<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GUNKUL ทุ่ม 1.25 พันลบ.ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 บอร์ด บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ไฟเขียวเข้าซื้อหุ้น บริษัท Doan Son Thuy Investment JSC (DST) สัดส่วน 100% คิดเป็นมูลค่า 1,258.58 ล้านบาท ครองสิทธิ์โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเวียดนามกำลังการผลิตรวม 50 เมกะวัตต์ หนุนกำไรต่อปีเพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท &amp;ldquo;โศภชา ดำรงปิยวุฒิ &amp;ldquo;ระบุการซื้อหุ้น DST ครั้งนี้ หนุนการเติบโตในอนาคตทั้งด้านทรัพย์สิน ผลกำไร และสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ถือหุ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญทำให้บริษัทฯมีกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มั่นใจนับจากนี้ภาพรวมธุรกิจ GUNKUL เติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์&amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท&amp;nbsp; Doan Son Thuy Investment JSC (DST)&amp;nbsp; สัดส่วน 100%&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phong Dien ll&amp;nbsp; กำลังการผลิตรวม 50 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เมือง Hue มูลค่าการลงทุนโครงการ 1,258,582,550 บาท โดยมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff ที่ 0.0709 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยมีกำหนดจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ในวันที่ 15 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท&amp;nbsp; DST มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นอกจากเป็นการขยายฐานการดำเนินงานของบริษัทฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการเติบโตทั้งในด้านสินทรัพย์และผลประกอบการของบริษัทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของบริษัทฯ ที่จะขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ เล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ ความเสี่ยงจากการดำเนินงานต่ำ ตลอดจนสามารถสร้างแหล่งที่มาของรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากโครงการต่อปีประมาณ 150 ล้านบาท โดยมี EBITDA ต่อปีประมาณ 120 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 20 ปี&amp;nbsp; โดยเงินลงทุนนำมาจากการกู้ยืมสถาบันและเงินลงทุนของบริษัทฯ บางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนามเป็นการปฏิบัติตามนโยบายส่งเสริมให้บริษัทฯ ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อได้ประเมินถึงพื้นที่ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ผลตอบแทนการลงทุน ผลการเข้าศึกษาทางด้านเทคนิค กฎหมาย บัญชีและการเงินแล้ว เห็นว่าโครงการฯ มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตทั้งทรัพย์สินและผลกำไรให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต&amp;nbsp; ที่สำคัญทำให้บริษัทฯ มีจำนวนเมกะวัตต์สะสมเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ และยังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการเจรจา&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าน่าจะจบได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ อีก 1 โครงการ โดยปี 2563 รายได้และกำไรบริษัทฯ ยังคงเป้าตามที่ตั้งไว้&amp;rdquo; นางสาวโศภชากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85493</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง, ขยายธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม, โรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc498efdd17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บี.กริม เพาเวอร์ กดปุ่มซีโอดีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำแจ 15 เมกะวัตต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บี.กริม เพาเวอร์ กดปุ่มซีโอดีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำแจ 15 เมกะวัตต์ พร้อมจ่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนามอีก 677 เมกะวัตต์ ภายในมิ.ย.นี้ ลั่นลุยขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ หนุนกำลังการผลิตทะลุเป้า 5,000 เมกะวัตต์ในปี 65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. &amp;nbsp;62- นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(ซีโอดี)โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำแจ กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ที่สปป.ลาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)ที่ประเทศเวียดนามอีก 677 เมกะวัตต์ภายในเดือนมิ.ย.นี้เช่นกัน หนุนรายได้ปีนี้เติบโตกว่า 15-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งบริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนโครงการพลังงานลมในประเทศเกาหลีใต้และเวียดนาม คาดว่าจะสรุปการลงทุนขั้นสุดท้ายได้เร็วๆ นี้ รวมถึงการพิจารณาลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ เพิ่มเติมในหลายๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในประเทศไทยจะพิจารณาการลงทุนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37621</URL_LINK>
                <HASHTAG>บี.กริม เพาเวอร์, โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำแจ, โรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf63c350e380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
