<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟฟ้าที่ต้องพึ่งพาคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์เขื่อนดินอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้เกิดการทรุดตัวจากพายุฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดรอยร้าวบริเวณสันเขื่อน ส่งผลให้มวลน้ำไหลท่วมพื้นที่ใกล้เคียงและบ้านเรือนประชาชน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ซึ่งประจวบเหมาะกับเขื่อนดังกล่าวเป็นที่กักน้ำเพื่อผันไปใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่มีบริษัทไทยเกี่ยวเนื่องอยู่ด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปดำเนินการ เพื่อจะผลิตไฟฟ้าและส่งกลับมาขายในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นความเสียหายของตัวเขื่อนและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบแล้วนั้น ยังมีอีกประเด็นที่น่าติดตามก็คือเมื่อเขื่อนพังแล้ว จะกระทบกับการผลิตไฟฟ้าเพื่อกลับมาขายให้ประเทศไทยหรือเปล่า แต่ยังโชคดีที่โรงไฟฟ้าดังกล่าวยังไม่ได้เริ่มเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ซึ่งจะมีกำหนดการจ่ายไฟในช่วงเดือน ก.พ.2562 ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และโครงการเซเปียน-เซน้ำน้อยก็เป็นเพียงหนึ่งแหล่งไฟฟ้าเท่านั้นที่ประเทศไทยมีการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมารองรับความต้องการใช้ไฟในประเทศ และเมื่อดูกันจริงๆ ในเทศไทยมีอีกหลายแห่ง ไม่ใช่แค่ สปป.ลาวเพียงประเทศเดียวหรือแห่งเดียว เพราะยังมีประเทศอื่นอย่างมาเลเซียและในลาวอีกหลายแห่งที่ไทยรับซื้อไฟมา ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่มีการซื้อขายไฟกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ก็อาจจะจริง เพราะหลายแห่งก็มีการดำเนินการในรูปแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อมาทบทวนอีกทางหนึ่ง นี่ก็คือความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดผลกระทบเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเรายังต้องอาศัยคนอื่นต่อไปอย่างนี้ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องระยะทาง ภูมิศาสตร์ และการบริหารจัดการ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยล่าสุด แต่หากเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบหนักเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นเมื่อล่าสุด ที่มีฟ้าผ่าลงที่สายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ น่าน-หงสา ส่วนที่อยู่ในลาว ทำให้ระบบป้องกันทำงาน และสั่งหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหงสาทันที เป็นผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่ส่งให้ระบบไฟฟ้าของไทยขาดหายไปจำนวน 1,300 เมกะวัตต์ และไฟดับที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นโยบายของรัฐบาลเมื่อพูดถึงการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยทำการสำรวจและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายไฟฟ้าให้ประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนบริหารด้านพลังงานของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศ สปป.ลาว นับว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น โดยได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจระดับรัฐบาล ในการรับซื้อไฟฟ้าในปริมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2549 และหลังจากนั้นก็มีโครงการที่ร่วมกับซื้อขายมาเรื่อยๆ ทั้งโครงการเทิน-หินบุน, ห้วยเฮาะ, น้ำเทิน 2, น้ำงึม 2, หงสาลิกไนต์, ไซยะบุรี, น้ำเงี้ยบ 1 และโครงการส่วนขยายต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในมาเลเซียก็มีหลายจุด อาทิ จุดเชื่อมต่อบูกิตเกหรี จุดกูรุน ที่ซื้อขายในระยะยาว ส่งมาใช้ในโซนภาคใต้ของประเทศไทย ถ้าในแหล่งต่างๆ เกิดปัญหาขึ้นมาก็จะมีปัญหากับการใช้ไฟในไทยแน่นอน ยิ่งภาคใต้เองนั้น ก็เริ่มจะมีสัญญาณส่งมาแล้วว่ากำลังผลิตไฟในพื้นที่นั้นใกล้เคียงกับความต้องการใช้ไฟแล้ว ซึ่งในอีกไม่กี่ปี จะมีปริมาณใกล้เคียงกันแล้ว และจะต้องนำไฟฟ้าจากพื้นที่อื่นๆ ส่งมาให้ใช้อีกถ้ายังไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเองในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือปัญหาระดับประเทศ ที่ผู้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าจะต้องมองให้ออก เพราะต้องยอมรับว่าจะให้คนเราไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ คงมีหลายคนทนไม่ไหวกับสภาวะแบบนั้น แค่ไฟดับชั่วโมงเดียวก็มีเสียงโวยวายจากหลายๆ กลุ่มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และทำไมประเทศไทยถึงไม่ลดความเสี่ยงที่จะเกิด การป้องกันจุดบอดที่เคยมีมาตลอด ลดการพึ่งพาคนอื่น โดยให้เกิดการพัฒนาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงที่จำเป็นในพื้นที่ที่จำเป็น ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นการรองรับสถานการณ์ไฟฟ้าแล้ว ยังสร้างความเจริญ อาชีพ และเศรษฐกิจให้หมุนเวียนต่อไปได้ในอนาคต.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, สปป.ลาว, โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอ็กซิมแบงก์” แจงเขื่อนแตกในลาวไม่กระทบธนาคาร แม้ร่วมปล่อยกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอ็กซิมแบงก์&amp;rdquo; แจงปล่อยกู้สร้างโรงไฟฟ้าลาวทำเขื่อนแตก ไม่กระทบการปล่อยกู้ของธนาคาร พร้อมเร่งติดตามรายละเอียดใกล้ชิด ยันกำชับผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ สปป.ลาวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารเป็นผู้ปล่อยกู้รายหนึ่งให้กับบริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด ที่เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย และตอนนี้มีปัญหาเขื่อนแตกจนทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินและชีวิตจำนวนมาก โดยเชื่อว่าจะไม่กระทบและสร้างความเสียหายให้กับการปล่อยกู้ของธนาคาร เพราะบริษัทที่ดำเนินโครงการดังกล่าวออกมายืนยันแล้วว่ายังสามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารได้ติดตามข้อมูลกับบริษัทผู้ดำเนินการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้บริษัทมีภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ก่อน เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติทางธนาคารจะสอบถามข้อมูลจากบริษัทผู้ดำเนินการก่อสร้างเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในการปล่อยกู้ให้กับโครงการก่อสร้างดังกล่าว ธนาคารได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการเสมอว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ สปป.ลาวอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องการขอใบอนุญาตต่าง ๆ และต้องไม่ทำผิดกฎหมาย&amp;quot; นายพิศิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง เอสเค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น คอมปะนี ลิมิเต็ด 28% โคเรีย เวสเทิร์น เพาเวอร์ คอมปะนี ลิมิเต็ด 25% ลาว โฮลดิ้ง สเตท เอ็นเตอร์ไพรส์ 24% และ บมจ.ผลิตฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง 25% โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในแขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาสัก ในสปป.ลาว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14094</URL_LINK>
                <HASHTAG>สปป.ลาว, เขื่อนแตก, เอ็กซิมแบงก์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย, โรงไฟฟ้าลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c49dd884f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
