<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;สั่งตัดGSPไทย โทษฐานเมินหมูสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; สั่งตัดจีเอสพีไทยมูลค่า 2.5 หมื่นล้าน เริ่ม 30 ธ.ค.นี้ โทษฐานไม่ยอมให้ขายหมูมีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ ด้าน &amp;quot;พาณิชย์&amp;quot; พร้อมเดินหน้าช่วยภาคเอกชน เผยสินค้าได้รับผลกระทบมีอาทิ อุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐอเมริกาตัดสินใจระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าของไทยมูลค่า 817 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 25,400 ล้านบาท) ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 สืบเนื่องจาก &amp;quot;การขาดความคืบหน้าอย่างเพียงพอที่จะให้สหรัฐฯ เข้าถึงตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรอย่างเท่าเทียมและสมเหตุสมผล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของทำเนียบขาวกล่าวว่า ในหนังสือที่ทรัมป์ส่งถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งการตัดสินใจดังกล่าวหลังจากการเจรจาต่อรองนานกว่า 2 ปี ระบุว่า &amp;quot;ผมตัดสินใจแล้วว่าไทยไม่ได้ให้ความมั่นใจต่อสหรัฐฯ ว่าไทยจะให้สหรัฐฯ เข้าถึงตลาดของไทยอย่างเท่าเทียมและสมเหตุสมผล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ในการติดตามและบังคับใช้โครงการสิทธิพิเศษทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างจริงจัง สินค้าของไทยที่สหรัฐฯ ตัดจีเอสพีครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 1 ใน 6 ของประโยชน์ที่ไทยได้จากระบบจีเอสพีของสหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สภาผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของสหรัฐฯ (เอ็นพีพีซี) ได้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2551 ขอให้ทางการสหรัฐฯ ดำเนินการกับไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดจีเอสพี ตามแถลงการณ์ของยูเอสทีอาร์ มีอาทิ มะม่วงและสับปะรด, อุปกรณ์ทำเล็บ, ท่อเหล็ก, อัญมณี, ชิ้นส่วนรถยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อาหารแห้ง, อุปกรณ์และเครื่องครัวอะลูมิเนียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ถึงประกาศประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Presidential Proclamation) เกี่ยวกับผลการพิจารณาตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯ ซึ่งครั้งนี้เป็นการทบทวนรายประเทศ (Country Practice) &amp;nbsp;โดยเป็นเรื่องของการเปิดตลาดสินค้าและบริการประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ เนื่องจากสหรัฐฯ เห็นว่าการเปิดตลาดสินค้าของไทยนั้นไม่อยู่ในระดับที่เท่าเทียมและสมเหตุสมผล แม้ไทยจะได้ชี้แจงอย่างต่อเนื่องถึงผลกระทบด้านสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 30 &amp;nbsp;ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตัดสิทธิพิเศษดังกล่าวมีจำนวน 231 รายการ เป็นสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ จริงในปี 2562 &amp;nbsp;จำนวน 147 รายการ มูลค่าการนำเข้าประมาณ 604 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นภาษีที่ต้องกลับไปเสียในอัตราปกติมูลค่าประมาณ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่ได้รับผลกระทบ มีอาทิ อุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์และส่วนประกอบ, พวงมาลัยรถยนต์, ล้อรถยนต์, กระปุกเกียร์, กรอบโครงสร้างแว่นตาทำด้วยพลาสติก, เคมีภัณฑ์, เกลือฟลูออรีน, ที่นอนและฟูกทำด้วยยางหรือพลาสติก, หลอดและท่อทำด้วยยางวัลแคไนซ์, อะลูมิเนียมเจือแผ่นบาง เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกีรติเผยว่า การให้สิทธิจีเอสพีนั้นเป็นการให้ฝ่ายเดียวโดยสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ &amp;nbsp;ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้มาโดยตลอดผ่านเวที TIFA (Trade and Investment Framework Agreement) โดยหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการประสานกับฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ยินดีหากไทยจะหาทางออกร่วมกันในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสิทธิ GSP จะช่วยทำให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าสหรัฐฯ สามารถลดภาระภาษี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมพร้อมมาตรการรองรับผลกระทบจากการระงับสิทธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยแล้ว โดยในเบื้องต้นวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างหลากหลาย &amp;nbsp;อาทิ Online Business Matching สำหรับสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสหรัฐฯ และตลาดใหม่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าไทยในงานแสดงสินค้าในสหรัฐฯ และตลาดใหม่ การส่งเสริมสินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทาง Cross border e-commerce เข้าสู่ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ และตลาดใหม่โดยตรง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือและทำความเข้าใจกับภาคเอกชนตลอดมา เพื่อเตรียมการรองรับและเน้นในเรื่องกลยุทธ์การตลาดที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้ามากกว่าการแข่งขันด้านราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ นำมาใช้เป็นข้ออ้างในการตัดจีเอสพีไทยครั้งนี้ มาจากกรณีที่ไทยไม่ยอมเปิดตลาดเนื้อสุกรและเครื่องในจากหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรดโตพามีนในการเลี้ยง โดยที่ผ่านมาสหรัฐฯ กดดันไทยอย่างหนักและขู่ตัดจีเอสพีมาอย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82422</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ รัชโน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต ไลธีเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d6544d1db9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
