<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชบุรีโชว์ไตรมาสแรกรายได้พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชบุรีโฮลดิ้ง กำไร 1,161 ล้านบาทก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมทุนเพิ่มขึ้น 61%&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
15พ.ค. 61- นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. &amp;nbsp;ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2561 มีกำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 1,160.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2560 และมีกำไรหลังผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงิน 817 ล้านบาท ลดลง 40% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนแบ่งกำไรกิจการร่วมค้าในไตรมาสนี้ เป็นจำนวน 846 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 61% &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลจากโรงไฟฟ้าหงสาที่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น สำหรับกำลังผลิตเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปีนี้ บริษัทฯ จะรับรู้เพิ่มขึ้นรวม 222.95 เมกะวัตต์ จากโครงการพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ กำลังผลิตติดตั้ง 180.45 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ คอลลินสวิลล์ กำลังผลิตติดตั้ง 42.5 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ในออสเตรเลียทั้งสองแห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายกิจจา กล่าวว่า ราชบุรี &amp;nbsp;กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมายังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสา ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องได้ถึง 91% ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 83% โดยรายได้ส่วนแบ่งกำไรที่รับรู้จากโรงไฟฟ้าแห่งนี้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าราชบุรี ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของบริษัทฯ ปรับลดลงตามอัตราค่าความพร้อมจ่ายต่อหน่วยไฟฟ้าที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าให้สามารถผลิตไฟฟ้าจำหน่ายได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า พร้อมทั้งบริหารต้นทุนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และติดตามโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างให้สามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนดเป้าหมาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายกำลังผลิตให้ได้ 850 เมกะวัตต์ โดยในประเทศได้มุ่งเน้นที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้า ส่วนต่างประเทศ มุ่งเน้นที่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งโครงการประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานทดแทน ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ โดยบริษัทฯ ได้เตรียมเงินเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ไว้ราว 15,000 ล้านบาท&amp;rdquo; นายกิจจา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังผลิตตามสัดส่วนรวม 7,552.4 เมกะวัตต์เทียบเท่า ประกอบด้วย กำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,624.19 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา รวม 928.21 เมกะวัตต์เทียบเท่า จากฐานการลงทุนใน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย 5,187.21 เมกะวัตต์เทียบเท่า สปป.ลาว 1,121.81 เมกะวัตต์ ออสเตรเลีย 866.35 เมกะวัตต์ จีน 236 เมกะวัตต์ และอินโดนีเซีย 141.03 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9230</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงไฟฟ้า, ผลประกอบการ, โรงไฟฟ้าราชบุรี, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa92d40f287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
