<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาลุ้นระทึก สภาซัก &#039;มุลเลอร์&#039; หาเหตุถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐ เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ เดโมแครตลุ้นได้ข้อมูลเด็ดที่นำไปสู่การถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มุลเลอร์ยืนกรานจะไม่ระบุชัดว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำรายงานผลการสอบสวนรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งไม่ได้สรุปว่าทรัมป์ &amp;quot;พ้นจากข้อกล่าวหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐ เปล่งคำสาบานก่อนให้การต่อสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) วัย 74 ปี ผู้ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้เป็นอัยการพิเศษสอบสวนคำกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559&amp;nbsp; เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการตุลาการและคณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อเช้าวันพุธที่ 24 กรกฎาคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน ซึ่งตรงกับช่วงค่ำของไทย โดยการให้การครั้งนี้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และคาดว่าจะใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งกุมเสียงข้างมากในสภาล่างแห่งนี้ คาดหวังว่าคำให้การของมุลเลอร์จะเพิ่มเสียงสนับสนุนการสอบสวนของพรรค ถึงแม้ว่าภายในพรรคเองยังเสียงแตกว่าจะเปิดกระบวนการถอดถอนทรัมป์หรือไม่ อย่างไรก็ดี สมาชิกในพรรคเองคาดการณ์ไว้ว่า มุลเลอร์คงจะไม่ให้ข้อมูลเด็ดนอกเหนือจากที่เคยเขียนไว้ในรายงาน 448 หน้ากระดาษที่สรุปผลการสอบสวนยาวนาน 22 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนของมุลเลอร์เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อ 3 เดือนก่อน แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจชัดเจนถึงผลการสอบสวน ทั้งกรณีที่ว่า ทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ และทีมงานของเขาสมคบคิดกับรัสเซียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมมองของทรัมป์ เขาเชื่อมั่นว่ารายงานนี้สรุปว่าเขา &amp;quot;ไม่มีความผิด&amp;quot; แต่เดโมแครตกลับเห็นหลักฐานที่จะนำไปสู่การถอดถอนทรัมป์ และต้องการคำตอบจากมุลเลอร์ถึงเหตุผลที่เขาไม่ตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญากับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่มุลเลอร์จะให้การราวครึ่งชั่วโมง ทรัมป์ซึ่งยืนกรานไว้ว่าเขาจะไม่ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้ กลับทวีตระบายความโกรธและโวยวายสารพันเรื่อง รวมถึงการอนุญาตให้ผู้ช่วยระดับสูงคนหนึ่งของมุลเลอร์เข้าร่วมการให้การครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ กระทรวงยุติธรรมของทรัมป์ยังออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มุลเลอร์ยึดมั่นในรายงานของเขา และทำให้เจอร์รี แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง วิจารณ์ว่ากระทรวงถือดีอย่างเหลือเชื่อที่พยายามสั่งสอนมุลเลอร์ว่าอะไรควรพูด &amp;quot;นี่เป็นส่วนหนึ่งของการปกปิดโดยรัฐบาลชุดนี้เพื่อไม่ให้คนอเมริกันรับรู้ข้อมูล&amp;quot; เขากล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเริ่มต้นของการให้การ มุลเลอร์แถลงว่า ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมและหลักการแห่งความยุติธรรม คณะทำงานของเขายังคงยืนกรานการตัดสินใจว่า พวกเขาจะไม่ลงความเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ และเมื่อกรรมาธิการยุติธรรมเริ่มตั้งคำถามว่า รายงานของเขาสรุปว่าประธานาธิบดีพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดหรือไม่ มุลเลอร์ตอบว่า &amp;quot;ไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง, อดีตอัยการพิเศษ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ให้การต่อสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d386c8bbb60c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มุลเลอร์&#039; ปัดล้างมลทิน &#039;ทรัมป์&#039; โยนสภาคองเกรสจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้สอบสวนกรณีรัสเซียป่วนเลือกตั้งสหรัฐ เปิดปากต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ระบุผลการสอบไม่ได้บอกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นจากความผิด แต่ตัวเขาไม่มีอำนาจตั้งข้อหา ต้องเป็นหน้าที่ของสภาคองเกรสดำเนินการเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ แถลงที่กระทรวงยุติธรรมในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนของมุลเลอร์ใช้เวลา 2 ปีในการสอบสวนคำกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559 หรือไม่ ผลการสอบสวนที่เปิดเผยเมื่อเดือนเมษายนสรุปว่า รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งหลายครั้ง และคณะหาเสียงของทรัมป์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียหลายหน แต่ไม่พบการสมคบคิดอย่างผิดกฎหมายระหว่างสองฝ่าย รายงานฉบับนี้ไม่ได้ชี้ชัดด้วยว่าทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำกล่าวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกระหว่างการประกาศลาออกจากกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันพุธที่ 29 พฤษภาคม มุลเลอร์กล่าวว่า แนวทางการทำงานของกระทรวงนี้ไม่อนุญาตให้เขาตั้งข้อกล่าวหาประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ทั้งที่ทรัมป์มีพฤติการณ์ที่อาจขัดขวางกระบวนการยุติธรรมอย่างน้อย 10 ครั้งด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาย้ำว่า การไม่ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีทรัมป์มิได้หมายความว่าทรัมป์ไม่ได้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สภาคองเกรสมีทั้งอำนาจตามรัฐธรรมนูญและความรับผิดชอบที่จะดำเนินการต่อไปในกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์ไม่ได้ใช้คำว่า &amp;quot;ถอดถอน&amp;quot; ระหว่างการแถลง แต่เขาอ้างถึงกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่นอกเหนือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อกล่าวหาประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างเป็นทางการว่ากระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเรามีความมั่นใจว่าประธานาธิบดีไม่ได้กระทำความผิดอาญาอย่างชัดเจน เราคงจะบอกไว้แล้ว&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาอย่างคลุมเครือของมุลเลอร์เปิดช่องให้สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสปลุกกระแสการถอดถอนทรัมป์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.เดโมแครต ซึ่งมีชื่อสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคด้วย เรียกร้องให้คองเกรสเดินหน้าถอดถอนทรัมป์ &amp;quot;มุลเลอร์บอกไว้แจ่มแจ้งว่า รัฐธรรมนูญให้อำนาจคองเกรสดำเนินการ ซึ่งนั่นก็คือการถอดถอน&amp;quot; เธอกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, รัสเซีย, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefe48b4a17d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายงานผลสอบฉบับเต็มชี้ &#039;ทรัมป์&#039; ไล่บี้ปลดอัยการ &#039;มุลเลอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยรายงานผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์โดยคณะของอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ตีปีกรอดมลทินสมคบคิดรัสเซีย แต่เดโมแครตจี้สอบขยายผล หลังรายงานย้ำชัดประธานาธิบดีรายนี้บีบลูกน้องปลดมุลเลอร์เพราะกลัวตกเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารความยาว 448 หน้าฉบับนี้เป็นผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ที่ใช้เวลาสอบสวนยาวนาน 22 เดือน โดยมีการขีดฆ่าปิดบังข้อมูลบางส่วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความมั่นคง บทสรุปหลักๆ นั้นได้รับการเปิดเผยผ่านรายงานฉบับย่อมาแล้วก่อนหน้านี้ ว่าไม่พบการสมรู้ร่วมคิดระหว่างรัสเซียกับทรัมป์หรือทีมงานของเขา เพื่อให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 แต่รายงานฉบับเต็มนี้เผยรายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 ว่ารายงานฉบับเต็มเผยให้เห็นว่าทรัมป์พยายามหาทางปลดโรเบิร์ต มุลเลอร์ พ้นตำแหน่งอัยการพิเศษในคดีนี้ โดยทรัมป์สั่งให้ดอน แม็กแกห์น ที่ปรึกษากฎหมายของทำเนียบขาว บอกกับรักษาการรัฐมนตรียุติธรรมเวลานั้นว่า มุลเลอร์ต้องโดนปลด แต่แม็กแกห์นปฏิเสธทำตามคำสั่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้ มุลเลอร์และคณะทำงานสอบปากคำบุคคลวงในที่ใกล้ชิดกับทรัมป์ ซึ่งได้เปิดเผยสภาพความหงุดหงิดของเขาภายหลังรู้ข่าวว่า หลังจากเขาสั่งปลดเจมส์ คอมีย์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ มุลเลอร์ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการพิเศษสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ รายงานฉบับนี้บรรยายว่า เมื่อรับฟังข่าวเรื่องมุลเลอร์ ทรัมป์พูดว่าเป็นเรื่องแย่มากๆ นี่อาจเป็นจุดจบของตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา เขาจบเห่แล้ว แต่เคลลีแอนน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษาของทรัมป์ ปฏิเสธว่า ทรัมป์ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างที่รายงานกล่าวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิล บาร์ รัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งแถลงทางโทรทัศน์ก่อนเผยแพร่รายงานนี้ ปกป้องพฤติกรรมของทรัมป์ว่า เป็นเพราะทรัมป์หงุดหงิดและโกรธ และในความเป็นจริง ทรัมป์ก็ไม่ได้ขัดขวางมุลเลอร์ในการเข้าถึงเอกสารหรือพยานที่จำเป็นต่อการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รายงานชี้ว่า พฤติกรรมของทรัมป์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแบบแผนเพื่อพยายามโน้มน้าวการสอบสวน ซึ่งส่วนใหญ่ทำไม่สำเร็จ เพราะคนรอบข้างทรัมป์ปฏิเสธจะทำตามคำสั่งหรือยอมตามคำขอของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากกระทรวงยุติธรรมเผยแพร่รายงานนี้ ทรัมป์ทวีตว่า เขาบอกมาตลอดว่าไม่มีการสมรู้ร่วมคิด ไม่มีการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่เนื้อหาในรายงานไม่ได้ลบล้างคำกล่าวหาเขาในประเด็นขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด นอกจากนี้ มุลเลอร์ยังระบุในรายงานด้วยว่า แม้จะไม่พบว่ามีชาวอเมริกันคนใดจงใจร่วมมือกับรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ แต่ทรัมป์ก็มีความสุขที่ได้ประโยชน์จากอุบายสกปรกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบายที่ว่ารวมถึงเรื่องที่วิกิลีกส์เผยแพร่อีเมลที่สายลับรัสเซียแฮ็กจากทีมงานของนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนออกเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดอีสเตอร์ ทรัมป์ยังเก็บอาการดีใจไม่อยู่โดยทวีตว่า วันนี้เป็นวันดี แต่ต่อมาเขาทวีตแก้ต่างกรณีคำสั่งปลดมุลเลอร์ว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และเขามีสิทธิที่จะยุติการหาเรื่องใส่ความทั้งเพนี้ หรือไล่ใครออกก็ได้ ถ้าเขาต้องการ รวมถึงมุลเลอร์ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแนนซี เพโลซี และชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ ตามลำดับ กล่าวว่า รายงานฉบับนี้เผยภาพที่น่าหงุดหงิดของประธานาธิบดีที่ถักทอใยแห่งความหลอกลวง, โกหก และพฤติกรรมไม่เหมาะสม และการทำตัวราวกับว่ากฎหมายไม่ได้บังคับใช้กับเขา ทั้งคู่เรียกร้องด้วยว่า มุลเลอร์ควรเข้าให้การต่อทั้งสองสภาโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34013</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, รายงานผลสอบสวนฉบับเต็ม, อัยการพิเศษสหรัฐ, แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม, โดนัลด์ ทรัมป, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9d570b7941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; โอ่พ้นมลทิน ผลสอบชุด &#039;มุลเลอร์&#039; ไม่พบหลักฐานสมคบรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตีปีกอ้างพ้นมลทินแล้วทั้งหมด หลังผลสอบสวนของอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่ใช้เวลาทำงานนานร่วม 2 ปี ได้บทสรุปว่า ไม่พบหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดระหว่างทรัมป์กับรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 แต่ไม่ได้ฟันธงว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินนานาชาติปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 ว่าอัยการพิเศษมุลเลอร์ประกาศยุติการสอบสวนยาวนาน 22 เดือนของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้ส่งมอบรายงานผลการสอบสวนที่เป็นความลับนี้แก่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ทำบทสรุปความยาว 4 หน้าเปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาร์ยืนยันว่า คณะสอบสวนของอัยการพิเศษมุลเลอร์ไม่พบหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะนำไปสู่การตั้งข้อหา อีกทั้งยังไม่พบว่ามีบุคคลใดในคณะหาเสียงของทรัมป์ &amp;quot;สมรู้ร่วมคิดหรือร่วมมือกับรัฐบาลรัสเซีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้สอบสวนว่า คณะทำงานของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการเลือกตั้งปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากเดโมแครต หรือไม่ ทรัมป์มักโจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot; ภายหลังรู้ผล ทรัมป์รีบประกาศชัยชนะทันที โดยอ้างว่าเขาพ้นความผิดอย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นความพยายามโค่นตำแหน่งอย่างผิดกฎหมายที่ล้มเหลว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว &amp;quot;น่าอายที่ประเทศของเราต้องมาผจญกับอะไรแบบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ออกมาน่าจะเข้าทางทรัมป์และรีพับลิกันที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงและโจมตีคู่แข่งในการเลือกตั้งปี 2563 ขณะที่สมาชิกเดโมแครตหลายคนแสดงความไม่พอใจกับผลการสอบสวน และยืนกรานจะเดินหน้าการสอบสวนโดยสภาคองเกรสเกี่ยวกับการทำธุรกิจและเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวของทรัมป์ต่อไป ทั้งยังเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยผลการสอบสวนฉบับเต็ม โดยเฉพาะประเด็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ เดินออกจากโบสถ์ในกรุงวอชิงตันหลังเสร็จพิธีมิสซาเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายตรงข้ามหลายรายกล่าวหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการสอบสวนคำกล่าวหาเกี่ยวกับรัสเซีย จากกรณีที่ทรัมป์สั่งปลดเจมส์ คอมีย์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เมื่อปี 2560 ประเด็นนี้มุลเลอร์ไม่ได้ให้ข้อสรุปว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าทรัมป์พ้นจากความผิด เขาส่งหลักฐานที่มีให้บาร์เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะดำเนินคดีกับทรัมป์หรือไม่ แต่บาร์และร็อด โรเซ็นสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ลงความเห็นกันว่า หลักฐานที่ได้ไม่เพียงพอต่อการตั้งข้อหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคลุมเครือนี้ทำให้ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ว่ามุลเลอร์ไม่ได้ชี้ว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แสดงให้เห็นว่ามีความเร่งด่วนเพียงใดที่รายงานฉบับสมบูรณ์และเอกสารอ้างอิงต้องได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่รอช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ริชาร์ด เบอร์ ประธานคณะกรรมาธิการการข่าวกรอง วุฒิสภา จากพรรครีพับลิกัน ก็เห็นด้วยเช่นกันว่า บาร์ควรเปิดเผยรายงานของมุลเลอร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนของมุลเลอร์แม้จะไม่พบหลักฐานการทำความผิดของทรัมป์ แต่ผลข้างเคียงนำไปสู่การตั้งข้อหาบุคคล 34 คน อดีตผู้ช่วยคนสำคัญของทรัมป์หลายรายถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดกับรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานหาเสียง, ไมค์ ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของทรัมป์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32223</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมคบคิดรัสเซีย, อัยการพิเศษสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ไม่มีความผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98deba36bc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; จี้อัยการ &#039;มุลเลอร์&#039; ยุติสอบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอีกครั้งให้โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ ยุติการสอบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ ระบุเป็นแค่การหาเรื่องใส่ความ หลังจากอัยการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ได้จากปากคำอดีตทนายความทรัมป์ว่ารัสเซียพยายามเสนอให้ความร่วมมือตั้งแต่ปี 2558 เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐ เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภา ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำปฏิเสธของผู้นำสหรัฐและการกดดันให้ยุติการสอบสวนผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2561 มีออกมาภายหลังคณะสอบสวนของรัฐบาลกลางภายใต้การนำของมุลเลอร์ยื่นเอกสารต่อศาลเมื่อวันศุกร์ ซึ่งไม่ได้เปิดเผยหลักฐานใดๆ ของการสมรู้ร่วมคิดระหว่างรัสเซียกับคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์ แม้ในวันเดียวกันอัยการสหรัฐจะระบุว่า ทรัมป์สั่งให้ไมเคิล โคเฮน ทนายความของเขาในตอนนั้น จ่ายเงินปิดปากผู้หญิง 2 คนที่ทรัมป์เคยมีสัมพันธ์ทางเพศด้วย เพื่อไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวที่จะกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ไม่ได้ตอบโต้เรื่องการจ่ายเงินปิดเรื่องอื้อฉาวทางเพศของเขา แต่ได้พาดพิงถึงเอกสารที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์และอัยการนิวยอร์กยื่นต่อศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา &amp;quot;ถึงเวลาที่การหาเรื่องใส่ความต้องยุติ&amp;quot; ทรัมป์ทวีต พร้อมกับอ้างอิงคำพูดของเจอรัลโด ริเวรา พิธีกรโทรทัศน์ที่เป็นเพื่อนของเขา ด้วยว่าการกล่าวหาว่าทีมงานหาเสียงของเขาสมคบคิดกับรัสเซียนั้นเป็น &amp;quot;ภาพหลอนของการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตก่อนหน้านั้น ทรัมป์โจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ด้วยว่า หลังจากใช้เวลาสอบสวน 2 ปี และตรวจสอบเอกสารหลายล้านหน้า ไม่รวมการใช้เงินไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ข้อสรุปที่ได้คือ &amp;quot;ไม่มีการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แม้เอกสารของอัยการจะไม่ได้เปิดเผยหลักฐานการสมรู้ร่วมคิด แต่ก็ได้ให้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับประเด็นที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์กำลังตรวจสอบ รวมไปถึงข้อมูลจากอัยการรัฐบาลกลางในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งระบุชัดว่า ทรัมป์คือคนสั่งการให้โคเฮนจ่ายเงินปิดปากสตรี 2 คนนี้ และจากการจ่ายเงินนี้ ถือได้ว่าพฤติกรรมของโคเฮนกระทำด้วยเจตนาโน้มน้าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวโดยเจาะจง และเป็นไปตามที่โคเฮนได้รับสารภาพแล้ว ด้วยการจ่ายเงินทั้ง 2 ก้อนนี้ เขากระทำการด้วยความร่วมมือและทำตามคำสั่งของบุคคลที่ 1&amp;quot; อัยการนิวยอร์กกล่าวถึงทรัมป์ในเอกสารคำฟ้องคดีโคเฮน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินปิดปากเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีรัสเซีย แต่เป็นการบรรยายภาพพจน์ของโคเฮน ซึ่งเคยคลุกคลีในกลุ่มผู้ช่วยที่ทรัมป์เชื่อถือ ว่าเขาได้ทำผิดกฎหมายอาญาอย่างกว้างขวาง จงใจ และร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ออกจากศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทนายความของทรัมป์วัย 52 ปีรายนี้เคยรับสารภาพผิดเมื่อเดือนสิงหาคม ว่าได้ฝ่าฝืนกฎหมายทุนหาเสียง จากการจ่ายเงินปิดปากอดีตคู่ขาของทรัมป์ คำฟ้องของอัยการกล่าวว่า โคเฮนหลอกลวงประชาชนที่ออกเสียงเลือกตั้งด้วยการปิดบังข้อเท็จจริงที่เขาเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบันทึกช่วยจำอีกฉบับที่อัยการชุดของมุลเลอร์ส่งต่อศาล กล่าวไว้ด้วยว่า โคเฮนได้รับการติดต่อจากบุคคลสัญชาติรัสเซียคนหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เพื่อเสนอ &amp;quot;ให้ความร่วมมือในระดับรัฐบาล&amp;quot; จากรัสเซีย ซึ่งเป็นการทาบทามหลายเดือนก่อนหน้าที่ทรัมป์จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเป็นการติดต่อกันก่อนหน้าช่วงเวลาที่เคยมีรายงานเรื่องการติดต่อระหว่างสองฝ่ายมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวรัสเซียซึ่งอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับทำเนียบเครมลิน ยังได้เสนอจัดการพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อีกหลายครั้งด้วย โดยเขาอ้างว่าการพบกันจะส่งผลสะเทือนระดับปรากฏการณ์ ไม่เพียงต่อด้านการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงในแง่ธุรกิจด้วย แต่อัยการมุลเลอร์กล่าวในเอกสารว่า โคเฮนไม่เคยติดตามเรื่องนี้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาเรื่องการผสมผเสผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจเข้าด้วยการอาจสร้างปัญหาแก่ทรัมป์ได้ ช่วงกลางปี 2559 ที่ทรัมป์กำลังชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีนั้น ธุรกิจของเขาเคยพยายามขออนุญาตสร้างอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในกรุงมอสโก และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โคเฮนก็รับสารภาพว่าเคยโกหกสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการที่ว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23856</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อัยการสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d24797320a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอเว้นโทษจำคุก &#039;ไมเคิล ฟลินน์&#039; อดีตกุนซือทรัมป์ขี้ปด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการพิเศษสหรัฐสหรัฐทำหนังสือถึงศาลวอชิงตัน เสนอให้ละเว้นการลงโทษจำคุก &amp;quot;ไมเคิล ฟลินน์&amp;quot; อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่รับสารภาพให้การเท็จต่อเอฟบีไอ ระบุฟลินน์ให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์มากต่อการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 สิงหาคม 2556 โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) แถลงอำลาตำแหน่งที่กระทรวงยุติธรรม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้สอบสวนข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 ที่เสนอแนะต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีขึ้นก่อนหน้าที่ศาลแขวงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบียจะมีคำพิพากษาวันที่ 18 ธันวาคมนี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้งใน 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ด้วยว่า อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวที่โดนบีบให้ลาออกหลังเข้ารับตำแหน่งไม่กี่สัปดาห์ อาจเป็นพยานคนสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า ฟลินน์รับสารภาพเมื่อปีที่แล้วว่าเขาโกหกเกี่ยวกับการติดต่อกับคนของรัสเซียภายหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 แต่บันทึกช่วยจำที่มุลเลอร์ยื่นต่อศาลเพื่อเสนอแนะให้ละเว้นโทษจำคุกนั้น เขาระบุว่า ฟลินน์ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนของเขา และการสอบสวนคดีอาญาของหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นที่ไม่เปิดเผย ซึ่งรวมถึงการเข้าให้ปากคำ 19 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์กล่าวว่า ถึงแม้ฟลินน์จะทำผิด &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; แต่อดีตนายพล 3 ดาวและอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของเพนตากอนรายนี้ มีประวัติที่ดีในการทำงานให้กองทัพและงานบริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เป็นบุคคลแรกที่ยอมรับสารภาพผิด ในการสอบสวนโดยคณะของมุลเลอร์เกี่ยวกับคำกล่าวหาว่าคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้ง เขาเป็นบุคคลระดับสูงที่คลุกวงในและติดตามทรัมป์ออกงานสำคัญๆ รวมถึงการปราศรัยสำคัญต่อที่ประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 แล้วต่อมาทรัมป์แต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่ง สถานะของฟลินน์ทำให้เขามีโอกาสเป็นพยานปากสำคัญอย่างที่สุด แต่การที่ฟลินน์เคยให้การเท็จหลายครั้ง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าน่าจะลดค่าความสำคัญในฐานะพยานปากเอกของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 พลเอกไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดินออกจากศาลในกรุงวอชิงตัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เคยให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 หรือ 4 วันหลังทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่ง โดยโกหกเกี่ยวกับคำสนทนาระหว่างเขากับเซอร์เกย์ คิสล์ยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ระหว่างการพบกันเมื่อเดือนธันวาคม 2559 หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งแล้ว ครั้งนั้นมีบันทึกดักฟังคำสนทนาโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ที่เปิดโปงว่าฟลินน์พยายามบ่อนทำลายนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียตอบโต้การแทรกแซงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำสนทนาครั้งนั้น ดูเหมือนฟลินน์พยายามทำความตกลงทางการเมืองกับรัสเซีย โดยบอกให้รัสเซียอดรนไว้ก่อน อย่าเพิ่งตอบโต้ เพราะทรัมป์จะยกเลิกการคว่ำบาตรนี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนจับได้ว่าเขาโกหกรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เรื่องการนัดพบกับทูตรัสเซียครั้งนี้ ฟลินน์ก็ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเดือนมีนาคม 2561 ในการให้ปากคำครั้งที่ 2 กับสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ฟลินน์ก็โกหกอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงก่อนและหลังเลือกตั้ง ที่เขาทำสัญญาวิ่งเต้นมูลค่า 530,000 ดอลลาร์ในนามตัวแทนล็อบบี้ของตุรกี ซึ่งเขาไม่ได้รายงานเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของมุลเลอร์กล่าวว่า ในเวลานั้น จำเลยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และทำหน้าที่ตัวแทนหาเสียงของทรัมป์ โดยได้แสดงทัศนะอย่างเปิดเผยในประเด็นความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้บันทึกนี้จะเสนอโทษสถานเบา แต่มุลเลอร์ก็ไม่ได้แย้มว่าฟลินน์ได้ให้การที่เป็นประโยชน์อะไรไว้ อย่างไรก็ดี ในภาคผนวกมีการปิดบังข้อความหลายช่วงหลายตอนที่บ่งบอกว่า ฟลินน์อาจกำลังช่วยเหลือการสอบสวนของหน่วยงานอื่นที่นอกเหนือจากคณะของมุลเลอร์ด้วย ซึ่งอาจรวมถึงความสัมพันธ์ด้านการเงินระหว่างทรัมป์กับรัสเซียผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23591</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อดีตกุนซือ, เว้นโทษจำคุก, แทรกแซงเลือกตั้ง, โกหกเอฟบีไอ, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ให้การเท็จ, ไมเคิล ฟลินน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c07de7feb322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อปูดข้อซักถาม &#039;ทรัมป์&#039; คดีรัสเซีย เผยอัยการขู่ออกหมายเรียกเข้าให้การ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์เผยแพร่คำถาม 49 ข้อที่คณะสอบสวนของอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ เตรียมไว้ซักถามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงประเด็นการขัดขวางกระบวนการสอบสวนด้วย ขณะวอชิงตันโพสต์เผยอัยการขู่ออกหมายเรียกทรัมป์ให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ซ้าย) โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการพิเศษสอบสวนคดีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐผู้ยืนกรานไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ว่ารายงานข่าวนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่าคนในคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับการที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปลายปี 2559 และทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ บริภาษการเปิดเผยข้อซักถามชุดนี้ว่า &amp;quot;น่าอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์ซึ่งเผยแพร่คำถามชุดนี้เป็นรายแรก กล่าวว่า ทีมทนายความของทรัมป์เป็นผู้รวบรวมคำถาม ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 48 ข้อ และไทมส์ได้รับมาจากใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในทีมทนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทมส์กล่าวว่า คำถามที่อัยการพิเศษมุลเลอร์ต้องการถามทรัมป์ แสดงให้เห็นว่า มุลเลอร์ต้องการคำตอบว่า ทรัมป์รู้เรื่องการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในคณะหาเสียงของเขา กับรัสเซีย หรือไม่ การติดต่อนั้นรวมถึงการพบปะกับทนายความชาวรัสเซียที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในนิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ที่ทนายหญิงรายนี้เสนอจะให้ข้อมูลที่สามารถสร้างความเสียหายต่อนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตหลายข้อความเมื่อเช้าวันอังคาร โจมตีว่า รายงานข่าวนี้เป็นการหาเรื่องใส่ความ &amp;quot;ดูจะเป็นเรื่องยากมากที่จะขัดขวางความยุติธรรมในคดีอาชญากรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้น! ล่าแม่มด!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทรัมป์เป็นผู้ต้องสงสัยอย่างเป็นทางการ หรือมุลเลอร์พบหลักฐานว่าทรัมป์สมคบกับรัสเซีย ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธอีกครั้งเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อคืนวันอังคารว่า มุลเลอร์ได้แจ้งต่อทนายความของทรัมป์เมื่อต้นเดือนมีนาคมว่า เขาอาจขอให้ศาลออกหมายเรียกทรัมป์มาให้การต่อคณะลูกขุนใหญ่ หากทรัมป์ปฏิเสธจะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์บอกด้วยว่า เป็นเพราะคำสนทนาครั้งนั้น ที่ทำให้เจย์ เซคูโลว์ ทนายของทรัมป์ รวบรวมรายการคำถามที่อาจใช้ซักถามทรัมป์ ซึ่งไทมส์นำมาตีพิมพ์โดยระบุว่าคณะของมุลเลอร์อ่านให้ทีมทนายของทรัมป์ฟังทางโทรศัพท์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8375</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อซักถาม, ทรัมป์, รัสเซีย, หมายเรียก, อัยการพิเศษ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9c402819f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
