<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีซีพีจีลุยซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยตามแผนคาดรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.2563 นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ บริษัท อีเทอร์นิตี้ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 20 เมกะวัตต์ โดยการซื้อหุ้นร้อยละ 99.99 ในบริษัท อาร์พีวี พลังงาน จำกัด (RPV)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่บริษัทฯ เข้าซื้อครั้งนี้ ประกอบด้วย โครงการทั้งหมด 4 โครงการ ตั้งอยู่ในบริเวณ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี มีกำลังการผลิตรวม 10 เมกะวัตต์ 5 เมกะวัตต์ และ5 เมกะวัตต์ ตามลำดับ โดยเป็นโรงไฟฟ้าที่ได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (adder) จำนวน 15 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าที่ได้รับค่าขายไฟฟ้าในแบบ feed-in-tariff จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;5 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;ซึ่งโรงไฟฟ้าทุกแห่ง เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และสามารถรับรู้รายได้ทันทีเมื่อการซื้อขายแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในไตรมาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเข้าซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์มดังกล่าว เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ 5 ปีของบริษัทฯ ซึ่งบีซีพีจีมีแผนการขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า และการเร่งพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในพอร์ต เพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;rdquo; นายบัณฑิตกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม, บีซีพีจี, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f2787483d485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  กัลฟ์เปิดเดินเครื่อ2โรงไฟฟ้าเวีนยดนามลั่นพร้อมขยายลงทุนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลฟ์ ร่วมกับ ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม) เปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 &amp;nbsp;ณ จังหวัด เต็ย นินห์ ประเทศเวียดนาม อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 ณ จังหวัดเต็ยนินห์ ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;บริษัทได้ร่วมกับทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม)เพื่อก่อสร้างดรงไฟฟ้าดังลก่าวล่าสุด ได้ทำการจ่ายไฟเข้าระบบให้การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เป็นที่เรียบร้อยในเดือนมี.ค.และเม.ย.นที่ผ่านมาตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 68.8 เมกะวัตต์ ได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 6 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถือหุ้นทางอ้อม ผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd. อยู่ 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-02 ซึ่ง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd (GIH) อยู่ 90% ร่วมกับ Than Thanh Cong Group (TTC Group) โครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 50 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนามเป็นระยะเวลา 20 ปี ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้กับ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 19 เมษายน 2562
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสารัชถ์กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลแห่งประเทศเวียดนามได้มีนโยบายการเพิ่มการใช้พลังงานพลังงานหมุนเวียนและตั้งเป้าหมายให้พลังงานทดแทนเป็น 5% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2563 บริษัทในฐานะผู้ผลิตพลังงานชั้นนำแห่งประเทศไทย จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของกัลฟ์ที่มุ่งเน้นที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เนื่องจากโครงการพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนราว85.45 ตันต่อปี ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสาเหตุของภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังตระหนักในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น โครงการความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานเช่นทีทีซีกรุ๊ปจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตร่วมกันต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์, ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม), บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ประเทศเวียดนาม, สารัชถ์ รัตนาวะดี, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b45d40b0ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
