<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานถอยโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดช่องใช้เซื้อเพลิงอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังงานเปิดช่องศึกษาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอื่น ๆ ในภาคใต้ นอกเหนือจากถ่านหิน รองรับความมั่นคงในอนาคต พร้อมเดินสายรับฟังความคิดเห็นทำแผนพีดีพีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงาน โดย สนพ. ได้จัด&amp;ldquo;เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี) ฉบับใหม่ภาคใต้&amp;rdquo;(พับลิค เฮียริ่ง) ขึ้น ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการปรับปรุงแผนพีดีพีฉบับใหม่ไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและตอบข้อซักถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ทั้งจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่มีประเด็นสำคัญที่แตกต่างจากฉบับที่ผ่านมาคือ ระยะเวลาช่วงปลายของแผนจะสิ้นสุดที่ปี พ.ศ. 2580 จากเดิมปี 2579 รวมทั้งการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ จะคำนึงถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปมีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (ไอพีเอส) และจะพิจารณาถึงความสมดุลของระบบไฟฟ้าตามรายภาครวมอยู่ด้วย ซึ่งในส่วนของภาคใต้ได้พิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงเชื้อเพลิงอื่นๆ นอกเหนือจากถ่านหินด้วย&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการสำคัญในการจัดทำร่างแผน PDP จะให้ความสำคัญ 3 ด้านคือ 1. ด้านความมั่นคง สร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาค มีการพิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม 2. ด้านราคา โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อรักษาระดับราคาไฟฟ้าขายปลีกไม่ให้สูงขึ้น และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การพัฒนาสู่ระบบสมาร์ทกริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตลาดสู่การที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นผู้ผลิตเองในอนาคตด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการเดินสายรับฟังความคิดเห็นได้ดำเนินการมาแล้วในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และครั้งนี้เป็นเวทีภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกระทรวงพลังงานจะเดินสายต่อเนื่องไปยังภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นจะมีเวทีสรุปความเห็นอีกครั้งที่กรุงเทพฯ และผลจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ สนพ. จะรวบรวมเป็นแนวทางในการปรับปรุงร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ และจะสรุปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, ยอมถอย, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สนพ., โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b150b64c25a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.ชงกฎหมาย!ดูแลโรงไฟฟ้าเล็ก เล็งเก็บเงินเข้ากองทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกพ. ชง &amp;ldquo;พลังงาน&amp;rdquo; ยกร่างกฤษฎีกา กำหนดโรงไฟฟ้าตั้งแต่ 200 เควีขึ้นไปต้องขอใบอนุญาต ปิ๊งไอเดียเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า ฟากคณะเอสอีเอขอใช้เงิน 50 ล้านจ้างที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบโรงไฟถ่านหินกระบี่ ชี้ยังรอศึกษาคำขอ ยืนยันต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ หวั่นอนุมัติแล้วผิดกฎหมาย

นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า กกพ. ได้มีการเสนอให้ยกร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดประเภทขนาดและลักษณะของกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ... ให้กับกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาให้โรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 200 กิโลวัตต์(เควี) จนถึง 1 เมกะวัตต์ จากเดิมที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน มาเป็นต้องมีใบอนุญาตฯ เพื่อเป็นเสมือนการเก็บข้อมูลเข้าระบบทั้งผู้ผลิตไฟใช้เองและขายคืนระบบ

ทั้งนี้มีแนวคิดที่จะเก็บเงินสำหรับกลุ่มผู้ผลิตไฟขนาดตั้งแต่ 200 เควี ถึง 1 เมกะวัตต์ ที่ขายเข้าระบบเท่านั้นเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยจะมีอัตราที่แตกต่างกันตามรูปแบบการผลิต ซึ่งจะมีการเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อเห็นชอบต่อไป

โดยหลังจากที่มีมติของคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) ที่ดำเนินการศึกษาผลกระทบของโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ว่าจะใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า จำนวน 50 ล้านบาทว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการ เบื้องต้นได้รับหนังสือชี้แจงจากคณะกรรมการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. 61 และอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ โดยต้องยอมรับว่าจากคำชี้แจงดังกล่าวยังไม่มีการแนบตัวโครงการศึกษามาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะที่ กกพ. เป็นผู้ดูแลกองทุน จึงยังไม่สามารถนำข้อเสนอเข้าที่ประชุมได้ โดยการประเมินเงื่อนไขการใช้เงินกองทุนต้องดูตามกฎระเบียบที่ยื่นข้อเสนอมา ถ้าตรงวัตถุประสงค์ก็สามารถอนุมัติใช้เงินได้ทั้ง 50 ล้านบาท แต่หากไม่ตรงกับกฎระเบียบก็ไม่สามารถให้ใช้เงินได้ เนื่องจากผิดข้อกฎหมาย ซึ่งปกติแล้วการยื่นขอใช้เงินกองทุนจะเป็นไปตามมาตรา 97 ที่ระบุว่าใช้เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ในเรื่องของโรงไฟฟ้า&amp;rdquo;นางปัจฉิมา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12905</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กพช., ธุรกิจโรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b150b64c25a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิชัย” สวดรัฐบาล ไม่หนุนพลังงานทดแทน เอาแต่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิชัย&amp;rdquo; สวดรัฐบาล ไม่สนับสนุนพลังงานทดแทน แต่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; แนะรัฐบาล 4 ข้อ แก้ปัญหาน้ำมันแพง &amp;ldquo;กรกสิวัฒน์&amp;rdquo; ชี้ ไทยจ่ายค่าแก๊สหุง ต้มเท่าราคานำเข้าจากซาอุฯ ทั้งที่ ผลิตในประเทศได้มากกว่า ร้อยละ 90&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดงานเสวนา เวทีตรวจสอบการประพฤติมิชอบ นโยบายรัฐเรื่องพลังงานน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ทุกภาคส่วน ในหัวข้อ &amp;ldquo;แก้ปัญหาพลังงานอย่างไรไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;rdquo; จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา 35 และเครือข่ายตรวจสอบ ภาคประชาชน โดยมีนาย ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายพิชัย นริพทพันธุ์ อดีต รมวพลังงาน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผอ.ศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า 4 ปี ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำอะไรบ้างเกี่ยวกับพลังงานแต่ สิ่งที่เห็น เช่น รัฐบาลนี้ออกนโยบายสนับสนุนไม่สนับสนุนพลังงานทดแทน แต่กลับจะเอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนกับกระแสโลกที่เขาไม่ใช้พลังงานถ่านหินกันแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่รัฐบาลจะดึงพลังงานของประเทศมาใช้ คุณจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชนได้ใช้พลังงานราคาถูกที่สุด ต้องมีประสิทธิภาพ และรัฐบาลไม่ขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชัย กล่าวว่า ตนขอแนะนำแนวทางการจัดการด้านพลังงานแก่รัฐบาล 4 ข้อ ได้แก่ 1.ถึงเวลาที่ท่านต้องกลับไปรื้อโครงสร้างธุรกิจน้ำมันใน 2 เรื่องได้แก่ 1.1 ราคาที่โรงกลั่นจะขายน้ำมันให้กับคนไทย โดยยึดเอาราคาส่งออกเป็นที่ตั้ง ซึ่งต้องแก้ไขอย่างด่วนที่สุด 1.2 ปัจจุบันมีบริษัทหนึ่งควบคุมการกลั่นน้ำมันถึงร้อยละ 70 ของกำลังการกลั่นทั้งหมดของประเทศ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ค้าส่งน้ำมันอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลต้องทำให้เกิดการแข่งขันเสรีอย่างแท้จริง 2.ขอให้ปรับเพดานราคาก๊าซหุงต้มกลับมาในอัตราที่พอเหมาะ 3.ทบทวนบทบาทกองทุนน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันกองทุนดังกล่าวเป็นม่านกำบังการขาดประสิทธิภาพ หรือ ตัวเลขกำไรที่สูงเกินเหตุ &amp;nbsp;4.ขณะนี้ได้มีการแปรรูป การปิโตรเลียมแห่งประเทศ (ปตท.)ไปแล้ว การที่จะนำกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีรัฐเป็นเจ้าของทั้งหมดคงเป็นไปได้ และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ควรต้องมีการตั้งคณะกรรมการ จากผู้เกี่ยวข้องในแต่ละกระทรวง เพื่อตรวจสอบว่า ปัจจุบัน บริษัท ปตท.ยังมีอภิสิทธิ์ หรือใช้สิธิอันเกิดจากอำนาจมหาชนของรัฐ อยู่ตรงไหน หรือไม่ อย่างไร เพื่อทำให้ ปตท.กลายเป็นบริษัทเอกชนอย่างแท้จริง พร้อมแข่งขันด้วยตัวเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า กรณีก๊าซหุงต้มนั้น อดีตที่ผ่านมาเมื่อน้ำมันขึ้นราคา ก๊าซหุ่งต้มไม่ขึ้นตาม ซึ่งแตกต่างกับปัจจุบันจนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วอณูของสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งปัญหาที่ใหญ่ที่สุด และเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำ มาจากรัฐบาลนี้ โดยในวันที่ 15 ธ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ เข้าประชุมในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานแห่งชาติครั้งแรก ได้สั่งให้ยกเลิกราคากาซหุงต้มหน้าโรงกลั่น จากเดิมที่ 10 บาท ต่อ 1 ก.ก. ซึ่งเป็นราคาก่อนเสียภาษี ปัจจุบัน ราคาอยู่ที่ 17-20 บาท ต่อ 1 ก.ก. ทั้งที่แหล่งผลิตก๊าซหุงต้มในประเทศไทย ได้แก่ แหล่งเอราวัณ แหล่งบงกช แหล่งลานกระบือ ยังไม่หมดสัมปทานเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวต่อว่า ขณะที่สัดส่วนการผลิตก๊าซหุงต้ม จากโรงแยกก๊าซนั้น ประเทศไทยสามารถผลิต ได้ร้อยละ 60 ผลิตจากโรงกลั่นร้อยละ 35 และนำเข้าร้อยละ 5 แต่ปัจจุบัน กลับใช้ราคาก๊าซหุงต้มทั้งหมดเป็นราคาเดียวกัน นั่นคือราคานำเข้าจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่ก๊าซเหล่านี้ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทย จึงกลายเป็นคำถามว่า เราจะมีแหล่งผลิตก๊าซในประเทศทำไม ทั้งที่ประชาชนต้องจ่ายในราคานำเข้า เช่นเดียวกับโรงกลั่นก๊าซ สรุปคือ เราใช้ก๊าซหุงต้มเหมือนกับประเทศไทยไม่มีโรงกลั่น และไม่มีทรัพยากรเลย ขณะที่มติดังกล่าวเป็นเรื่องถูกกฎหมาย มีมติรับรองถูกต้องทุกประการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้เป็นเรื่องถุกกฎหมาย แต่ไม่มีความเป็นธรรม me.shประชาชนต้องเป็นคนจ่ายส่วนต่างนี้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ จีดีพี เพิ่มขึ้น แต่ผลที่ออกมากลับเป็นการรวยกระจุก-จนกระจาย ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ค่าการตลาดของก๊าซหุงต้ม ปกติจะอยู่ที่ 3 บาท ต่อกิโลกรัม ขณะที่ในเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการยังระบุที่ 3 บาท แต่เมื่อไปซื้อจริงปรากฎว่า ค่าการตลาดนั้นอยู่ที่ 7 บาท หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการ ปล่อยเสรีราคาที่ปลายทางใช่หรือไม่ แม้ที่ผ่านมาจะอ้างว่าการไม่แสดงราคาปลีกจะทำให้ผู้ประกอบการแข่งกันลดราคา แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน&amp;rdquo; ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายกฯประยุทธ์, พลังงานทดแทน, พิชัย นริพทพันธุ์, ราคาพลังงาน, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cefdc735a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบถ่านหินยอมยุติชุมนุมหลัง&quot;ศิริ&quot;ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบ5 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศิริ&amp;rdquo; ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบหนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา5 ข้อ &amp;nbsp;กำหนดให้นำอีเอชไอเอของโรงไฟฟ้า-ท่าเรือมาประกอบการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี &amp;nbsp;หากสรุปว่าสร้างได้ ต้องให้ กฟผ.เสนอรายงานต่อ สผ. ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มี.ค. 61 - นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) กับเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารกระทรวงพลังงานเป็นพยานว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม ในการตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อำเภอเทพา โดยจะดำเนินตามข้อตกลงที่มีสาระสำคัญดังนี้ 1.ฝ่ายสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ยินดีให้มีการจัดทำการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีกระบวนการทำงานตามหลักสากลที่เป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การทำเอสอีเอจะต้องให้ความสำคัญไปที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเนื่องจากถูกพิจารณาให้เป็นพื้นที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) มาตั้งแต่ต้นตามนโยบายของรัฐบาล 3.ให้กระทรวงพลังงานนำข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ดำเนินการแล้ว มาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอสอีเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หากผลการศึกษาเอสอีเอได้ข้อสรุปให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาได้ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)นำอีเอชไอเอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่มีอยู่แล้ว ยื่นต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และดำเนินการศึกษาอีเอชไอเอของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และ 5.หากผลการศึกษาเอสอีเอไม่เห็นชอบกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพาให้ กฟผ.พิจารณาพื้นที่อื่นที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี สาเมาะ ประธานเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่าเราชาวเทพาได้คลี่คลายความเครียด เพราะเราต้องการมาหลายวันแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ วันนี้เราสามารถดึงโรงไฟฟ้าเทพากลับมาได้ เท่ากับเราดึงความเจริญเข้ามาสู่เทพา เราขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและดูแลเรามาตลอด พวกเราที่มาอยู่ตรงนี้ถ้าไม่มีพวกท่านดูแลเราก็อยู่ไม่ได้ ขอขอบคุณ กฟผ. และพวกเรามีภารกิจที่ยังต้องรับผิดชอบอยู่ เราขอขอบคุณที่ให้การดูแลเราตลอดมา เราไม่ประสบปัญหาเรื่องความอดอยาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่านหิน, ท่าเรือ, ม็อบโรงไฟฟ้า, เทพา, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb8cb6cb9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบหนุนโรงไฟฟ้าเทพา บุกกฟผ. เรียกร้อง รมว.พลังงาน ยกเลิกเรื่องรับปากเอ็นจีโอ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มชาวบ้านจาก อ.เทพา จ.สงขลา ที่หนุนสร้างโรงไฟฟ้าเดินทางมา สำนักงานใหญ่ กฟผ. จี้รมว.พลังงานยกเลิกเซ็นบันทึกข้อตกลงกับเอ็นจีโอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 2561 รายงานข่าวระบุว่าเมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. กลุ่มชาวบ้านจาก อ.เทพา จ.สงขลา ประมาณ 150 คนที่มายื่นหนังสือสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2561 และปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กำลังบุกเข้าในพื้นที่ กฟผ. เหตุที่ไม่พอใจโดยกล่าวว่า กฟผ. ไม่ยอมให้เข้าพื้นที่ทั้งที่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนไม่ใช่กลุ่มต่อต้าน ซึ่งเบื้องต้นทาง กฟผ. ต้องปิดประตูกั้นทั้งชั้นด้านนอกและด้านใน เนื่องจากกล่มผู้ชุมนุมใช้กำลังพังประตูเข้ามา ทั้งนี้ยังเรียกร้องเพื่อขอพบผู้บริหารและสหภาพแรงงาน กฟผ. ทั้งนี้ด้านฝ่ายบริหารกำลังประสานกับทุกฝ่าย และตอนนี้สหภาพกำลังให้ผู้แทนม็อบเข้ามาเจรจา ณ ห้อง รปภ. เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่เข้ามายื่นหนังสือ เพื่อต้องการขอให้กระทรวงพลังงานยกเลิกบันทึกข้อตกลงกับเอ็นจีโอ ที่มีการลงนามไปเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2561 และคำสั่งกระทรวงพลังงานเรื่องคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(เอสอีเอ) ในพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่ก่อประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ และเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้และของประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4383</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., กระทรวงพลังงาน, ม็อบ, เทพา, เอ็นจีโอ, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1ab3d607d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุนพลประชาธิปัตย์ชู &#039;โรงไฟฟ้าLNG&#039; แทนถ่านหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 61 - นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยแพร่ความเห็นผ่าน Korn Chatikavanij ว่า &amp;quot;ขนาดทีวีช่อง 3 ยังถูก &amp;lsquo;disrupt&amp;rsquo; จนแทบไม่เหลือกำไร
ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศปิดสาขากว่าครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอุตสาหกรรมที่ผมเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างคือ &amp;lsquo;พลังงาน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีทำให้เรา (ประชาชน) เปลี่ยนจากการเป็นผู้บริโภค เป็นผู้ผลิต (เด็กแนวบางคนเริ่มเรียกว่าจาก consumer เป็น prosumer (pro จากคำว่า produce ที่แปลว่าผลิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอุตสาหกรรมพลังงานในต่างประเทศความเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มปรากฎชัด เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (ไทยเราก็เริ่มมี แต่ยังติดเงื่อนไข &amp;lsquo;โควต้า&amp;rsquo;) ทำให้ทุกครัวเรือนที่มีหลังคาสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ และเริ่มมีการประยุกต์ใช้ blockchain ในการออกแบบระบบซื้อขายพลังงานระหว่างกัน โดยในอนาคตอาจจะต้องพึ่งผู้ขายและผู้ผลิตตัวกลางน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดคือสาเหตุสำคัญที่ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ที่ตัดสินใจ (ยัง) ไม่เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตามที่ฝ่ายราชการและกฟผ. พยายามผลักดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนอกจากเป็นที่มาของมลพิษแล้ว ไฟฟ้าจากถ่านหินจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าแหล่งอื่นจริง ก็ต่อเมื่อมีการผลิตเต็มกำลังต่อเนื่องอย่างน้อย 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหินเต็มกำลังเป็นระยะเวลายาวนานขนาดนั้นคือสมมติฐานว่า เทคโนโลยีจะไม่พัฒนาอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเชื่ออย่างนั้นบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อคำถามว่า แล้ว 5-10 ปีข้างหน้านี้ (ที่อาจจะยังต้องพึ่งพาแหล่งผลิตขนาดใหญ่) หากไม่มีถ่านหินเราจะพึ่งแหล่งไฟฟ้าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและทีมนโยบายประชาธิปัตย์ก็ได้เสนอแนวคิดมากว่าปีหนึ่งแล้วว่า... เราควรพิจารณาการผลิตไฟฟ้าโดยอาศัยก๊าซ LNG&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในระยะสั้นอาจจะแพงกว่าถ่านหินเล็กน้อย (แต่ไม่มากหากพิจารณาข้อเท็จจริงว่าค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า LNG ถูกกว่า ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินถึงครึ่งหนึ่ง) แต่โรงก๊าซปรับกำลังการผลิตได้ยืดหยุ่นกว่าโรงถ่านเยอะ และมีผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายคนที่สนใจเรื่องนี้ และสนใจรายละเอียดการคำนวณเปรียบเทียบ ผมเลยขอเสนอพอประมาณตามภาพดังต่อไปนี้ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ปชป., พลังงาน, โรงไฟฟ้าLNG, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c216ba9cce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด4ข้อตกลงร่วมยุติข้อพิพาทถ่านหิน &#039;ยะใส&#039; โพสต์ชมรัฐบาลตัดสินใจถูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 61 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความว่า &amp;quot;รัฐบาลตัดสินใจถูกต้องแล้วครับ&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;การตัดสินใจระงับข้อพิพาทครั้งนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวมพวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคุณูปการของการต่อสู้ครั้งนี้ยังได้ยกระดับประเด็นปัญหาจากระดับชุมชนเป็นการต่อสู้ระดับนโยบายด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญจนได้รับชัยขนะในเบื้องต้น แม้ยังต้องติดตามตอนต่อๆ ไปก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าช่วงเวลาจากนี้ไปรัฐ กับชาวบ้านจะใช้โมเดลนี้ในการระงับข้อพิพาทด้วยเหตุผล และร่วมกันสร้างนโยบายที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการรับผิดชอบร่วมกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3494</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน, บรรจง นะแส, พลังงาน, ยะใส, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
