<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรดแมป-แก้รธน. ทำไมต้องบัตรเลือกตั้งสองใบ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โรดแมป แก้รธน.รายมาตรา ร่างฯฉบับไหน จะฝ่าด่านหิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงวันที่ 23-24 มิถุนายนนี้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญก็คือ การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในวาระแรกขั้นรับหลักการ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาจาก 3 กลุ่มหลักคือ 1.ร่างแก้ไข รธน.รายมาตราของพรรคพลังประชารัฐ 2.ร่างแก้ไข รธน.ของสามพรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา 3.ร่างแก้ไขรธน.จากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคเพื่อไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองโดยเฉพาะการพิจารณาจากคณิตศาสตร์ทางการเมืองเรื่องจำนวนเสียงสนับสนุนของสมาชิกรัฐสภาในการโหวตรับหลักการร่างแก้ไข รธน. แวดวงการเมืองต่างเห็นตรงกัน ร่างแก้ไข รธน.ที่น่าจะผ่านความเห็นชอบมากที่สุด อาจจะเกือบทุกร่างในวาระแรก ก็คือร่างแก้ไข รธน.ที่เสนอโดย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าว ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ คีย์แมนพรรคพลังประชารัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับพรรคพลังประชารัฐมาตลอด และล่าสุดผลการประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ 18 มิ.ย. ที่จังหวัดขอนแก่น นายไพบูลย์ได้รับเลือกให้กลับมาเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอีกครั้งตามความคาดหมาย โดยเขาได้วิเคราะห์การเมืองเรื่องการแก้ไข รธน.ผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพบูลย์-รองหัวหน้าพรรค พปชร. เกริ่นนำถึงการเสนอแก้ไข รธน.รายมาตราของพรรคพปชร. ว่าพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้มีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อร่างแก้ไข รธน.มาตรา 256 ที่จะให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอแก้ไขรอบที่แล้วตกไป พรรคพลังประชารัฐก็มาเสนอแก้ไข รธน.รายมาตราในครั้งนี้ โดยได้นำประเด็นใกล้เคียงกับอันเดิมที่พรรคเคยเตรียมไว้ก่อนหน้านี้มาเสนอแก้ไข รธน.ในรอบนี้ เพื่อแสดงถึงความจริงใจและจริงจังว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ขวางการแก้ไข รธน.เพราะเราเชื่อว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ ถ้ามีความเห็นพ้องต้องกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มาครั้งนี้ จากที่ได้เป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไข รธน.ของสภา เคยได้พูดคุยกับทั้ง ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา จนพบว่าหากจะมีการเสนอแก้ไข รธน.รายมาตราในประเด็นที่พรรคพลังประชารัฐเสนอไป เขาค่อนข้างเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีโอกาสครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐจึงยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรารวม 5 ประเด็น 13 มาตรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรายละเอียดการแก้ไข รธน.แต่ละประเด็น ไพบูลย์-รองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวสรุปสาระสำคัญไว้ เช่นประเด็นแรกที่เสนอคือ การเสนอให้เพิ่มสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เช่น เสนอแก้ไขในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ที่อยู่ในมาตรา 29 เรื่อง สิทธิการให้ประกันตัว ที่เห็นว่าควรเขียนให้ชัดเจนสำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดี สิทธิในการได้รับการประกันตัวต้องมี และเป็นสิทธิหลักการไม่ให้ประกันตัวต้องมีเหตุอธิบาย แม้ตำรวจจะอ้างเหตุคัดค้านการประกันตัวในลักษณะคาดว่าผู้ถูกดำเนินคดีเกรงจะหลบหนีหรือไปทำผิดซ้ำ แต่ก็ควรยอมให้ได้รับการประกันตัวไปก่อนเพื่อให้ได้สิทธินี้&amp;nbsp; แต่หากคนที่ได้รับการประกันตัวในครั้งที่หนึ่งแล้วไปทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น หลบหนี ไปทำผิดซ้ำ แล้วถูกจับกุมตัวได้ แบบนี้ไม่ต้องให้ประกันอีกเลยก็ได้ รัฐธรรมนูญไม่คุ้มครอง ก็จะแก้ไขเพื่อเขียนให้มาตรา 29 มีความชัดเจนมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 41 เรื่องของสิทธิของชุมชนในการได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมจากรัฐ เพราะการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ชุมชนมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ แต่ประชาชนอาจมีข้อจำกัด เช่น เรื่องความสามารถทางกฎหมาย ก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเขียนเพิ่มให้รัฐต้องมีการช่วยเหลือทางกฎหมาย เช่น ช่วยเหลือด้านจัดหาทนายความให้กับชุมชนที่มีข้อพิพาทกับรัฐ&amp;nbsp; หากชุมชนเห็นว่าถูกรัฐละเมิด ชุมชนก็มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือทางกฎหมายได้ และเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่อยู่ในมาตรา 45 ในเรื่องของ พรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ แต่เป็นการรวมตัวกันของบุคคลที่มารวมตัวกันเป็นพรรคการเมือง เหมือนกับเป็นเอกชน แต่พบว่ามีการไปออกหลักเกณฑ์หยุมหยิมจนเกินเหตุ กลายเป็นว่าพรรคการเมืองถูกควบคุมยิ่งกว่าหน่วยงานของรัฐ มันก็ไม่เป็นธรรมในเรื่องของพรรคการเมือง จึงเสนอให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 น่าจะเหมาะสมกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประเด็นที่ พปชร.เสนอแก้ไข รธน.รอบนี้ที่หลายฝ่ายสนใจมากที่สุด คือที่เสนอแก้ไข ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. จากที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ก็เสนอแก้เป็นให้ใช้ บัตรเลือกตั้งสองใบ โดยรายละเอียดของเรื่องนี้ ไพบูลย์ สรุปให้ฟังว่า เรื่อง การแก้ไขระบบเลือกตั้ง เป็นประเด็นที่สอง ตามร่างแก้ไข รธน.ที่พลังประชารัฐเสนอ สำหรับการที่เสนอแก้ระบบเลือกตั้ง เพราะมีเสียงครหามาตลอดว่าพลังประชารัฐได้ประโยชน์จากระบบการเลือกตั้ง เลยไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องระบบเลือกตั้งก็มีหลายคนในพรรคบอกว่าระบบที่ใช้ปัจจุบัน (บัตรใบเดียว) ก็ดีอยู่แล้ว จะไปเสนอแก้ทำไมเรื่องระบบเลือกตั้ง แต่ผมมองว่าหากเราไม่เสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้แบบบัตรสองใบเหมือนตอนรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 เหมือนกับที่พรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องมันก็ไม่จบ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เรียกร้องมากเรื่องบัตรสองใบ เราก็คล้ายกับประนีประนอม หรือทำอะไรที่ต้องยอมรับฝ่ายเขาบ้าง ก็ควรแก้ไขให้เป็นบัตรสองใบ มันจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น ที่ได้เห็นความจริงใจของพลังประชารัฐ พรรคก็เสนอให้แก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตรสองใบ โดยให้ใช้แบบรัฐธรรมนูญตอนปี 2540 ที่แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 400 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน แยกบัตรลงคะแนนเป็นสองใบ คะแนนคิดแยกกัน เวลาเลือกตั้งใช้เลขเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวต่อไปว่า ตอนเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น 2 ปัญหา โดยปัญหาแรกคือการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้วปัดเศษ เราก็เลยเขียนไว้ในร่างที่เสนอไปว่า พรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องได้คะแนนเสียงรวมกันทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1 ถึงจะนับคะแนน เพราะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ร้อยละ 1 ก็คือได้ 1 คน แต่ถ้าได้ต่ำกว่าร้อยละ 1 ก็ตัดคะแนนทิ้ง ไม่ให้นำมานับ เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง ส.ส.ปัดเศษ ประเด็นที่สองคือ มีเสียงครหาว่ามีพรรคการเมืองขนาดเล็กเข้ามาเยอะแยะ อาจจะมีส่งบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ค่อยส่งคนลงสมัคร ส.ส.เขตมาก ทำให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนมาก ก็เลยเขียนกำหนดไว้ว่า พรรคการเมืองใดจะส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ จะต้องเป็นพรรคการเมืองที่ต้องส่งผู้สมัครลง ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 เขต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..สำหรับประเด็นที่สามคือ เสนอแก้ไขมาตรา 144 ที่เป็นบทบัญญัติเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ เพราะพบว่ามีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ จึงเสนอแก้ไขโดยให้ใช้ข้อความตามรัฐธรรมนูญปี 2550 แทน เพราะที่เป็นอยู่มีการเขียนจนเกินไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เขาไม่กล้าจะมาทำงานอะไรเพื่อช่วยการทำงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ เลย จนเป็นปัญหา-อุปสรรค คือเรื่องการตรวจสอบมันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่มันเกินมากไป เลยเสนอแก้ไขให้กลับไปเหมือนเดิมตอนรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ก็ยังห้าม ส.ส.และ ส.ว.ไปยุ่งเกี่ยวกับการเสนอแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกจะกระทำมิได้ โดยหากใครไปทำ ป.ป.ช.ก็ลงโทษได้ ไม่ได้จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่มีการบิดเบือนใส่ร้ายว่าจะแก้เพื่อให้มีงบ ส.ส. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ประเด็นที่สี่ เป็นเรื่องที่พบว่า ส.ส.และส.ว. โดยเฉพาะ ส.ส. จะมีปัญหาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 185 ที่ไม่สามารถไปติดต่อหน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ เช่น หากประชาชนมีความเดือดร้อนแล้วเขาไปติดต่อที่อำเภอหรือศาลากลางจังหวัด แล้วหากเช่นเผลอไปทำหนังสือเพื่อขอให้ไปช่วยเหลือประชาชน ก็จะโดนเล่นงานจากหนังสือฉบับนั้นจนถูกยื่นถอดถอนเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะไปฝ่าฝืนมาตรา 185 โดยที่ในความเป็นจริงแล้ว ประชาชนในต่างจังหวัดเวลาเดือดร้อนจะไปพึ่งใครได้ จะไปพึ่งข้าราชการ แต่ก็เป็นระบบราชการแบบภูมิภาค ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องไปพึ่ง ส.ส. แต่ ส.ส.ถูกตัดอำนาจ ถูกควบคุม-ถูกห้าม ไปให้เข้าไปยุ่ง ส.ส.ก็ทำได้คือไปพูดในที่ประชุมสภา 2 นาที เพื่อให้บันทึกไว้ในสภา แล้วสภาส่งเรื่องไปยังหน่วยงานนั้น แล้วหน่วยงานก็ไปดำเนินการ คิดดูว่าจะใช้เวลาอ้อมไปตั้งเท่าไหร่ แต่หากแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ได้ ส.ส.ก็พาประชาชนไปติดต่อ พาไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่วมกันในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ที่เป็นหน้าที่ของ ส.ส. ประเด็นนี้ไม่ได้เสนอเพื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ แต่ทำเพื่อ ส.ส.ทั้งสภา แต่ก็ยังคงไว้ในเรื่องไม่ให้ ส.ส.เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ไม่ให้ไปวิ่งเต้น ไปฝากคน หากใครทำ ก็มีความผิด ก็เสนอให้นำหลักมาตราในประเด็นนี้ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 นำกลับมาใช้อีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่ห้า ที่เป็นประเด็นสุดท้ายคือเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่อยู่ในบทเฉพาะกาล ที่บัญญัติให้วุฒิสภาเพียงฝ่ายเดียวที่มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดปฏิรูปประเทศ รวมถึงการติดตามการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในร่างก็เสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่จากที่เป็นอำนาจของวุฒิสภาฝ่ายเดียว ให้แก้เป็นอำนาจของรัฐสภาเพื่อให้ ส.ส.เข้าไปมีส่วนเรื่องนี้ได้ โดยอาจทำในรูปแบบของการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาขึ้นมา เพื่อไปติดตามและรายงานผลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพบูลย์-รองหัวหน้าพรรค พปชร. ย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐคิดว่าการเสนอแก้ไข รธน. ไม่ใช่การเสนอแก้ไขแค่ครั้งเดียว คงต้องเสนอแก้ไข รธน.กันหลายครั้ง แต่การเสนอแก้ครั้งแรก ควรแก้ในประเด็นที่หลายฝ่ายรับกันได้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....เราก็ยอมถอยไปก้าวหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างประนีประนอมกันเพื่อให้มันผ่านไปได้หนึ่งฉบับ อย่างร่างที่พลังประชารัฐเสนอไป 5 ประเด็น 13 มาตราในครั้งนี้ จากนั้นเมื่อแก้ไขแล้วเสร็จ มีการประกาศใช้ ก็ทิ้งช่วงไปสักระยะ จากนั้นก็มาว่ากันในประเด็นอื่นๆ ต่อไป ค่อยๆ คุยกันเพื่อหาความเห็นร่วมกัน ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพลังประชารัฐคือทางออก ไม่ใช่แก้ครั้งเดียวแล้วจบ ผมก็คิดว่าหากตราบใดยังไม่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นแบบเป็นรูปธรรม ข้อที่มัวแต่พูดกัน ประชาชนก็จะกลายเป็นเครื่องมือนักการเมือง ไปเที่ยวปลุกปั่นว่า รธน.ฉบับปัจจุบันมีปัญหาเหลือเกิน เช่น ทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจ คือมัวแต่ไปพูดแต่เรื่องแย่งชิงอำนาจกัน ไม่พูดเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนกันจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มั่นใจสภาสูง เทเสียงหนุนเต็มสูบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ทาง พปชร.มั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกร่างของพรรค ทาง ส.ว.จะสนับสนุนผ่านหมดทุกร่าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้ผมไม่ได้คิดเอง แต่เกิดจากที่ได้ทำงานร่วมกับ ส.ว. ทั้งในกรรมาธิการของรัฐสภา ที่ศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาก็สอบถามแล้ว หากไม่ไปแตะมาตรา 272 (อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ) และมาตรา 279 เขาก็รับได้ แต่หากไปแตะ 272 กับ 279 เขาไม่ยอม ที่ไม่ยอม ไม่ได้มีแต่ ส.ว.ที่ไม่ยอม พลังประชารัฐ ก็ไม่ยอม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้พลังประชารัฐมี ส.ส. 122 คน ส่วน ส.ว.มี 250 คน รวมกันก็ 372 คน ตอนนี้สมาชิกรัฐสภามีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่มีเสียงประมาณ 738 คน เสียงกึ่งหนึ่งก็ประมาณ 368 เสียง การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 368 เสียง หาก 372 เสียง (พลังประชารัฐ-สมาชิกวุฒิสภา) ไม่เห็นชอบด้วย แล้วจะไปเอาเสียง 368 เสียงมาจากไหน จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไง ก็ไม่ได้ หากฝ่ายพรรคพลังประชารัฐกับฝ่าย ส.ว.ไม่เห็นด้วย ซึ่งพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว กับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และมาตรา 279 รวมถึงการเสนอแก้ไขทั้งฉบับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่เสนอแก้ไขมาตรา 272 ที่ต้องไปหาเสียงสนับสนุนให้เกิน 368 เสียงเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอแก้มาตรา 272 ผ่านความเห็นชอบ ที่หาไม่ได้อยู่แล้วก็ตกไป เพราะไม่ได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องเสียงส.ว.เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 เลยด้วย เพราะเกินกึ่งหนึ่งเสียงก็ไม่ถึงแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในทางกลับกัน เราจึงย่อมมั่นใจถึงเสียงสนับสนุนการโหวตตามร่างที่พรรคพลังประชารัฐว่าจะได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งแน่นอน จะได้มาจากเสียง ส.ส.พลังประชารัฐ จากทางส.ว. รวมถึง ส.ส.ประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนเรื่องบัตรสองใบ รวมถึงเพื่อไทยด้วย แต่เพื่อไทย จะมาด้วยหรือไม่ ก็ไม่เป็นไรเพราะเอาแค่เสียงทางนี้ พลังประชารัฐ ส.ว.และประชาธิปัตย์ก็เพียงพอ เพราะลำพังแค่พลังประชารัฐกับ ส.ว. หากมีความเป็นเอกภาพ ถ้าต้องการแก้ตรงนี้มันก็ผ่านอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำไปว่าหาก ส.ส.พลังประชารัฐ ไม่ไปโหวตเห็นชอบร่างแก้ไข รธน.ของสามพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่กลายเป็นความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลหรือ ไพบูลย์-รองหัวหน้าพรรค พปชร. ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองที่อาจเห็นไม่ตรงกัน หากพลังประชารัฐไม่ไปโหวตให้ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เพราะอย่างการแก้ไขมาตรา 256 ครั้งที่แล้วก็เห็นชัดเจน พลังประชารัฐก็โหวตไปตามที่เห็นสมควร เพราะถือเป็นสิทธิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องของการเสนอกฎหมายโดยฝ่ายรัฐบาล แต่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ดังนั้นหากจะโหวตไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติ หากเสียงพอตามหลักเกณฑ์ร่างก็ผ่าน แต่เสียงไม่ถึงหลักเกณฑ์ร่างก็ตกไป ไม่เกี่ยวอะไรกับสถานะของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-แต่ฝ่ายพรรค ปชป.ชูธงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด หากบางร่างที่พรรค ปชป.ผลักดันแล้วไม่สำเร็จ อาจจะมี ส.ส.ปชป.บางคนเสนอให้พรรคทบทวนการอยู่ร่วมรัฐบาล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันอยู่ที่ประเด็น ก็ประชาธิปัตย์เขาก็อยากได้บัตรเลือกตั้งสองใบ เรื่องนี้ก็อยู่ในร่างของพลังประชารัฐแล้ว แล้วร่างที่ประชาธิปัตย์ยื่นแก้ไข ก็มีเรื่องบัตรสองใบ แต่พรรคภูมิใจไทยอาจไม่เอาด้วย หรือชาติไทยพัฒนา ก็ไม่เอาด้วย แล้วพรรคร่วมรัฐบาลแตกกันหรือไม่ สามพรรคดังกล่าว เขาก็เห็นไม่ตรงกันในเรื่องบัตรเลือกตั้ง หรืออย่างที่จะให้มาตรา 272 ทางภูมิใจไทยก็ไม่เห็นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากให้ถอดหมวกคำว่าพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านออก อย่างเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ พรรคร่วมฝ่ายค้านกันเองก็เสียงแตก มีแค่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียว ที่เอาด้วยกับบัตรสองใบ แต่พรรคก้าวไกลและฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ไม่เอาด้วย แล้วพรรคร่วมฝ่ายค้านเขาแตกกันหรือไม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเอาทั้งคำว่าพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านออกไป ให้เหลือแค่ว่าพรรคการเมืองที่จะมาดูว่า ประเด็นที่เสนอกัน ประเด็นเห็นตรงกัน ก็ว่ากันไป หากเสียงลงมติถึงเกณฑ์ร่างก็ผ่านความเห็นชอบไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...อย่างการลงมติวาระสาม ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระสาม นอกจากเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งแล้ว เสียงเห็นชอบต้องมี ส.ส.จากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน หรือก็คือ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านนั่นเอง อย่างพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว ที่มีเสียง ส.ส.ในฝ่ายค้านร่วม 60 เปอร์เซ็นต์ แค่เพื่อไทยเห็นชอบด้วยแค่พรรคเดียว ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ผ่านความเห็นชอบแล้ว ไม่จำเป็นที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกลต้องมาเห็นด้วย ผมถึงได้บอกตอนแรกๆ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากพลังประชารัฐ ส.ว.และพรรคเพื่อไทยเห็นชอบ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ผ่านหมด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พปชร.ก็ได้หมด ไม่มีเสีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-มีการมองกันว่า ที่พรรค พปชร.ผลักดันให้มีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ เพราะ พปชร.เกรงว่า หากไม่มีการแก้ไข การเลือกตั้งรอบหน้า พลังประชารัฐจะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่เจอมาแล้วตอนเลือกตั้งปี 2562?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลามอง เราก็คือ เราก็ไม่เสีย แต่หลายคนในพลังประชารัฐ ก็ยังชอบบัตรใบเดียว คือ ดูแล้วมันก็ไม่เสีย เราก็ไม่เสียอะไร ในเรื่องบัตรสองใบ หรือจะให้เป็นบัตรใบเดียว เราก็ได้ทั้งสองอย่าง ก็คือหากอยู่ดีๆ แล้วเกิดว่าตอนลงมติวาระสาม พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด ไม่ลงมติเห็นชอบด้วยกับระบบบัตรสองใบตอนโหวตวาระสาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวก็ตกไป ก็ไม่ต้องใช้บัตรสองใบ ก็ยังคงใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่คนเดือดร้อนคือพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ที่เขาอยากได้บัตรสองใบ ก็เป็นหน้าที่ของพรรคเขาก็ต้องไปดูเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลังประชารัฐเราไม่ได้ทำเพราะว่าเราได้เปรียบเราถึงค่อยทำ คือเราไม่ได้เสียอะไร ดูแล้วไม่เสีย เราก็ได้ทั้งคู่ จะสองใบก็ได้ ใบเดียวก็ได้ แต่บางพรรค หากยังใช้ระบบเลือกตั้งแบบครั้งที่แล้ว เขาเสียหาย แต่กับบางพรรคเอง หากยังใช้ระบบเดิม ก็ดีกับพรรคแน่ อย่างเช่นพรรคก้าวไกล เขาก็ดีแน่ เขาเลยอยากได้แบบเดิมไว้ ภูมิใจไทยก็อาจจะชอบด้วย ก็อยากได้แบบเดิม ก็ประกาศแล้ว ก็เป็นเรื่องของการอยากได้แบบเดิมไว้ เพราะเป็นประโยชน์กับเขา จะมีก็พลังประชารัฐ ที่ยังไงก็ได้ แต่เพื่อไทย อยากได้บัตรสองใบ ประชาธิปัตย์ก็อยากได้บัตรสองใบ พลังประชารัฐ นี่แหละยืดหยุ่นที่สุด เราจะเอาแบบสองใบก็ได้ ใบเดียวก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-แต่คนก็มองว่าพลังประชารัฐเกรงจะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หากใช้บัตรใบเดียว เลยรีบแก้เรื่องบัตรเลือกตั้งให้ใช้บัตรสองใบ? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อยากมองยังไงก็มองไป แต่เรามองว่าเราได้ทั้งสองอย่าง เราไม่ได้ชอบแบบด้านใดด้านหนึ่งเหมือนกับพรรคอื่นเขา เราได้ทั้งสองอย่าง&amp;nbsp; อย่างพรรคก้าวไกล ต้องชอบบัตรเลือกตั้งใบเดียวแน่นอน ส่วนเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ไม่ชอบบัตรใบเดียวแน่นอน แต่ในส่วนของเรา เดิมคือยังไง ก็ต้องบัตรใบเดียว แต่เราเปลี่ยนมาเป็นบัตรใบเดียวก็ได้ บัตรสองใบก็ได้แล้ว แต่เราก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้กลับไปใช้บัตรสองใบเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หรือความรู้สึกที่ไม่ดี มาหาว่าเราไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลองหากเราไม่เสนอแก้เรื่องบัตรเลือกตั้ง ข้อกล่าวหา ก็จะกลับมาที่เราเหมือนเดิม เมื่อเราเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้บัตรเลือกตั้ง เสียงครหาก็จะหายไป หรือมาถามว่าทำไมเราไม่เสนอแก้มาตรา 272 กับ 279 ก็พลังประชารัฐบอกแต่ต้นแล้วว่าเราไม่แก้ เป็นพรรคอื่นที่บอกเองว่าจะแก้ ไม่ใช่พวกผมที่เคยไปบอกว่าจะแก้ แต่อย่างบัตรเลือกตั้ง เราก็ไม่เคยบอกว่าจะแก้ตอนแรก แต่ตอนนี้เราก็มาแก้ไขให้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพบูลย์-แกนนำพรรค พปชร. กล่าวประเมินสถานการณ์เรื่องการแก้ไข รธน.ในช่วง 23-24 มิ.ย.นี้ว่า คงราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร โหวตผ่านก็เดินหน้าไป แต่มั่นใจว่าได้แก้ไขรัฐธรรมนูญแน่ เรื่องนี้จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งอะไรในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่เกี่ยวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ก็มีบางคนที่อยู่ในซีกฝ่ายค้านบอกว่า ที่พลังประชารัฐต้องรีบเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะพลังประชารัฐไปเตรียมการเรื่องไพรมารีโหวตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไปหาตัวแทนประจำจังหวัดยังไม่ครบ ทั้งที่พลังประชารัฐตอนนี้ครบหมดแล้ว 350 เขต เราพร้อมจะเลือกตั้งบัตรใบเดียว พร้อมจะเลือกตั้งตามกฎหมายปัจจุบันได้หมดแล้ว แต่มันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวข้องอะไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการยุบสภา ความพร้อมเราพร้อมที่สุด แต่ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเราพร้อมแล้วทำไมต้องไปยุบสภาเร็ว ก็วาระสภายังเหลืออยู่ ก็ดำเนินการไปตามวาระ แล้วเรื่องยุบสภา เป็นเรื่องอำนาจของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งการยุบสภา ก็ต้องมีเหตุให้ยุบสภา คือพรรคร่วมรัฐบาลไม่สนับสนุน กฎหมายของรัฐบาล เพื่อบีบให้นายกฯ ลาออก นายกฯ ก็จะไม่ลาออก ก็เลือกวิธียุบสภา แต่นายกฯ ก็อยู่ครบเทอมอยู่แล้ว เพราะยังไม่มีเหตุให้มีการยุบสภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ถ้าทุกอย่างเดินไปตามนี้ มีการแก้ไขรธน. และต่อมาเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง พลังประชารัฐจะเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้นกว่าตอนเลือกตั้งปี 2562 หรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าพลังประชารัฐจะเติบโตใหญ่ขึ้น เพราะพรรคมีความมั่นคง ที่สำคัญที่สุดพรรคได้หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นบุคคลที่ทุกคนเคารพ เป็นศูนย์กลางศูนย์รวมของคนในพรรคพลังประชารัฐ คือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สิ่งนี้คือจุดแข็งที่สุดของพลังประชารัฐ พลังประชารัฐจะเดินหน้าไปได้อย่างเข้มแข็งมาก จะเข้มแข็งกว่าตอนเลือกตั้งรอบที่แล้ว เพราะเป็นการเลือกตั้งที่จะนำทัพโดยพลเอกประวิตร ที่ก็คงได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น แต่คงไม่ถึงกับเกินกึ่งหนึ่งของสภา เพราะคงไม่มีพรรคการเมืองไหนได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106906</URL_LINK>
                <HASHTAG>แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์, โรดแมป-แก้รธน. ทำไมต้องบัตรเลือกตั้งสองใบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cddc524d0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
