<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกหลังโควิด-19 กับ  7 การปรับเปลี่ยนเขย่าโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวานได้เขียนถึงแนวคิดแก้วิกฤติหลังโควิด-19 ของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านพูดถึงความไร้สมดุลของโลกที่มาจากฐานคิด &amp;quot;ตัวกูของกู&amp;quot; ก่อให้เกิด &amp;quot;โลกไม่พึงประสงค์&amp;quot; เป็นโลกที่ติดอยู่ในวังวนของวิกฤติที่ซ้ำซาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นภาวะโลกป่วนซึ่งไม่เพียงเกิดจากพลวัตของเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากพลวัตของความเสี่ยงและภัยคุกคามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ต้องปฏิวัติอุตสาหกรรมและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการปฏิวัติทางสังคม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ กลายเป็นตัวเร่งสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภายใต้ &amp;quot;7 ขยับ ปรับเปลี่ยนโลก&amp;quot; (7 Major Shifts)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสนใจที่ ดร.สุวิทย์พูดถึงการปรับเปลี่ยนของโลก 7 ด้าน ที่น่าเชื่อว่าจะต้องมากระทบไทยเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ที่ว่าเราจะสามารถเรียนรู้ ศึกษา และปรับมาใช้ได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงอันมโหฬารที่กำลังจะย่างกรายเข้ามาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7 ขยับปรับเปลี่ยนโลกของ ดร.สุวิทย์มีอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 1 การเปลี่ยนแปลง โมเดลตลาดเสรี (Free Market Model) สู่ โมเดลร่วมรังสรรค์ (Co-Creative Model)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นหมายถึงการใช้พลังปัญญามนุษย์ในการขับเคลื่อนแทนการใช้กลไกตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทในการผลิตและรังสรรค์นวัตกรรม เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาความได้เปรียบเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด มาสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Inclusive Innovation) เพื่อขยายขนาดตลาดให้ครอบคลุม &amp;quot;คนไร้และด้อยโอกาส&amp;quot; ในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดรับโมเดลการระดมทุนจากประชาชนโดยตรง (Crowdfunding) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทนทั้งด้านการเงินหรือประโยชน์ทางธุรกิจ แทนการระดมทุนแบบเดิมที่มีเพียงผู้ถือหุ้นและตลาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 2 เดิมเราอยู่ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย การแข่งขันในการผลิตและการบริโภค (Competitive&amp;nbsp; Mode of Production &amp;amp; Consumption) ผ่านโมเดลการลงทุนของเอกชน (Private Investment Model)&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;quot;การผลิตเพื่อขาย&amp;quot; (Making &amp;amp; Selling) เกิดการแข่งกันผลิตและบริโภค ความอยู่ดีมีสุขตกอยู่กับคนจำนวนน้อย (Well-Beings of the Few) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันโลกกำลังก้าวสู่ การผนึกกำลังในการผลิตและการบริโภค (Collaborative Mode of Production &amp;amp; Consumption) ผ่านแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม (Open Collaborative Platform) ที่ดำเนินไปพร้อมกับแนวคิด การเกื้อกูลและแบ่งปัน (Caring &amp;amp; Sharing) เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขให้คนหมู่มาก (Well-Beings of the Mass)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 3 เดิมเรามุ่งพัฒนา การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) ภายใต้ฐานแนวคิดที่เชื่อว่า ความโลภ (Greed) ทำให้เกิดการเติบโต (Growth) หรือ &amp;quot;Greed2Growth&amp;quot; และ &amp;quot;Growth2Greed&amp;quot;&amp;nbsp; แนวคิดมุ่งเน้นไปสู่การเพิ่มปริมาณการผลิตและบริโภค ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แต่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ด้านความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจำต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดไปสู่ การขับเคลื่อนที่สมดุล (Thriving in Balance) จากเดิมที่มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ สู่การให้ความสำคัญกับ 4 มิติ ได้แก่ การสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความอยู่ดีมีสุขในสังคม ควบคู่กับความยั่งยืนของธรรมชาติ บนรากฐานของศักดิ์ศรีและภูมิปัญญามนุษย์ โดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า &amp;quot;Good2Growth&amp;quot; และ &amp;quot;Growth2Good&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 4 การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ (People for Growth) มองมนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยการผลิต มุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพในตัวมนุษย์ ทำให้เกิดภาระหน้าที่ของคนทำงานเกินความจำเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันองค์กรก็สร้างภาพลักษณ์ของตนให้เป็น Looking Good, Looking Well (ผ่านการทำ Pseudo-CSR)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากต้องการสร้างความยั่งยืนในโลกหลังโควิด-19 การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของมนุษย์ (Growth for People) จึงเป็นเรื่องสำคัญ การสร้างหลักประกันความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต ยกระดับทักษะ เติมเต็มศักยภาพ เปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม และปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะช่วยเปลี่ยนภาพองค์กรให้เป็น Being Good, Being Well อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 5 เราอยู่กับ ชีวิตที่ร่ำรวยทางวัตถุ (Economic Life) ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และโหยหาความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด จนนำพาไปสู่ชีวิตที่ไร้จุดหมาย รวมถึงการพัฒนาทักษะเพื่อการใช้งาน (Head &amp;amp; Hands) กับความเชื่อที่ว่า ยิ่งมาก ยิ่งได้ ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิด &amp;quot;ความอับจนบนความมั่งคั่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากต้องการความปกติสุขในโลกหลังโควิด-19 เราต้องเปลี่ยนชีวิตให้เป็น ชีวิตที่รุ่มรวยความสุข&amp;nbsp; (Balanced Life) เป็นชีวิตที่มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เข้าใจคุณค่าของการมีชีวิตและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น พัฒนาทักษะความฉลาดรู้ในการใช้ชีวิต (Heart &amp;amp; Harmony) และพัฒนาทักษะเพื่อใช้ในการทำงาน (Head &amp;amp; Hands) ปรับความคิดเป็น ยิ่งปัน ยิ่งได้ ซึ่งเป็นวิธีที่จะนำชีวิตไปสู่ &amp;quot;ความรุ่มรวยบนความพอเพียง&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 6 เดิมเราติดกับดักของ เศรษฐกิจเส้นตรง (Linear Economy) ซึ่งเป็นระบบที่นำทรัพยากรมาผลิตสินค้าตาม &amp;quot;ห่วงโซ่คุณค่า&amp;quot; (Value Chain) โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; คิดเพียงแต่มุ่งสร้างกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้ทำให้เราต้องปรับระบบเศรษฐกิจมาเป็น เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นระบบที่นำสิ่งเหลือใช้และทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ใหม่ มุ่งเน้นความประหยัดในปัจจัยนำเข้า ประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากผลผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับที่ 7 ที่ผ่านมามนุษย์ดำเนินชีวิตในรูปแบบ การตักตวงผลประโยชน์จากส่วนรวม คิดถึงแต่การเอาความดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น และผลประโยชน์ที่ตกกับลูกหลานตนเองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกหลังโควิด-19 มนุษย์ต้องหันมาฟื้นฟู เยียวยา รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ไตร่ตรองถึงข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นในสิ่งดีๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องมองหาข้อดีที่มีในสิ่งที่แย่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนความคิดการสร้างประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง มาเป็นการคิดสิ่งดีๆ เพื่อคนส่วนใหญ่และคนรุ่นหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มนุษย์ใช้ชีวิตที่มุ่งเน้นสู่การแข่งขันทั้งในระดับปัจเจกบุคคล องค์กร และประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อได้เผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ทำให้ตระหนักว่ามนุษย์เราไม่ได้ถูกแบ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์กรหรือประเทศอีกต่อไป แต่เป็นพลเมืองของโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้น การฟื้นฟูโลกให้ดีขึ้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของเราทุกคน เพื่อความสงบสุขและความอยู่ดีมีสุขที่จะเกิดขึ้นกับเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากคนไทยเราตระหนักบางข้อของ 7 ประเด็นนี้และเริ่มทำอย่างจริงจัง บางทีอาจจะยังไม่สายเกินไป. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74832</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, โลกหลังโควิด-19 กับ  7 การปรับเปลี่ยนเขย่าโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
