<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACEมุ่งสู่พลังงานสีเขียว แก้วิกฤติขยะมูลฝอย-ลดโลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจทางด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการลดภาวะโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปและประชาคมโลกกว่า 200 ประเทศที่มีภารกิจร่วมกันในนาม COP21 สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน รัฐบาลได้มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพลังงานทดแทน ทั้งไบโอดีเซล ไบโอแมส ไฟฟ้า และไบโอเคมิคัล โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 25% ภายในปี 2030 และวัดผลทุก 3-5 ปี หากทำได้ดีกว่าเป้าหมาย ก็จะเป็นบันไดให้เราก้าวไปเช่นเดียวกับยุโรป และกลุ่มอาเซียนก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมานั้น กระทรวงพลังงานได้เตรียมใช้เวทีการหารือเชิงนโยบาย (Policy Dialogue) กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่น ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ซึ่งปีนี้ทางกระทรวงพลังงาน โดยจะขอให้ทางญี่ปุ่นนำเสนอรายละเอียดของแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ขึ้นอยู่ชั้นบรรยากาศ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก และนำไปสู่ปัญหาโลกร้อน หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ทางญี่ปุ่นได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า จะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 หรือ Carbon Neutral by 2050 และยังมียุทธศาสตร์การเติบโตด้านพลังงานสะอาด &amp;quot;green growth strategy&amp;quot; กำกับการขับเคลื่อนชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเองก็จะนำแนวทางดังกล่าวมาเป็นโมเดลในการจัดทำแผนลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้สอดรับกับทิศทางพลังงานของหลายประเทศทั่วโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เช่น สหรัฐ ได้ประกาศเป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 และจีน ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2603 ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ 2022 ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ที่ประกอบไปด้วย &amp;nbsp;แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทน (AEDP) แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ในทุกๆ แผนก็จะต้องกำหนดแนวทางขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะทำให้ความต้องการไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมานั้นกระทรวงพลังงานได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2564 &amp;nbsp;เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมด้านพลังงานในอีอีซี แม้โควิด-19 จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนไทยชะลอตัวบ้าง แต่สถิติการใช้ไฟฟ้าล่าสุดชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว โดยภาคอุตสาหกรรมการใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น จนเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เหลือเพียงภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่อีอีซีจะเพิ่มขึ้นกว่า 4 พันเมกะวัตต์ เนื่องจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นอนาคตล้วนแล้วแต่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออก ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 และท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมถึงเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (อีอีซีดี) และเมืองใหม่สมาร์ทซิตี้ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลยังพุ่งไปที่หลายเมืองจะทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 4 พันเมกะวัตต์ ในอีก 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทำให้ไฟฟ้ามีความจำเป็นอย่างมาก ดังนั้นต้องเร่งวางแผนการสร้างโรงไฟฟ้าที่เหมาะสม และสอดคลองกับนโยบายลดโลกร้อนของรัฐบาลที่ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และยังสอดคล้องกับเทรนด์ของโลก สร้างแรงจูงใจให้กับต่างชาติเข้ามาลงทุนในอีอีซี&amp;quot; นายพรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในภาคเอกชนก็ให้ความสำคัญในสิ่งเหล่านี้ อย่างเช่น บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ &amp;nbsp;หรือ ACE ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดด้านโรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะ ถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน และสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนได้อย่างต่อเนื่องยาวนานเต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ACE กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มปีละ 4% เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่ขาดไฟฟ้า รัฐบาลจึงออกนโยบายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนถือเป็นพระเอกของแผนพัฒนาครั้งนี้เพราะมีสัดส่วนถึง 37% หรือเกิน 1 ใน 3 ของกำลังผลิตไฟฟ้าที่ต้องการเพิ่มทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะถือเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานหมุนเวียนจึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนาครั้งนี้ และโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบในเชิงหน่วยไฟฟ้าที่ผลิต และตรงกับนโยบาย BCG หรือ Bio-Circular-Green economy ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมอย่างจริงจัง ส่วนโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยก็ได้รับอานิสงส์จากนโยบายการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อแก้ไขวิกฤติขยะมูลฝอยของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนะชัย กล่าวว่า เป้าหมายการลงทุนของบริษัทนั้น ไม่เจาะจงว่าต้องเป็นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ อีอีซี เพราะการลงทุนหรือขยายธุรกิจนั้น ดูตามโอกาสของธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นขยะ ถ้ามองว่าพื้นที่อีอีซีมีขยะเยอะ มีศักยภาพ ก็จะเข้าไปทำ อีอีซีนั้นบริษัทมาดำเนินงานอยู่ก่อนแล้ว ส่วนจะส่งอานิสงส์อย่างไรกับบริษัทนั้น คือในอนาคตถ้ามีโรงงานเกิดขึ้นมากๆ แล้วไฟฟ้าไม่พอกับความต้องการเยอะ ก็มีโอกาสขยายได้อีก ที่ฉะเชิงเทรามีที่เหลือ สามารถขึ้นอีกโรงหนึ่ง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีท่อก๊าซธรรมชาติผ่านข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าตอบคำถามว่าอีอีซีเราสนใจไหม เราสนใจในฐานะที่มันเป็นหนึ่งในพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมุ่งไปที่อีอีซีอย่างเดียว มันไม่ใช่เราดูตามโอกาสตามผลตอบแทน คือดูหมด เราไม่ได้ดูเฉพาะในประเทศด้วยซ้ำ เราดูต่างประเทศด้วย ทุกวันนี้ก็คุยอยู่ทั้งดีลที่เป็น M&amp;amp;A และดีลที่เป็นการลงทุนใหม่ แต่ส่วนใหญ่ถ้าเลือกจะไปก็จะไปในสิ่งที่เราได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งวันนี้สิ่งที่เราได้เปรียบคิดว่าจะเป็นเรื่องของ Biomass Biogas และขยะชุมชน เพราะมีประสบการณ์ในการออกแบบ ประสบการณ์ในการเดินเครื่อง&amp;rdquo; นายธนะชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนะชัย กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2564 นั้น ACE มีแผนที่จะ COD อีกหลายโครงการ ที่คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จและ COD ได้ทันภายในปีนี้ รวมถึงการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อาทิ โครงการโรงไฟฟ้า SPP Hybrid อีก 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 73 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล VSPP อีก 11 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.9 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงโอกาสการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ จากการที่ภาครัฐมีแผนที่จะเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์ ซึ่ง ACE ก็มีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูลในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ขณะที่ดีลซื้อกิจการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในปีนี้ หลังมีผู้เสนอเข้ามาให้พิจารณาจำนวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) และการเจรจา โดย ACE จะพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนและความเสี่ยงเป็นหลักสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อซื้อเข้ามาแล้วจะช่วยให้ผลประกอบการของ ACE เติบโตได้ดียิ่งขึ้น และเป็นไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลุ่มบริษัท ACE มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วกำลังการผลิตติดตั้งรวม 245.91 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตติดตั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 203.66 เมกะวัตต์ รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้ง 449.57 เมกะวัตต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2563 ที่ผ่านมานั้น มีผลการดำเนินงานเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 815 ล้านบาท &amp;nbsp;เนื่องมาจากการที่กลุ่มบริษัทสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องยาวนานเต็มประสิทธิภาพ สามารถบริหารและควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดีเยี่ยมจนทำให้โรงไฟฟ้าทุกประเภทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังมีการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าของบริษัทนั้นเป็นโรงไฟฟ้าไบโอแมส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของเชื้อเพลิง ทางบริษัทมีการวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ในการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงบริษัทยังได้มีการกระจายแหล่งซัพพลายของพืชพลังงานให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่ราคาต้นทุนของพืชพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งในขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างวิจัยพืชพลังงานชนิดใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ หญ้าสาทร และหญ้าเลา คาดปลายปีนี้จะสามารถนำออกมาให้เกษตรกรทดลองปลูกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 บริษัทเตรียมที่จะนำโดรนเข้ามาช่วยวิเคราะห์พืชผลให้กับเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานเหล่านี้ส่งให้กับบริษัท ส่วนโรงไฟฟ้าขยะ บริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีอย่าง IoT เข้ามาใช้เพื่อให้ระบบภายในโรงไฟฟ้าสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;quot;ACE มุ่งที่จะสร้างความเติบโตให้กิจการและเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าด้วยการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ และการเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ ACE บรรลุเป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งให้ได้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567&amp;quot; นายธนะชัย กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96049</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท       แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE, พลังงานทดแทน, พลังงานสะอาด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), โรงไฟฟ้าขยะ, ไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e01d954b6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; สวนผู้ว่าฯกทม.อย่าแสร้งไขสือ 2 รองผู้ว่าฯ ลาออกเพราะปัญหาโรงขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธการลาออกของ 2 รองผู้ว่าฯ กทม. ว่าไม่ใช่ปัญหาของการถูกให้เซ็นต์ยอมรับการประมูลโรงไฟฟ้าขยะ 2 โรงที่หนองแขมและที่อ่อนนุช โดยอ้างว่าเป็นปัญหาด้านสุขภาพของรองผู้ว่าฯ ทั้งสองมากกว่านั้น
&amp;nbsp;
กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าผู้ว่าฯ กทม.กำลังปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ แสร้งไขสือให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะอาจคิดว่าชาว กทม.ชอบกินแกลบกินหญ้าหรืออย่างไร เพราะรองผู้ว่าฯ ดังกล่าวกับสมาคมฯ รู้จักกันดี เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด และรู้ว่าทุกท่านแข็งแรงดีไม่เคยมีปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด หากแต่ว่าในขณะนี้ผู้อยู่ในช่วงที่จะต้องรีบลงนามว่าจ้างเอกชนที่ชนะการประมูลก่อสร้างและบริหารจัดการโรงไฟฟ้ามากกว่า แต่ทว่าเป็นปัญหาที่สมาคมฯ ได้เคยร้องเรียนจับข้อพิรุธการประมูลโรงไฟฟ้าขยะมูลค่า 1.3 หมื่นล้านต่อ สตง. และ ป.ป.ช. อยู่ในขณะนี้ จึงไม่ง่ายนักที่ใครจะกล้าลงนาม อันเป็นปัญหาหลักที่กลายเป็นเผือกร้อนที่อดีต 2 รองผู้ว่าฯ ไม่กล้าลงนามก็เป็นได้ เพราะจนด้วยเหตุผลและอาจเข้าไปนอนในคุกยามแก่ก็เป็นได้ ถ้าผู้ว่า กทม.แน่จริงทำไมไม่ลงนามเสียเอง ถ้าโครงการนี้โปร่งใส-ตรวจสอบได้จริงตามคำพูด

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ขอเรียกร้องให้องค์กรอิสระต่างๆ ทั้ง สตง.และ ป.ป.ช. รวมทั้งสังคมไทยให้ช่วยกันตรวจสอบโครงการโรงไฟฟ้าเผาขยะทั้ง 2 โรงของ กทม. ที่มีข้อพิรุธมาตั้งแต่ต้น รวมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าขยะของ อปท.ทั่วประเทศ ที่มีข้อพิรุธมาตั้งแต่ระดับนโยบายของรัฐบาล คสช. มาจนถึงกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขคอยรับลูก ด้วยการออกกฎหมายมารองรับซึ่งขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้วประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ขัดต่อความต้องการของประชาชนในเชิงพื้นที่ โดยมีลูกชายของผู้มีอำนาจที่เป็น &amp;ldquo;มือที่มองไม่เห็น&amp;rdquo; ทำตัวเป็นนอมินี ที่มีบริษัทโรงไฟฟ้าจากจีนอยู่เบื้องหลัง คอยวิ่งประสานและบีบให้ อปท.ต้องเลือกบริษัทดังกล่าวให้เป็นผู้ชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะให้ได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นมหากาพย์แน่นอน เพราะสมาคมฯ จะคอยกัดติดปัญหาการคอรัปชั่นในเชิงนโยบายต่อไป และพร้อมที่จะนำความขึ้นฟ้องต่อศาลเพื่อยับยั้งกระบวนการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41908</URL_LINK>
                <HASHTAG>2รองผู้ว่าฯลาออก, นายศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โรงไฟฟ้าขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fbf3da713f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณมาแล้ว! ยื่นป.ป.ช.สอบบิ๊กป๊อก คุ้ยผลประโยชน์โรงไฟฟ้าขยะ3แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช.สอบ บิ๊กป๊อก เอี่ยวผลประโยชน์สร้างโรงไฟฟ้าขยะ หลังลูกชายดอดพบผู้ว่าฯภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.61- เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กระทำการใช้อำนาจรัฐมนตรีอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา184&amp;nbsp;กรณีออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอยปี 2560 กำหนดให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย 324แห่ง &amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะในแต่ละพื้นที่ ทำให้มีเอกชนวิ่งเข้าหาผู้ว่าราชการจังหวัด เอื้อประโยชน์ในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าจำกัดขยะ โดยโรงไฟฟ้ากำจัดขยะแต่ละแห่งมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด300,000 กว่าล้านบาท ที่ผ่านมามีกำหนดการของบุตรชายพล.อ.อนุพงษ์เข้าพบผวจ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2561 เพื่อพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการขยะในพื้นที่จ.ภูเก็ต ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการได้มาซึ่งผลประโยชน์อะไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบมีพฤติการณ์น่าสงสัยในลักษณะเดียวกันที่จ.นครราชสีมา ที่มีบริษัทต่างๆร่วม100 บริษัท ไปร่วมประมูลบริหารจัดการขยะในพื้นที่ โดยมีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลเข้าไปพูดคุยกับผวจ.นครราชสีมา เพื่อให้โครงการนี้แก่คนใกล้ชิดกับรัฐบาล จึงอยากให้ตรวจสอบด้วย เพราะที่ผ่านมาพล.อ.อนุพงษ์ระบุชัดเจนถ้ามีข้อสงสัยอะไรให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบได้ จึงมายื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ให้ดำเนินการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรวจสอบ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ป.ป.ช., ผู้ว่าฯภูเก็ต, ม.184, โรงไฟฟ้าขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a50a74258a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริ&quot;รับแผนอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่งอืด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
กบง.เผย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับแผนอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่งอืด หลังมาตรการ ECO-Sticker &amp;nbsp;ไม่ชัดเจน &amp;nbsp;พร้อมไฟเขียวขยายวันซีโอดีโครงการโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยของ อปท. 12 แห่ง ให้ดำเนินการตามกฎหมายพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเต็มที่ ปลื้มเดินหน้าตามแผนอนุรักษ์พลังงานปี 60 ทะลุเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค. 61 - นาย ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) &amp;nbsp;ได้รับทราบความคืบหน้ามาตรการการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง (EE7) ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการ ECO-Sticker &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ ป้ายแสดงการประหยัดพลังงานและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) &amp;nbsp;ที่จำนวนรถใหม่ยังไม่เป็นไปตามเป้า &amp;nbsp;และกรณีของการขนส่งระบบราง โดยเฉพาะรถไฟรางคู่ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จจึงยังไม่มีการรับรู่ผลประหยัดพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีได้มีมติเห็นชอบการขอขยายระยะเวลากำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff สำหรับโครงการการจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Quick Win Projects) 12 โครงการ 77.9 เมกะวัตต์ &amp;nbsp; จากเดิมที่กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2562 เป็นภายในปี 2564 โดยยังคงอัตรารับซื้อไฟฟ้าเดิมแต่ระยะรับซื้อให้สิ้นสุด ภายในปี 2572 สำหรับโครงการประเภทหลุมฝังกลบ และปี 2582 สำหรับโครงการประเภทการจัดการขยะแบบผสมผสาน เพื่อให้มีระยะเพียงพอสาหรับการดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายร่วมทุนและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการแผนอนุรักษ์พลังงานพ.ศ. 2558 &amp;ndash; 2579 (อีอีพี 2015) โดยความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนอีอีพี 2015 ณ ปัจจุบันที่ไม่ได้รวมมาตรการภาคขนส่ง จะมีเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน ปี พ.ศ. 2560 อยู่ที่ 703 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) โดย กระทรวง ได้ดำเนินมาตรการหลักภายใต้แผนอีอีพี 2015 ซึ่งมีผลการอนุรักษ์พลังงาน ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2560 คิดเป็นผลรวมประมาณ 713.42 ktoe หรือคิดเป็น 101.48% ของเป้าหมายปี พ.ศ. 2560.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ECO-Sticker, ขยะ, พลังงาน, อนุรักษ์พลังงาน, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9e151ea5d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
