<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนดุสิตโพลเผยทางรอดยุคโควิดให้สร้างงานสร้างอาชีพพักหนี้นักการเมืองไม่ทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.63- สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอด ประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคโควิด &amp;ndash; 19&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,070 คน สำรวจระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 19 มิถุนายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าในด้านปัญหาเศรษฐกิจจะสามารถแก้ไขได้จะต้องเน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ ร้อยละ 81.07 รองลงมาคือ อยากให้มีการพักหนี้ (ไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ร้อยละ 55.23 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของประชาชนให้มากขึ้น ร้อยละ 54.12 มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ร้อยละ 52.78 และรัฐบาลฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจนถึงระดับรากหญ้า ร้อยละ 44.10 จากผลการสำรวจดังกล่าว ทำให้เห็นว่าประชาชนอยากให้เน้นแก้ปัญหาเรื่องการจ้างงาน อยากให้มีงานทำ เพื่อจะได้เกิดรายได้ ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาระดับบุคคลที่เห็นภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ชัดเจน เพราะหากประชาชนมีงานทำ ก็จะได้มีรายได้ มีเงินไว้จับจ่ายใช้สอยนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของสังคมไทย&amp;rdquo; ในด้านสังคมไทยกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า ประชาชนควรยึดหลักพอเพียงในการดำรงชีวิต ร้อยละ 83.56 รองลงมาคือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจให้แก่กัน ร้อยละ 78.67 ทุกคนควรมีสติ มีความอดทน ร้อยละ 74.67 มีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ร้อยละ 73.78 และควรเคารพกติกาของสังคม ร้อยละ 67.33 จากผลการสำรวจดังกล่าว จะเห็นได้ว่าในภาพรวมปัญหาของสังคม เป็นปัญหาที่ทุกคนสามารถแก้ไขร่วมกันได้ ตั้งแต่ยึดหลักการพอเพียงในการดำเนินชีวิต มีน้ำใจต่อกัน มีสติในการใช้ชีวิต ช่วยเหลือกัน โดยอยู่ในพื้นฐานการเคารพกฎหมายของบ้านเมือง ก็จะทำให้ปัญหาสังคมผ่านพ้นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของการเมืองไทย&amp;rdquo; ปัญหาในด้านการเมืองไทย กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ควรทำมากที่สุด คือ นักการเมืองทุกระดับต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 83.67 รองลงมาคือ ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ ร้อยละ 81.21 เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ร้อยละ 74.27 บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ร้อยละ 69.80 และเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำงานอย่างเป็นระบบ ร้อยละ 66.44 จากผลการสำรวจดังกล่าว ทำให้สะท้อนภาพปัญหาทางการเมืองที่&amp;nbsp; คนไทยมองว่ามีปัญหามายาวนานนั้นมาจากปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาด้วยการไม่ทุจริต ไม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง เห็นแก่ประชาชน มีธรรมาภิบาล และต้องให้ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นความคิดและมุมมองของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนไทยที่มองเห็นสภาพปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ โดยอาศัยความร่วมมือตั้งแต่ประชาชนและทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีการพัฒนาในทุก ๆ ด้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69791</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสร้างงาน สร้างอาชีพ, ความพอเพียง, ทางรอดประเทศไทย, สวนดุสิตโพล, โลกยุคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef59fbc379d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ยง&#039; เผยต้องเริ่มผ่อนปรนลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ มั่นใจระบบสาธารณสุขไทยควบคุมโรคระบาดได้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 - นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า โควิด 19 การผ่อนปรนแบบสมดุล เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เราไม่สามารถที่จะกวาดล้างโรคโควิด 19 ให้หมดไปจากโลกเรานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยมีมาตรการค่อนข้างดี ที่สามารถยับยั้งการระบาดของโรค ไม่ให้มากเกิน ไปจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆของเราทำได้ดีกว่ามาก ขณะเดียวกัน ผลกระทบอีกด้านหนึ่งทางด้านเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการผ่อนปรนให้อยู่ด้วยกันได้ และโรคโควิด 19 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ระบบสาธารณสุขรองรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผ่อนปรนจะต้องเริ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น สวนสาธารณะ ถ้ามีการเปิดจะให้เข้าไปเดินได้ แต่จะไม่มีการร่วมวงสนทนา ปูเสื่อพักผ่อน ในกรณีสวนนั้นมีคนมากทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อเข้าไปเดินพักผ่อน การวิ่งอาจจะยังมีข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านอาหาร จะต้องมีมาตรการเข้มงวด ถ้าร้านอาหารในที่โล่งแจ้ง เช่นใต้ต้นไม้ในชนบท หรือสถานที่กว้าง ก็คงไม่เป็นไรในเรื่องสถานที่ จะทำให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ ร้านอาหารในห้องแอร์ หรือที่คับแคบ จะต้องมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด กำหนดระยะห่าง กำหนดการทำความสะอาด การปฏิสัมพันธ์จะต้องทำอย่างไร ที่ชัดเจน ร้านตัดผม ก็คงจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ สัมผัสกันให้น้อยที่สุด ทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ จะต้องใส่หน้ากากอนามัย ลดการสนทนา และจะต้องมีผู้รอให้น้อยที่สุด คงจะต้องดูถึงระบบถ่ายเทของอากาศ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะต้องสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมา ที่เกี่ยวกับ ระยะห่างของบุคคล social distancing&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดในอนาคต ถ้าจะมีการเปิดโรงเรียน เป็นเรื่องใหญ่มาก โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมากและแต่ละห้องเรียนที่มีนักเรียนมาก จะต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์การเรียน online เข้ามาเรียนเฉพาะภาคปฏิบัติ ในเด็กเล็ก ก็ควรมีการจัดระเบียบ จะเป็นการยากพอสมควร การกระทำดังกล่าวจะทำให้โรคทางระบบทางเดินหายใจลดลงไปด้วย โรคมือเท้าปากก็จะน้อยลงไปด้วย โรงเรียนกวดวิชา คงจะไม่สามารถเปิดได้ เพราะการเรียนแบบแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกีฬาที่มีการกำหนดระยะห่างอย่างเช่นว่ายน้ำ น่าจะเปิดได้ กีฬาที่มีระยะห่างอื่นก็ควรเปิดได้ แต่การแข่งขันกีฬา ถ้ามีการแข่งขัน ข้อห้ามไม่ให้มีกองเชียร์หรือผู้ดูอยู่ในสนาม ถ่ายทอดออกมาให้ชมได้ โลกในยุคโควิด 19 จะต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของมนุษย์ ผมเองก็เชื่อว่า ต่อไปก็คงจะชินเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใส่หน้ากากหากัน คงจะไม่ได้อยู่ในสุภาษิตเท่านั้น จะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64168</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โลกยุคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74d4cc8fc7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
