่า ทาง อบต.เปิดประชุมสมัยสามัญ สมัยที่ 2 และมีวาระการพิจารณาความเห็นชอบการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าและดำเนินการสำรวจแหล่งแร่ ในพื้นที่ ต.อ่าวลึกน้อย ของบริษัทภูทองอันดา จำกัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบของสถานีตำรวจภูธรอ่าวลึก มาคอยดูแลรักษาความสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิศักดิ์ บุตรเหล่ ประธานเครือข่ายคนรักบ้านเกิดอ่าวลึกน้อย กล่าวว่า ชาวบ้านมีความกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดตามมาเนื่องจาก พื้นที่เทือกเขาที่บริษัทเอกชนยื่นขอสำรวจ ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน โรงเรียน มัสยิด และในบริเวณดังกล่าว มีการสำรวจพบวัตถุโบราณอายุหลายพันปี มีถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยงาม เหมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หากมีการอนุญาตให้มีการสำรวจ พื้นที่ได้ ขั้นตอนต่อไปเมื่อสำรวจแล้วเสร็จ เอกชนก็จะยื่นขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองระเบิดเขาย่อยหิน จะส่งผลกระทบต่อชุมชน ชาวบ้านจึงต้องรวมตัวกันแสดงจุดยืนไม่ให้มีการสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายร้อเสบ กะสิรักษ์ ประธานสภาอบต.อ่าวลึกน้อย เปิดเผยว่า ในการประชุมพิจารณาในวันนี้ที่ประชุมได้นำเรื่องที่บริษัทภูทองอันดาฯ ได้ยื่นญัติขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าใน ต.อ่าวลึกน้อย รวมกว่า 1 พันไร่ เข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณา และในที่ประชุมได้ตีตกญัตติดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของบริษัทไม่ได้เดินทางมร่วมประชุมด้วยและจะไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมอีกอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่มีการประชุมเสร็จทางประธานสภาอบต.อ่าวลึกน้อย ได้ออกมาประกาศให้ชาวบ้านทราบว่าจะไม่มีการนำเรื่องการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าและสำรวจแรงเย็นของบริษัทภูทองอันดา เข้าในที่ประชุมอีกต่อไปทำให้ชาวบ้านพอใจ ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106606</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, อ่าวลึกน้อย, โรงโม่หิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9e13d3da29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกยเถอะโยม! พระ-ชาวบ้านสุดผวาโรงโม่ระเบิดหินปลิวว่อน หนีตายกันจ้าละหวั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนและพระสงฆ์วัดเขาชีจรรย์ หมู่ 11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าได้รับความเดือนร้อนจากการระเบิดหิน โรงโม่หินพลูตาหลวง ที่ทำให้สะเก็ดก้อนหินขนาดใหญ่และขนาดเล็กจำนวนมากกระเด็นมาตกสร้างความเสียหายต่อศาสนสถาน อีกทั้งโดยรอบยังประสบปัญหาฝุ่นละออง ส่งผลอันตรายต่อระบบหายใจและการดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูวิสุทธิ์ ธรรมานุสิฐ (สมศักดิ์ คุณธัมโม) เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โรงโม่หินได้ตั้งอยู่ใกล้กับวัด ที่ผ่านมาทางวัดได้รับความเสียหายจากการระเบิดหินมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทำให้หลังคากุฏิสงฆ์ โรงครัวและศาลาเสียหายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ และทรัพย์สินเสียหาย หลังเกิดเหตุ นายรัฐศาสตร์ ผ่องแผ้ว ผู้ถือสัญญาสัมปทานโรงโม่หิน และพนักงานโรงโม่หิน ได้เข้ามาตรวจสอบ และเก็บก้อนหินที่ทำวัดเสียหาย พร้อมเก็บทำความสะอาด ส่วนเรื่องความเสียหาย บริษัท เจาะไทย จำกัด ที่รับจ้างระเบิดหิน ได้มอบเงินเยียวยาให้กับทางวัดมาเพียง 20,000 บาท เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูวิสุทธิ์ กล่าวว่า นับเป็นความโชคดีอย่างมาก ที่ขณะเกิดเหตุในแต่ละครั้ง พระ สามเณร และญาติโยม ไม่มีผู้ใดอยู่ในจุดที่หินตกหล่นใส่ ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อถึงเวลา 17.00 น.จะต้องได้ยินเสียงหวอจากทางโรงโม่ เตือนจะมีการระเบิดหิน ขณะนี้ทำให้พระ สามเณร และญาติโยมที่อาศัยในละแวก ต่างต้องพากันหาที่หลบกำบังภัย และหนีเอาชีวิตรอด เพราะเกรงก้อนหินจะตกใส่เหมือนเช่นเคย ซึ่งหากพลาดมาก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ จึงฝากไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้นำมาซึ่งความสูญเสียตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72320</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, วัดเขาชีจรรย์, โรงโม่หิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f196c02b2f67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ค้านกรมศิลปากร หั่นพื้นที่โบราณสถานเขายะลา ทำเหมืองหินกระทบภาพเขียนสีพันปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp;นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าตามที่อธิบดีกรมศิลปากรได้ลงนามออกประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ต.ลิดล - ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ในวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คือวันที่ 30 ก.ย.62 โดยลดพื้นที่จากกว่า 887 ไร่ ให้คงเหลือประมาณ 697 ไร่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับโรงโม่หินเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยอ้างปัญหาความมั่นคง-ลดความไม่สงบในพื้นที่จึงจำเป็นต้องมาอาศัยแห่งหินอุตสาหกรรมจากภูเขายะลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจดังกล่าว มีข้อพิรุธและย้อนแย้งในตัวเองอยู่หลายประการ ซึ่งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน มิอาจปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจไปโดยอำเภอใจได้ ทั้งนี้เพราะ 1)พื้นที่ภูเขายะลาเป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งมีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สวยงาม และบ่งบอกถึงอารยะธรรมโบราณ ซึ่งมีอายุราว 1,200-1,500 ปีมาแล้วในสมัยศรีวิชัยซึ่งก่อนหน้านี้มีปรากฎอยู่ถึง 2 แหล่งรอบพื้นที่เขายะลา ถือได้ว่าเป็นมรดกสำคัญของคาบสมุทรภาคใต้และคาบสมุทรสยาม-มาเลย์อย่างยิ่ง และสำคัญมากต่อประวัติศาสตร์ของเมืองยะลาหรือเมืองยาลอมาแต่โบราณ แต่บางภาพได้พังทลาย และเสียหายจากการระเบิดหินในการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองหินไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)การแก้ไขหรือหั่นเขตที่ดินโบราณสถานโดยเปิดโอกาสให้กับโรงโม่หินในการขอประทานบัตรระเบิดหินเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างจำนวนกว่า 190 ไร่ มีปริมาณหินสำรองกว่า 33.54 ล้านเมตริกตัน มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยอ้างว่าพื้นที่จังหวัดยะลาและใกล้เคียงประสบปัญหาเกี่ยวกับแหล่งหินอุตสาหกรรม เพราะแหล่งหินหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง จึงจำเป็นต้องมาใช้แหล่งหินจากภูเขายะลาแทนนั้น เป็นเหตุผลที่ไร้น้ำหนักเนื่องจากปัจจุบันในจังหวัดยะลามีการขอประทานบัตรทำโรงโม่หินอยู่ถึง 9 โรงใน ต.ลิดล อ.เมืองยะลา และต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง ต.บันนังสตา มีปริมาณหินสำรองมากถึง 634.45 ล้านเมตริกตัน มูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท มิได้ขาดแคลนตามอ้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)การลงนามแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน เหตุใดจึงลงนามในวันสุดท้ายที่อธิบดีเกษียณอายุราชการ และเหตุใดจึงนำมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 26 ก.พ.63 ซึ่งมีระยะเวลานานถึง 5 เดือน ชี้ให้เห็นว่าจงใจที่จะปิดหูปิดตาประชาชนโดยไม่มีธรรมาภิบาลแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสียก่อนตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายกำหนด จึงเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงไม่อาจปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว ใช้อำนาจโดยย่ามใจได้ และจะเป็นแบบอย่างที่ไม่พึงประสงค์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ของการตั้งกรมศิลปากรได้ โดยสมาคมฯจะนำความไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดอดีตอธิบดีกรมศิลปากรคนดังกล่าวโดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.63 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี และหลังจากนี้จะร่วมกับชาวยะลาดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, จังหวัดยะลา, ศรีสุวรรณ จรรยา, โบราณคดีภาพเขียนสี, โบราณสถานเขายะลา, โรงโม่หิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e604922b513d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
