<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานเร่งเครื่องหนุนตั้งโรงไฟฟ้าขยะชุมชน หลังมหาดไทยอนุมัติแล้ว 23 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน ว่าได้รับหนังสือแจ้งจากกระทรวงมหาดไทย ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้รับทราบข้อมูลการดำเนินโครงการดังกล่าว ว่าปัจจุบันมีโครงการได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติม รวมจำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;23 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 234.7 เมกะวัตวัตต์แล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะดำเนินการพิจารณากำหนดนโยบายการจัดหาไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ ฟีด-อิน-ทารีฟ (FiT)ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพื่อให้การดำเนินโครงการกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการดำเนินนโยบายการจัดหาไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ FiT ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้&amp;quot;รายงายข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วจำนวน 23 โครงการ &amp;nbsp;อาทิ โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม,โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ,โครงการกำจัดและแปรรูปมูลฝอยเป็นพลังานไฟฟ้า จ.มหาสารคาม,โครงการกำจัดขยะมูลฝอยโดยกระบวนการแปรรูปขยะเป็นแท่งเชื้อเพลิงRDF เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า จ.สระแก้ว ,โครงการแปรรูปขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้า จ.ชุมพร ,โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย พร้อมบริหารศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะและของเสียชุมชน กรุงเทพมหานคร, ฯลฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107999</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังงานหนุนจัดตั้ง, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e01be02b67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACE จับมือจังหวัดกระบี่ เปิดโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแก้ปัญหาขยะล้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;1 ก.พ. 2564 พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดและเทศบาลเมืองกระบี่ได้จัดตั้งและเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาและจัดการขยะอย่างยั่งยืน เนื่องด้วยกระบี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอันดับ 4 ของประเทศ โดยภาวะปกติมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ปี 2563 แม้ต้องเผชิญผลกระทบโควิด&amp;ndash; 19 ก็ยังมียอดนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 9 แสนคน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 แสนคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 29,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;แต่นั่นแลกมากับขยะที่เพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับประชากรพื้นที่อีกกว่า 400,000 คน ส่งผลให้มีขยะตกค้างมหาศาลที่รอกำจัด เฉพาะขยะในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ก็มีกว่า 800,000 ตัน นอกจากส่งผลกระทบเรื่องกลิ่นและสุขภาวะ ยังกระทบต่อทัศนวิสัย รวมถึงความประทับใจและความทรงจำของนักท่องเที่ยวด้วย&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ จังหวัดกระบี่จึงจัดทำโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาและจัดการขยะล้นเมืองที่เป็นอีกมิติสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่สู่เมืองท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมของโลก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามแนวคิด KRABI Goes Green ได้อย่างตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งนี้ ถือเป็นการพลิกวิกฤตขยะให้เป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับชุมชน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัยสะอาด สวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ไขปัญหาขยะชุมชนในทุกพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งของประเทศและของโลกอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ตั้งอยู่ภายในบริเวณศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลฯ ณ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยให้กลุ่มบริษัท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE เป็นผู้บริหารจัดการภายใต้อายุสัญญา 25 ปี วัตถุประสงค์สำคัญเพื่อบริหารกำจัดขยะทดแทนการฝังกลบในบ่อขยะแบบเดิมซึ่งเปิดใช้มากว่า 20 ปีส่งผลให้ขยะตกค้างรอกำจัดจำนวนมาก และเมื่อรวมกับขยะใหม่แต่ละวันไม่น้อยกว่า 200 ตัน หากปล่อยไว้นานยิ่งกระทบต่อปัญหาเรื่องพื้นที่ฝังกลบมีไม่เพียงพอและส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึงทำลายภูมิทัศน์อันสวยงามของจังหวัดกระบี่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เหตุผลที่เลือกกลุ่ม ACE เป็นผู้ดำเนินโครงการเพราะเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพทั้งทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทางด้านการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าขยะจนเป็นที่ยอมรับของชุมชน ประกอบกับนวัตกรรมที่นำมาใช้ก็เป็นการกำจัดขยะที่ถูกวิธีแบบเบ็ดเสร็จสามารถเผาขยะทุกชนิดได้พร้อมๆ กัน เช่น กระดาษ พลาสติก ยาง ผ้า เศษอาหารจากขยะเก่าและขยะใหม่ของเทศบาลเมืองกระบี่ รองรับการนำขยะมากำจัดได้สูงสุดวันละ 450 ตัน ซึ่งมาจากเทศบาลในพื้นที่กระบี่ 14 แห่ง อบต.48 แห่ง รวมกับขยะเก่าที่ฝังกลบในศูนย์ฯ แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การนำขยะมาเผาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีที่สุด เพราะนอกจากลดปัญหาเรื่องพื้นที่ฝังกลบแบบเดิมที่ก่อมลพิษตกค้างแล้ว ด้วยเทคโนโลยีแบบเผาตรงในระบบปิดของโรงไฟฟ้าขยะแห่งนี้ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ไม่มีฝุ่นละออง ไม่มีการปล่อยน้ำเสีย จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ หรือ ผลกระทบใดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมแน่นอน ในขณะเดียวกันนั้น พบว่า ACE มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างโดดเด่น อย่างไม่มีใครเทียบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีการนำน้ำชะขยะขุ่นข้นเป็นโคลนสีดำมาบำบัดจนกลายเป็นน้ำใสสะอาดเหมือนน้ำดื่ม แล้วนำกลับไปใช้ในโรงไฟฟ้าทั้งหมด จึงมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจเลือก ACE นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่ออนาคตของพี่น้องชาวกระบี่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวจิรฐา ทรงเมตตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของไทย ระบุว่า โรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองกระบี่ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดย บริษัท อัลไลแอนซ์ คลีน เพาเวอร์ จำกัด ที่เป็นบริษัทย่อยของ ACE ได้เริ่ม COD จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้วตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยจะสร้างรายได้ให้ ACE ปีละประมาณ 220 ล้านบาท มาจากรายได้การจำหน่ายไฟฟ้าและรายได้ค่ากำจัดขยะ ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งนี้ สามารถกำจัดขยะชุมชนที่มีความชื้นได้สูงถึง 80% ด้วยวิธีการเผาตรงระบบปิดแบบสูญญากาศโดยไม่จำเป็นต้องมีการคัดแยกและแปรรูปขยะให้เป็นเชื้อเพลิงก่อน สามารถใช้ได้กับขยะทุกประเภทในโลก โดยเฉพาะขยะที่มีความชื้นสูง (ขยะเปียก) ซึ่งระบบอื่นไม่สามารถเผาไหม้ได้ดีเพียงพอ รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีการปล่อยของเสียใดๆ ออกสู่ธรรมชาติ (Zero Discharge) แม้กระทั่งน้ำชะขยะก็ยังสามารถบำบัดให้เป็นน้ำใสและนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโรงไฟฟ้าต่อได้ นอกจากนี้ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศของโรงไฟฟ้ายังเชื่อมสัญญาณตรงไปยังกรมโรงงาน สามารถมอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มีความปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้างสูง &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, บริษัท       แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60178e1acb32a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &quot;สนธิรัตน์&quot; ดึงโมเดลเยอรมัน​ ผุดโรงไฟฟ้าขยะชุมชน​ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; ดึงโมเดลเยอรมัน​ ผุดโรงไฟฟ้าขยะชุมชน​ในไทย โยน กฟผ.รับบทเป็นแม่งาน คุยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ อปท. หาความเหมาะสมของพื้นที่เน้นการมีส่วนร่วมและการยอมรับของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.62 - นายสนธิรัตน์​ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าชุมชน GBAB โรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (ไบโอแก๊ส) ที่เป็นการหมักแบบแห้ง(Dry fermentation) ที่แรกในประเทศเยอรมนี​ ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างในการคัดแยกปัญหาขยะ และส่งเสริมชุมชนไปในตัว ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพลังงานจะกลับไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้​ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งเป็นดูแลและจัดการขยะและมีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด ทั้งนี้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย​ (กฟผ.)​ เป็นผู้ดูแลโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องไปเลือกสถานที่ที่มีความพร้อม และคนในชุมชนเห็นด้วยที่จะมีส่วนร่วมกับโครงการ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในเร็ว ๆ นี้โดยคณะทำงานดังกล่าวจะมีบทบาทในการร่วมจัดตั้ง และบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ ซึ่งจากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ชุมชนจะมีความพร้อมด้านเชื้อเพลิงแต่ขาดความรู้ในการจัดการช่วงเริ่มต้น​ เราจะต้องเข้าไปให้ความรู้และพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะเรื่องระบบจัดเก็บคัดแยกขยะที่มีประสิทธิภาพ​ เพราะปัญหาใหญ่ของไทย​ คือ​ การคัดแยกขยะ&amp;quot;นายสนธิรัตน์​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การมาศึกษาโมเดลของโรงไฟฟ้า GBAB นั้นไม่ได้การันตีว่าจะสามารถนำไปใช้กับประเทศไทยได้ทั้งหมด เนื่องจากความแตกต่างกันทั้งเรื่องภูมิประเทศ หรือการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากโรงไฟฟ้า GBAB นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสถาพแวดล้อมเป็นป่า จึงทำให้เชื้อเพลิงส่วนใหญ่มาจากไม้ และผลิตไฟฟ้าเพื่อต้มเป็นน้ำร้อนส่งไปยังบ้านเรือนโดยรอบ แต่ในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นขยะในครัวเรือน จึงต้องไปศึกษาแนวทางที่จะพัฒนาว่าจะใช้รูปแบบใด และเชื้อเพลิงชนิดใดเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์​ กล่าวว่าโรงไฟฟ้าชุมชน GBAB มีกระบวนการในการนำของเสียอินทรีย์ไปหมักย่อยเพื่อให้เกิดเป็นก๊าชชีวภาพ ซึ่งจะเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าต่อไป​ โดยใช้เศษวัสดุและขยะชีวภาพ ของเมืองอาสชาเฟนเบิร์ก​(Aschaffenburg)​ ปริมาณ 15,000 ตันต่อปี สามารถผลิตก๊าชชีวภาพได้ประมาณ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อปีและนำไปผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 3 ล้านหน่วยต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเยี่ยมครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างของการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนที่เน้นใช้วัสดุทางการเกษตรในท้องถิ่นเป็นเชื้อเพลิงการผลิต​ ​โดยชุมชนจะมีรายได้จากการจัดหาเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้า สร้างอาชีพ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชนตามนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานรากของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราจะได้รับทราบข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพและการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ รวมถึงข้อดี​ ข้อจำกัด​ในการนำพืชชีวมวลหรือเศษวัสดุชีวภาพเหลือใช้จากการเกษตรของแต่ละพื้นที่มาผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในชุมชนตนเอง รวมถึงการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน ซึ่งจากการเยี่ยมชมครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าการผลิตไฟฟ้าจากขยะในเขตชุมชนมีความปลอดภัย และช่วยลดปริมาณขยะ​ นอกจากนี้ยังให้ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกันอีกด้วย​&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับ GBAB เป็นกิจการร่วมระหว่างเมืองและเขตอาสชาเฟนเบิร์ก โดยได้ดำเนินการเป็นโรงคัดแยกขยะในเขต อาสชาเฟนเบิร์ก มาตั้งแต่ปี 2001 และในปี 2011 ก็ได้เริ่มดำเนินการเป็นศูนย์ขนถ่ายขยะและเป็นโรงหมักย่อยขยะแบบแห้ง ตั้งแต่ปี 1993 นอกจากนี้​ GBAB ยังมีธุรกิจขนส่งมวลชน ธุรกิจรับจ้างขนขยะ ธุรกิจรับซื้อขายไฟฟ้า ธุรกิจบริการชุมชน สระว่ายน้ำ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47044</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนธิรัตน์​  สนธิจิรวงศ์​, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน, โรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ, ไบโอแก๊ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d930c30405a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
