<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวทุ่งสมอ&#039; คัดค้าน &#039;โรงงานไฟฟ้าชีวมวล&#039; หวั่นก่อมลพิษกระทบสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 - ที่ีบริเวณหน้า อบต.ทุ่งสมอ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ชาวบ้านรวมตัวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยมี นายเพชรายุทธ เพชรวัชรนนท์ &amp;nbsp;ดร.ชรินทร์ ศรีทับทิม น.ส.ไข่มุก ศรีทับทิม นางจินตนา สระสำอาง นายวิโรจน์ เพิ่มพงศาเจริญ เป็นแกนนำคัดค้านโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน&amp;nbsp;ต่อมา นายธนณัฎฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอพนมทวน&amp;nbsp;ได้เดินทางมาพบประชาชน และรับหนังสือคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ชาวทุ่งสมอ จะเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนายสุเทพ แก้วทอง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับหนังสือร้องค้าน พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินตนา สระสำอาง ตัวแทนกลุ่มคนรักทุ่งสมอ กล่าวว่า เนื่องด้วยคณะทำงานของกลุ่มคนรักทุ่งสมอ ได้ทราบว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงานได้ให้การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กให้เป็นโรงไฟฟ้าชุมชนที่เน้นเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนโดยใช้ชีวมวล หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่เป็นไฟฟ้าสำรองของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการดังกล่าวอยู่ระหว่างกว้านซื้อที่ดิน ข้าพเจ้าในนามของกลุ่มเห็นว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลมีหลักการที่ดี แต่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลในผลดีผลเสีย อีกทั้งได้ศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์ของโรงไฟฟ้าชีวมวลจากแหล่งอื่น เกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อวิถีชีวิตชุมชน สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และด้วยเหตุผลสำคัญที่สุดคือ ที่ตั้งของโรงไฟฟ้าชีวมวล ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ประมาณ 2-5 กิโลเมตรโดยรอบ ประกอบด้วยตำบลทุ่งสมอ ตำบลหนองโรง และตำบลหนองขาวเป็นที่ราบสูงต้นน้ำป่า ซึ่งจะไหลลงสู่ชุมชนทุกปีในฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินตนา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า จากการประชุมกลุ่มได้ข้อสรุปเป็นเหตุผลสำคัญในการคัดค้าน ดังนี้ 1.ผลกระทบจากมลพิษทางน้ำจากกากของเสีย ทั้งน้ำบนดินและน้ำซึมลงดินซึ่งจะไหลเข้าชุมชน เกิดผลกระทบทางสุขภาพอนามัย โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งควบคุมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ วัตถุดิบจากชีวมวล จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิต เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กและคนชรา รวมถึงกลิ่นที่ลอยมาในอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการตัดต้นไม้ตามหัวไร่ปลายนา เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบ ซึ่งควบคุมได้ยาก ส่งผลโดยตรงต่อภูมิอากาศ คือ ภาวะโลกร้อนอากาศร้อน แห้งแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.มลพิษทางเสียง อันเกิดจากกระบวนการผลิต เทคโนโลยีและเครื่องจักรในการผลิตไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง รามถึงผลจากเสียงของรถบรรทุกวัตถุดิบซึ่งต้องวิ่งผ่านชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ผลกระทบต่อวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม เกิดความแตกแยกในหมู่ชาวบ้านความขัดแย้งในผลประโยชน์ การซื้อขายที่ดินและการเปลี่ยนมือการเป็นเจ้าของที่ดินจากชาวบ้านไปเป็นของนายทุน จากเหตุผลดังกล่าว ในฐานะลูกหลานของชาวตำบลทุ่งสมอ เห็นว่า เพื่อประโยชน์สุขของชาวบ้านโดยรวมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เห็นควรระงับยับยั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70058</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9cfa5ccd27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2023 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>-</HEADLINE>
                <CONTENT></CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59239</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, ร้องขอความเป็นธรรม, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65ec302a0e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.จ่อคุยรมว.พลังงานคนใหม่เร่งเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค. 2562 นายนที สิทธิประศาสน์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล ส.อ.ท. มีแผนจะเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว เพื่อชี้แจงให้รับทราบถึงสถานการณ์พลังงานและปัญหาของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล หลังจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) ฉบับใหม่มีความชัดเจนว่าการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในส่วนของเชื้อเพลิงชีวมวล ปลายแผนปี2580 จะอยู่ที่ 4,700 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายราว 2,000 เมกะวัตต์ และจะทยอยหมดอายุลงเหลือประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ในปี 2580&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จะมีปริมาณรับซื้อเพิ่มอยู่ที่ราว 3,500 เมกะวัตต์ในปี 2580 แต่ในช่วง 3 ปีนี้ รัฐยังไม่เปิดรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลโครงการใหม่ๆ แม้ว่าในแผนพีดีพี 2018 จะกำหนดส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐฯ 120 เมกะวัตต์ และชีวมวล 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็เป็นการกำหนดรับซื้อเฉพาะบางพื้นที่และมีปริมาณไม่มากนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายหยุดรับซื้อไฟฟ้าใน 3 ปีนี้ แต่มองว่าประเทศจะเสียโอกาสจากการพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เงินลงทุนราว 50-60 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น จากการซื้อขายวัตถุดิบการเกษตรป้อนโรงไฟฟ้า&amp;rdquo;นายนที กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลให้เป็นไปตามแผนพีดีพีฉบับใหม่ และดูแลผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวลในช่วงที่รัฐหยุดรับซื้อไฟฟ้า มองว่า ภาครัฐควรเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานซื้อขายไฟฟ้า(เติร์ดปาร์ตี้) หรือเปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า เพื่อปลดล็อคให้เกิดการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างหน่วยงานเอกชนกับเอกชน (พีพีเอ)ได้ ซึ่งจะทำให้เอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อซื้อขายกันเองได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้า &amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้ซื้อกับผู้ขายยังสามารถตกลงกันได้ในราคาที่พอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย และไม่ทำให้การลงทุนผลิตไฟฟ้าหยุดชะงักลง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนที กล่าวว่า ภาคเอกชนไม่ได้คัดค้านการเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ในอนาคตจะเป็นรูปแบบการเสนอราคาแข่งขัน(บิดดิ้ง) แต่ในส่วนของเชื้อเพลิงชีวมวลนั้น รัฐควรกำหนดประเภทของวัตถุดิบบนพื้นฐานต้นทุนที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมที่สุด อีกทั้งมองว่า การส่งเสริมผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไม่ควรมองแค่มิติค่าไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือ ห่วงว่าจะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าแพง แต่ควรพิจารณาให้ครอบคลุมมิติอื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนไม่ได้กังวลว่ารัฐจะหยุดรับซื้อไฟฟ้ากี่ปี แต่ต้องการเห็นนโยบายด้านพลังงานที่มีความต่อเนื่องและไม่สะดุดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36276</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐมนตรีคนใหม่, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce2245507933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านยโสธรเดือดประกาศไม่ยอมรับมติอัปยศ!กกพ.ปล่อยผีโรงไฟฟ้าชีวมวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.62- มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของกลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็งประมาณ 200 คน ร่วมกันทำกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หลังอนุมัติผ่านโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ พร้อมประกาศไม่ยอมรับมติพิจารณาของ กกพ. ณ ศาลาประชาคม หมู่ 1 บ้านเชียงเพ็ง ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลำดวน เนินทราย อายุ 42 ปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบข่าวว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอนุมัติให้โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ผ่าน วันแรกก็ยังทำใจไม่ได้เพราะที่ผ่านมาเราก็ยืนยันข้อมูลเสมอว่าถ้ามีโรงไฟฟ้าชีวมวลจะส่งผลกระทบทั้งสุขภาพคน พืช และสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นวิถีชีวิตของคนเชียงเพ็งที่พึ่งพาทรัพยากรมาตั้งแต่เกิดจนตาย วันนี้ทางกลุ่มจึงไม่พอใจกับการกระทำของ กกพ. ก็มาร่วมกันเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง กกพ.ที่ลักไก่พิจารณาโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยไม่แจ้งให้คนในพื้นที่รับรู้ก่อนทั้งๆ ที่ทางกลุ่มก็ทำหนังสือแจ้งไปว่าก่อนพิจารณาจะต้องแจ้งให้ทางกลุ่มทราบก่อน 7 วัน และเราเตรียมที่จะเคลื่อนไหวต่อเนื่องเพื่อไม่ยอมรับมติพิจารณาของ กกพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางมะลิจิตร เอกตาแสง อายุ 58 ปี กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็ง อ่านแถลงการณ์ ประกาศ ไม่ยอมการพิจารณาของ กกพ. พร้อมท้า กกพ. ถ้าเกิดผลกระทบอันใกล้นี้ กกพ.จะรับผิดชอบหรือไม่ &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาคำประกาศดังนี้ จากกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้นำโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขาด 61 เมกะวัตต์ขึ้นมาพิจารณาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอนุมัติผ่านไปแล้วนั้น ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็ง ตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการที่ผ่านมาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นใบสั่งมาหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มทุนน้ำตาลใหญ่เป็นกรรมการที่อยู่ในโครงสร้างประชารัฐ ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ที่จะสร้างในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ รอยต่อ ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร มีรัศมี 5 กิโลเมตรอาจจะส่งผลกระทบด้านฝุ่นละอองทางอากาศและมลพิษทางน้ำ เป็นหนึ่งในโครงการประชารัฐ ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็งจึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นใบสั่งมาหรือไม่ ทำไมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานไม่รับฟังความเห็นต่างจากประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ และไม่ชะลอการพิจารณาออกไปก่อนเพื่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยซึ่งชาวบ้านกำลังตั้งหน้าตั้งตารอการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และการใช้สิทธิในกระบวนการมีส่วนร่วมที่แท้จริงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมะลิจิตร ระบุต่อว่า 2. ปัญหาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 พิสูจน์ให้เห็นแล้วการที่สังคมไทยต้องเผชิญกับสภาวะฝุ่นเกินค่ามาตรฐานแต่รัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผู้ที่รับชะตากรรมคือชาวบ้านในพื้นที่ ส่วน กกพ. ผู้พิจารณาอยู่ในห้องแอร์ลอยนวลเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็งจึงขอท้าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ด้วยประการดังนี้1. ถ้าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ กกพ. กล้ารับผิดชอบหรือไม่ 2. ปัญหาฝุ่นละอองที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและสุขภาพ กกพ. กล้ารับผิดชอบหรือไม่ สุดท้ายนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายขอประกาศว่า พวกเราจะไม่ยอมรับมติการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น และทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายจะยังคงเดินหน้าคัดค้านโรงฟ้าชีวมวลต่อไป เพื่อสิทธิที่จะได้ใช้อากาศบริสุทธิ์ เพื่อสิทธิในการใช้น้ำที่สะอาด และรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกันอย่างแยกไม่ออกของชาวบ้าน&amp;quot; นางมะลิจิตร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้มีมติอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขาด 61 เมกะวัตต์&amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางการคัดค้านของชาวบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางมากรุงเทพฯยื่นหนังสือที่ กกพ.และได้มีข้อตกลงในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน แต่สุดท้ายกกพ.ก็ยังเดินหน้าอนุมัติโครงการดังกล่าวในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29822</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กลุ่มอนุรักษ์ลำนำเซบายเชียงเพ็ง, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c7261ab0a81b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเฮ!กกพ.ถอยเลื่อนใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลมิตรผล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.61- เมื่อช่วงเช้ากลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ซึ่งประกอบด้วยชาวบ้าน จ.ยโสธร และ จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานยกเลิกการพิจารณาการออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของ บริษัท มิตรผลไบโอ เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเรียกร้อง 1.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานยกเลิกการพิจารณาการออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะผลการศึกษาจากคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงชี้ชัดในประเด็นที่ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมและไม่เคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารมาก่อน 2.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานลงพื้นที่มารับฟังข้อมูลความเป็นจริงจากชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายประเทศ ศรีชมภู ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะตัวแทน&amp;nbsp;กกพ.กล่าวว่า ทางสำนักงาน&amp;nbsp;กกพ.ได้รับเอกสารจากกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายหลายครั้ง ทั้งยังมีการรับฟังความคิดเห็นตลอดมา กระทั่งเข้าสู่กระบวนการในส่วนของการพิจารณาใบอนุญาต โดยวันนี้มีการเลื่อนการพิจารณาออกไปตามข้อเสนอจากกลุ่มชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วันนี้ยังไม่มีการพิจารณาการออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ทั้งนี้ทาง กกพ. รับข้อเสนอเพื่อลงพื้นที่แลกเปลี่ยน พูดคุย &amp;nbsp;ข้อกังวลต่างๆโดยจะมีการแจ้งรายละเอียดการลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง&amp;rdquo; นายประเทศ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;คณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงการมีส่วนร่วมทรัพยากรและสุขภาพ ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ได้ดำเนินการลงพื้นที่ศึกษาการมีส่วนร่วม พบว่า ร้อยละเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ชาวบ้านในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร จากการเก็บข้อมูล 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็งไม่ได้มีส่วนร่วม และไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งปัญหาของกระบวนการได้มาของอีไอเอที่ไม่ชอบ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะจะมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ขัดกับหลักของนโยบายจังหวัดที่ประกาศชัดว่า ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์ วิถียโสธร ส่วนอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย, มิตรผล, อำนาจเจริญ ยโสธร, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1ca075cd70b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้อน&#039;กกพ.&#039;หยุดใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลทุนน้ำตาล สวนทางนโยบาย2จังหวัดเกษตรอินทรีย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17&amp;nbsp;ธ.ค.61- การเร่งรีบพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลัง หรือ กกพ. กรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของบริษัทมิตรผลไบโอเพาเวอร์ ที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งการก่อสร้างอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดยโสธรด้วย ยังคงเป็นปัญหาการคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ทั้งสองจังหวัดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุด กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย จัดเวที &amp;ldquo;ยืนหยัดคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;rdquo; &amp;nbsp;พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องดังนี้คือ 1.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)ยกเลิกการพิจารณาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของบริษัทมิตรผลไบโอเพาเวอร์ 2.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ลงพื้นที่จริงเพื่อดูทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และพื้นที่ไม่ควรที่จะมีโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่จะมาทำลายระบบนิเวศ ทำลายวิถีชีวิตและทำลายสุขภาพของคนที่อยู่ในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือแนวทางดำเนินการเรื่องการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว ระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดยโสธรและจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมีนายประเทศ ศรีชมพู ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมขอให้คณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริง การมีส่วนร่วม ทรัพยากร และสุขภาพ ร่วมกันกำหนดขอบเขตแนวทางและดำเนินการศึกษาข้อมูลการมีส่วนร่วมก่อน เพื่อจะได้สรุปและน้ำข้อมูลส่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานใช้ในการพิจารณา ซึ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความวิตกกังวลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่ไม่เคยเข้าใจแท้จริงว่าคนลำเซบายพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ระบุว่า การเร่งรีบพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลัง สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำที่ละเลยต่อการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร ที่อธิบายถึงเหตุผลของกระบวนการได้มาของอีไอเอที่ไม่ชอบ แต่กลับไปให้ความสำคัญกับเนื้อหาของอีไอเอ และชาวบ้านในพื้นที่ไม่ยอมรับ เพราะชาวบ้านขาดกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะจะมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ขัดกับหลักของนโยบายจังหวัดที่ประกาศชัดว่า ยโสธรเมืองเกษตรอีนทรีย์ วิถียโสธร ส่วนอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร อินทรีย์ &amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งจะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการที่จังหวัดยโสธรแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงการมีส่วนร่วม ทรัพยากรและสุขภาพ ที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในข้อกังวลที่จะเกิดผลกระทบกับคนในพื้นที่ยิ่งต้องหาข้อมูลข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา คณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงการมีส่วนร่วม ทรัพยากร และสุขภาพ ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ได้ดำเนินการลงพื้นที่ศึกษาการมีส่วนร่วม พบว่า ร้อยละเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ชาวบ้านในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร จากการเก็บข้อมูล 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็งไม่ได้มีส่วนร่วม และไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลมาก่อน และในวันที่ 8-9 ธ.ค.ที่ผ่านมาทางคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล คุณภาพอากาศ คุณภาพดิน คุณภาพน้ำ และคุณภาพเสียง ซึ่งต้องใช้เวลาในการนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ&amp;quot; &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24423</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย, คณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริง ยโสธร, มิตรผลไบโอเพาเวอร์, เกษตรอินทรีย์, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c1750d838579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดขู่กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าชีวมวล เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นชาวบ้านในพื้นที่หวั่นผลกระทบมลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงไฟฟ้าชีวมวลเดินหน้าเปิดเวทีฟังความเห็นชาวบ้านสุโขทัย ยันไม่เกี่ยวข้องคนแอบอ้างสั่งห้ามทำข่าวต้านโรงไฟฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้พากันร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่หมู่ 6 ต.วังลึก เนื่องจากกลัวผลกระทบที่อาจมีตามมาหลายด้าน ทั้งมลพิษและการคมนาคมขนส่งเชื้อเพลิง ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายสานัฐ สุวัตถิ ที่ปรึกษาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล บริษัท ก้าวหน้าเอ็นเนอร์ยี จำกัด เปิดเผยว่า ข้อวิตกกังวลของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบของโรงไฟฟ้าชีวมวล อาจเป็นเพราะในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้มีการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็น จึงทำให้เกิดความกังวลได้ ซึ่งทางบริษัทจะมีการจัดเวทีทั้งหมดรวม 6 ครั้ง เพื่อรับฟังความเห็นและตอบข้อสงสัยของชาวบ้านในชุมชนรอบพื้นที่โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล่าสุดได้จัดเวทีไปแล้ว 2 ครั้ง คือที่หมู่ 8 ต.ตลุกเทียม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และที่หมู่ 11 ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการตอบข้อซักถามจนชาวบ้านเข้าใจ คลายความกังวล และก็ยินดีที่จะให้โรงไฟฟ้าชีวมวลเข้าไปอยู่ในพื้นที่ได้ ส่วนที่หมู่ 6 ต.วังลึก ถ้าเปิดเวทีมีการรับฟังและพูดคุยกัน ก็จะทำให้ความเข้าใจต่างๆ ข้อกังวลต่างๆ คลายลง และทำให้การยอมรับมีมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีมีบุคคลส่งข้อความไปในไลน์ของผู้สื่อข่าว แล้วแอบอ้างชื่อบุคคลที่สามสั่งให้หยุดทำข่าวชาวบ้านต้านโรงไฟฟ้า ทางตัวแทนบริษัทได้ชี้แจงว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และตกใจที่มีข่าวนี้ออกมา ขอยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับบุคคลที่สาม เพื่อประโยชน์ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะบริษัทดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนและถูกต้องตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10270</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ก้าวหน้าเอ็นเนอร์ยี จำกัด, พิษณุโลก, สานัฐ สุวัตถิ, สุโขทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d49bba968c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
