<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย การันตี &#039;2 พระดัง&#039; รักษาศีลบริสุทธิ์ ชี้ไลฟ์ขายขำเอื้อคนดูไม่ต้องไปวัดก็เข้าถึงธรรมะได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ของวัดสร้อยทอง ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ถือเป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาฟังการเทศน์ในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เข้าถึงพระพุทธศาสนาได้ง่ายมากขึ้น ไม่มีส่วนใดในการไลฟ์ที่ผิดพระธรรมวินัย&amp;nbsp;มองว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การหัวเราะที่ถูกมองว่าไม่สำรวมนั้น มองว่าการหัวเราะไม่ใช่เรื่องผิดบาป และการไม่สำรวมในความหมายตามพระพุทธศาสนาคือ ทำผิดโลกวัชชะ ทำในสิ่งที่ทางโลกติเตียน ไม่ได้หมายความว่าห้ามหัวเราะหรือห้ามพูดด้วยศัพท์ของวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พระทั้งสองรูปยังคงปฏิบัติรักษาศีล 227 ข้อ และในศีล 227 ข้อไม่มีข้อใดที่ห้ามไม่ให้พระหัวเราะ ทั้งยังอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา คือ ทางสายกลาง ดังนั้นการหัวเราะของพระทั้งสองรูป ไม่ใช่สิ่งที่ผิดในทางพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การไลฟ์เทศนาธรรมแบบใหม่ของพระทั้งสองรูป ถือเป็นจริต ในทางศาสนาพุทธในสมัยพุทธกาล จริตหมายความว่า เคยเป็นแบบไหนก็เป็นแบบนั้น&amp;nbsp; ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่า มีพระที่ยังไม่บรรลุพระอรหันต์ &amp;nbsp;กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า พระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า &amp;ldquo;ไม่สำรวม&amp;rdquo; ในการเดิน คือกระโดดข้ามคลองเล็กๆ พระพุทธเจ้าตรัสว่า มันเป็น &amp;ldquo;จริต&amp;rdquo; ของท่าน เพราะในชาติภพก่อนพระสารีบุตรเคยเกิดเป็นวานร &amp;nbsp;มาชาตินี้บางครั้งจึงมีจริตเดิมได้ ไม่ถือว่าไม่สำรวมในปัจจุบันหมายถึง เคยเป็นแบบใดก็เป็นแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กำลังขอมติออกหนังสือนิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปเข้ามาชี้แจงนั้น กมธ.ศาสนาฯ ไม่มีสิทธิเรียกพระสงฆ์เข้ามาชี้แจงหรือวินิจฉัยว่าใครผิดถูก ไม่มีอำนาจสอบสวนพระ เพราะคณะสงฆ์มีองค์กรปกครองคณะสงฆ์อยู่ ทั้งมหาเถรสมาคม เจ้าคณะ หรือเจ้าอาวาส&amp;nbsp;สิ่งที่ กมธ.ทำได้คือนิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปเล่าให้ฟังว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีเครื่องวัดว่าหัวเราะแบบไหนสำรวมหรือไม่สำรวม ถ้าจะให้เทศน์ธรรมะแบบโบราณจริงๆ คนรุ่นนี้ไม่ฟังหรอกครับ ใส่ตลกขบขันบ้างเพื่อให้คนสนใจ อาจจะดูหวือหวาบ้างเพราะเป็นถ่ายทอดสด&amp;nbsp;แต่การไลฟ์ก็ไม่มีพระธรรมวินัยข้อใดห้ามไว้ กลับดีเสียอีกที่ในยุค New normal คนไม่ต้องเดินทางไปวัด ก็รับธรรมะที่บ้านได้ เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo; นายนิยมกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115907</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เวชกามา, พรรคเพื่อไทย, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, โลกวัชชะ, ไม่สำรวม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613719fc01cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจารณ์สนั่น! เณรสายแบ๊วโพสต์ภาพยั่วหาคู่เดท พระผู้ใหญ่เตือนหลายครั้งแต่ไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพสามเณร โพสต์ท่าถ่ายภาพเซลฟี่ในร้านกาแฟ พร้อมขึ้นแคปชั่นภาพว่า &amp;ldquo;If you want to date me then buy me a coffee, make me coffee and be coffee! พร้อมคำแปลประโยคดังกล่าวระบุว่า อยากเดทกับฉันใช่ไหม งั้นซื้อกาแฟให้ฉัน,ชงกาแฟให้ฉัน และเป็นกาแฟให้ฉันสิ&amp;rdquo; ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตที่แสดงความคิดเห็นต่อว่าและแชร์โพสต์ดังกล่าวออกมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;เอาอะไรมาต้าน ขอนแก่น วัด...... ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สามเณรรูปนี้ไม่เคยเกรงกลัวสื่อ เพราะเป็นข่าวหลายรอบมากแต่ก่อนยืนหนึ่งในเพจหลวงพี่จัสตินวัดดูยูมีน แล้วก็เพจเจริญพวง เป็นข่าวดัง แต่ยังเป็นแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงวงการผ้าเหลืองอ่าเนาะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยได้พบกับ พระมหาสุขี คัมภีระธรรมโม&amp;nbsp;รักษาการเจ้าอาวาสฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนั้นเพิ่งทราบจากทางสื่อต่างๆ ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นโลกวัชชะ คือสิ่งที่ชาวโลกติเตียน ไม่ถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรงจนต้องอาบัติปาราชิก โดยสามเณรรูปดังกล่าวนั้นชื่อเณรคิว อายุ 18 ปี บวชจากวัดใน จ.กาฬสินธุ์ และมาศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น โดยพระชั้นผู้ใหญ่ได้ให้เณรคิวพร้อมสามเณรรูปอื่นที่บวชเรียนด้วยกันมาจำวัดที่วัดแห่งนี้และเรียนออนไลน์กันตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นก็จะรายงานให้กับทางพระชั้นผู้ใหญ่ให้ทราบตามขั้นตอน และจะมีการพูดคุยภายในวัดของคณะสงฆ์ เพื่อตักเตือนสามเณรรูปดังกล่าวให้ปรับปรุงตัว ให้ระมัดระวังการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยการกระทำดังกล่าวเป็นโลกวัชชะ หรืออาบัติเบา ที่ต้องติเตียนกันให้แก้ไขยังโทษไม่หนัก ไม่ถึงขั้นอาบัติปาราชิกที่จะต้องสึกออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับสามเณรเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับเณรคิว&amp;nbsp;โดยสามเณรรูปดังกล่าว ระบุว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้นก็พอจะเห็นเณรคิวโพสต์ภาพตามที่ปรากฎผ่านสื่อฯแบบนั้นในเฟซบุ๊กบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งไม่เหมาะสมกับสมณเพศ โดยการแก้ปัญหานั้นก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน ที่ผ่านมาเพื่อนสามเณรและพระผู้ใหญ่ ได้ตักเตือนมาแล้วหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เณรคิวนั้นปกติก็ช่วยงานวัด ความประพฤติดีมาตลอด ตั้งใจเรียน แต่เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่วนตัวและมีหลายคนที่ตักเตือนไปซึ่งก็ย้อนมาจุดเดิมคือขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละคนที่จะปฏิบัติตัวให้เข้ากับสมณเพศ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112236</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ถ่ายเซลฟี่, สามเณร, โลกติเตียน, โลกวัชชะ, ไม่เหมาะกับสมณเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a8335a834c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดถูกหามั่วสีกา-อ้างลูกบุญธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.61 - นายอัครชัย ได้ผลธัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง อ.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;จ.พิจิตร และ พระครูวิกรมสมาธิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอ ร่วมกันเจรจาแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับพระครูวิราศธรรมาพร อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ &amp;nbsp;ต.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง สืบเนื่องจากกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คนได้รวมตัวกันประกาศขับไล่เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ โดยให้เหตุผลว่าพระรูปดังกล่าวประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยอนุญาตให้สีกาเข้าไปนอนในกุฏิ&amp;nbsp;อีกทั้งมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาถึงกับประกาศว่า จะไม่ทำบุญตักบาตรและไม่นิมนต์เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์&amp;nbsp;แม้จะบวชมานานกว่า 30 พรรษาแต่ต้องมามีเรื่องฉาวดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านกับวัดเกิดความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวให้เหตุผลว่า ผู้หญิงหรือสีกาที่มานอนในกุฏิเป็นลูกบุญธรรม มาดูแลเนื่องจากพระเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย อีกทั้งมาช่วยเก็บกวาดเช็ดถูกุฏิ ไม่ได้มีเรื่องโลกีย์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทุกครั้งที่ผู้หญิงหรือสีกาที่เป็นลูกบุญธรรมมาเยี่ยมเยียนที่วัดบึงโพธิ์ &amp;nbsp;พระเจ้าอาวาสรูปนี้ก็จะลงมานอนที่กุฏิหลังเล็กไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ชาวบ้านก็ติฉินนินทาว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมส่วนเรื่องอาวุธปืน พระครูวิราศธรรมาพร&amp;nbsp;ก็ยอมรับว่ามีอาวุธปืนลูกซองยาวไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากเป็นมรดกตกทอดและเก็บรักษาไว้ไม่ได้เอามายิงหรือเอามาข่มขู่ใคร&amp;nbsp;หลังจากที่ชาวบ้านรวมตัวกันชุมนุมขับไล่จนกลายเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของวัดบึงโพธิ์ และเสื่อมเสียในแวดวงพระพุทธศาสนาเพราะเป็นข่าวฉาวไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนในที่สุด&amp;nbsp;นายอัครชัย พร้อมคณะก็ได้ร่วมกันเข้าเจรจและได้ข้อสรุปว่า พระครูวิราศธรรมาพร ไม่ขอยึดติดกับลาภยศประกาศขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส แต่ต่อรองว่าจะขอจำวัดปฏิบัติกิจของสงฆ์อยู่ที่วัดบึงโพธิ์แห่งนี้จนกว่าจะถึงวันออกพรรษา จากนั้นก็จะขอไปจำวัดอยู่ที่วัดอื่น แต่ชาวบ้านไม่ยอมจะขับไล่ให้ออกจากวัดภายในวันนี้ สุดท้ายทุกฝ่ายต้องช่วยกันเจรจาไกล่เกลี่ยให้เห็นกับคุณงานความดีที่เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ที่บวชมานานกว่า 30 พรรษา&amp;nbsp;ส่วนเรื่องของความผิดก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงคำบอกเล่า คำนินทา หรือ โลกวัชชะ โลกติเตียน เท่านั้น สุดท้ายชาวบ้านเห็นแก่วัด เห็นแก่พระพุทธสาสนาจึงยอมตามคำร้องขอไกล่เกลี่ยของ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะอำเภอดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่เจ้าอาวาส, จ.พิจิตร, วัดบึงโพธิ์, อ.โพธิ์ประทับช้าง, เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์, โลกติเตียน, โลกวัชชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b974cad96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
