<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกหลังโควิด: ไม่ใช่แค่ Restart แต่ต้องเป็น Reset</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โลกหลังโควิด&amp;quot; เป็นอย่างไร? เป็นหัวข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง...ปัญหาอยู่ที่ว่าเกือบทุกประเทศและทุกสังคมกำลังสาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีเวลาหรือทรัพยากรและสมาธิพอที่จะคิดถึงอนาคตข้างหน้าได้มากมายนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมสนใจว่าหลังโควิด &amp;quot;ระเบียบโลกใหม่&amp;quot; จะออกมาในรูปแบบไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าคิดต่อว่า &amp;quot;โลกาภิวัตน์&amp;quot; หรือ globalization จะถูกปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกจะแบ่งเป็นสองค่ายเป็นตะวันตกและตะวันออกที่เรียกว่า decoupling จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากโลกถูกแบ่งเป็นสองค่ายจริง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีจะมีรูปร่างหน้าตาต่างกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าหลังโรคระบาดหายไป โลกจะไม่เพียงแต่ต้องเริ่มต้นใหม่ (restart) แต่ยังต้องปรับใหม่หมด (reset) ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือโลกจะถูกแบ่งตามกลุ่มก้อนทางเศรษฐกิจ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ จะนำกลุ่มเศรษฐกิจกับแคนาดาและเม็กซิโก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุโรปจะหันไปสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของตนเองที่แยกตัวจากสหรัฐฯ ที่เคยเป็นแกนนำของโลกตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเอเชียจะหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มก้อนทางเศรษฐกิจ เช่น RCEP และ CPTPP หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเป็นเช่นนั้นจริงเราจะเห็นโลกแบ่งเป็นสามขั้วใหญ่ที่มี สหรัฐฯ, เยอรมนี-ฝรั่งเศส และจีนเป็นหัวหน้ากลุ่มก้อนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทนที่จะเป็น Globalization ก็จะกลายเป็น Regionalization หรือจาก &amp;quot;โลกาภิวัตน์&amp;quot; ก็กลายเป็น &amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิภาคนิยม&amp;quot; ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือหากมีการประสานระหว่างเอเชียกับยุโรปและแอฟริกาใกล้ชิดยิ่งขึ้น ก็อาจจะแบ่งเป็น 3 ค่ายที่แบ่งกลุ่มตามผลประโยชน์ร่วมกันทางเศรษฐกิจที่มีชื่อว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;North American Free Trade Area
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Eurafrican Economic Union และ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Eurasian Economic Union
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในแนวคิดและวิถีปฏิบัติของประเทศต่างๆ อย่างน่าสนใจยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสงครามโลกครั้งที่สองมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจของโลก อเมริกาผงาดเป็นมหาอำนาจขณะที่ยุโรปถูกบดบังด้วยรัศมีของสหรัฐฯ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสงครามโลกครั้งที่สองจีนยังอ่อนแอ คอมมิวนิสต์เข้ายึดอำนาจ ญี่ปุ่นกับเยอรมนีแพ้สงคราม ต้องใช้เวลาเลียแผลหลายปี แต่ก็สามารถสร้างตนเองจนเป็นประเทศเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกได้อย่างน่าทึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลัง &amp;quot;สงครามโควิด&amp;quot; ครั้งนี้เราจะเห็นการปรับเปลี่ยนดุลแห่งอำนาจของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนจะผงาดมาเคียงบ่าเคียงไหล่สหรัฐฯ ขณะที่ยุโรปถูกเบียดลงไปอยู่อันดับสามของโลกที่ไม่จำเป็นต้องเดินเคียงคู่กับสหรัฐฯ เสมอไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุโรปอาจปรับระดับความสำคัญ ขยับมาใกล้จีนมากขึ้น และสามารถต่อรองกับสหรัฐฯ ได้มากขึ้นด้วย มีการสร้างความสัมพันธ์ผ่านระบบเศรษฐกิจใหม่กับจีน แอฟริกา และเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเราจะเห็นญี่ปุ่นและอินเดียปรับบทบาทของตัวเองอย่างแข็งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหนึ่งทั้งสองประเทศใหญ่ของเอเชียต้องการจะประสานมือกันเพื่อต้านการขยายอิทธิพลของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อีกด้านหนึ่งทั้งอินเดียและญี่ปุ่นก็ต้องการจะค้าขายและร่วมลงทุนกับจีน หากสามารถกลบฝังความระหองระแหงในอดีตได้ในระดับที่น่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นว่าอาเซียนที่รวมกัน 10 ประเทศและมีประชากรเกือบ 600 ล้านคนนั้น เป็นกลุ่มก้อนที่มีอำนาจต่อรองไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นหน้าที่ของไทยเราที่จะต้องผลักดันให้เกิดการ reset ของอาเซียนในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมอย่างเป็นระบบเพื่อเป็นอีก &amp;quot;ขั้ว&amp;quot; หนึ่งในระเบียบโลกใหม่ ที่จะสามารถผลักดันให้มีนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างประเทศใหม่หลังโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้อ่านบทวิเคราะห์ของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา &amp;nbsp;วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในมุมมองที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง &amp;quot;กระบวนทัศน์การพัฒนา&amp;quot; ที่น่าสนใจ เพราะเป็นประเด็นในประเทศที่น่าจะโยงใยถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ระดับโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้คุยกันเรื่อง &amp;quot;โลกหลังโควิด&amp;quot; ในมุมมองของ ดร.สุวิทย์ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74627</URL_LINK>
                <HASHTAG>Eurafrican Economic Union, Eurasian Economic Union, globalization, North American Free Trade Area, กาแฟดำ, โลกหลังโควิด, โลกาภิวัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทักษิณ-ธนาธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำตอน ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่การเมืองใหม่ๆ ได้หรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาดูดาวเท้าติดดิน....ก้าวสู่เวทีการเมือง ด้วยภาพลักษณ์ของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
&amp;nbsp;พร้อมคำประกาศได้ยินกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้ามาเล่นการเมืองเพราะอยากทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ผมรวยแล้วผมไม่โกง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเป็นไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลประโยชน์ทับซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุจริตเชิงนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ ทักษิณ บริหารประเทศ เครือข่ายธุรกิจของ ทักษิณ และบริวาร ได้รับอานิสงส์กันทั่วหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บิ๊กเบิ้มไทยซัมมิท อาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งเก้าอี้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งทางการเมือง กับธุรกิจครอบครัว ทับซ้อน และส่อให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ &amp;quot;ทักษิณ-สุริยะ&amp;quot; สะกดคำว่าสปิริตไม่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สุริยะ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ไทยซัมมิท มีบริษัทลูกนับร้อยบริษัท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลายบริษัทได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลในขณะนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอน ไม่เฉพาะไทยซัมมิทที่ได้ประโยชน์ บริษัทอื่นก็ได้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นนโยบายช่วยเหลือภาคธุรกิจไม่ได้เจาะจงว่าเป็นของใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ต้องเท้าความถึง เพราะ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปพูดหลายที่ และหลายครั้งพูดเรื่องเดียวกันแต่ดันไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอาจสะท้อนแนวคิดที่เข้ามาเล่นการเมืองว่า อาจซ้ำรอย ทักษิณ หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวยแล้วไม่โกง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใครรู้อนาคตว่า อนาคตใหม่ ภายใต้การนำของ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; จะได้เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามที่เขาประกาศไว้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทักษิณประกาศและได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจ ซึ่งจบด้วยการโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทัศนะที่น่าสนใจของ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ให้สัมภาษณ์ themomentum.co เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับคำถามที่ว่า การที่คุณมีโปรไฟล์เป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้า คนก็อาจตั้งแง่ว่า นี่ไง นักธุรกิจลงมาเล่นการเมืองอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...(ยักไหล่)... คุณจะให้ผมทำยังไง ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ถ้านิยามตัวผมว่าผมคือใคร ผมคือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ไม่เกรงกลัวโลกาภิวัตน์ ผมคือนักผจญภัยที่กล้าเสี่ยง ผมคือคนที่มีใจรักความยุติธรรม แล้วลงมาทำด้วยตัวเอง ถ้าผมไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ การยอมรับจากสังคมก็คงไม่มีมากขนาดนี้ &amp;nbsp;ดังนั้น ถามว่ามันเป็นข้อดีหรือข้อเสียในการเป็นนักธุรกิจมาก่อน ผมว่าเป็นข้อดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอน คนอาจเคลือบแคลงต่อธุรกิจของผม แต่ผมบอกเลยว่าธุรกิจของผมเป็นธุรกิจที่เปิดเสรี ผมแทบจะนึกอะไรไม่ออกเลย ที่อำนาจรัฐจะทำให้ผมมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น มันเป็นธุรกิจที่เสรี ใครอยากจะตั้งโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ก็สามารถตั้งได้เลย กำแพงที่จะกีดกันผู้เล่นรายใหม่มันน้อยมาก ทุกวันนี้คู่แข่งของเราแทบจะไม่ใช่คู่แข่งในประเทศอยู่แล้ว แล้วในเวทีที่บริษัทเราไปตั้งในต่างประเทศ คู่แข่งของเราคืออินเดีย เวียดนาม จีน อเมริกา ญี่ปุ่น เป็นคู่แข่งระดับโลก กฎกติกาเป็นสากล ในธุรกิจนี้ไม่มี local content (ข้อบังคับว่าอุตสาหกรรมหนึ่งๆ ต้องใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ห้ามนำเข้า) ไม่สามารถปกป้องธุรกิจท้องถิ่นได้ ต่อให้พวกเราได้เป็นรัฐบาล แล้วรัฐบาลยก local content ขึ้นมาก็ผิดกฎองค์การการค้าโลก (WTO)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ผมนึกอะไรไม่ออกเลยว่า ถ้าพรรคของผมเป็นรัฐบาลแล้ว จะเป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มให้กับตัวเองได้อย่างไร ธุรกิจที่เปิดการแข่งขันเสรีอย่างที่ไทยซัมมิททำอยู่ คนที่จะพึ่งพาคือตัวเราเอง ในวันที่ผมทำงานอยู่ ผมไม่เคยคาดหวังหรือขออะไรจากภาครัฐ นอกจากสิทธิที่อุตสาหกรรมทั่วไปได้อยู่แล้ว ก็คือ BOI แต่สิทธิตัวอื่นที่เฉพาะเจาะจงนั้นไม่มี ที่ผ่านมาเรายืนบนขาตัวเองตลอด ทำอย่างไรจะผลิตสินค้ามีคุณภาพ ทำอย่างไรให้บริการเราฉับไวตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เต็มที่ ทำอย่างไรจะเพิ่มนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพในองค์กรได้ ทุกวันเราหายใจเข้าหายใจออกเป็นเรื่องเหล่านี้ มันเป็นข้อดีที่ทำให้ผมเป็นแบบผมได้ ถ้าเป็นธุรกิจที่ต้องขอสัมปทาน ต้องพึ่งพาหรือสัมพันธ์กับรัฐมาก ผมอาจไม่สามารถแสดงจุดยืนทางการเมืองแบบนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาช่วงหลังสงกรานต์ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; บรรยายพิเศษบนเวที &amp;quot;Who talk&amp;quot; ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....ต้องยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เพราะสิทธิพิเศษนี้กำหนดให้บริษัทที่มีเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไม่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องจ่ายภาษีจึงไม่เป็นธรรม รวมถึงต้องเก็บภาษีหุ้นนิติบุคคล จากที่เคยมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี คือไม่ต้องจ่ายภาษีจากการลงทุนและการซื้อหุ้นขายหุ้น &amp;nbsp;ซึ่งผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคนในสังคมส่วนใหญ่.... &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันหมายถึงอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันหนึ่งบอกว่า ไม่เคยคาดหวังหรือขออะไรจากภาครัฐ นอกจากสิทธิที่อุตสาหกรรมทั่วไปได้อยู่แล้ว ก็คือ BOI&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาอีกวันบอกว่า &amp;quot;ต้องยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน&amp;quot; ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และใช่ว่าบริษัทเล็กจะไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะก้าวสู่การเมืองหรือเปล่าที่ต้องพูดให้ตัวเองดูดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมา บริษัทในเครือไทยซัมมิทน้อยใหญ่ ได้สิทธิประโยชน์ไปเท่าไหร่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามีความคิดเช่นนี้แต่แรกทำไมถึงขอรับสิทธิประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดูไว้...ทักษิณเข้ามาใหม่ๆ ใช้การตลาดสร้างภาพจนประชาชนตายใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายวันนี้ไม่มีแผ่นดินอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาดูดาวเท้าติดดิน, ทักษิณ ชินวัตร, ทุจริตเชิงนโยบาย, ธุรกิจครอบครัว, ผมรวยแล้วผมไม่โกง, ผักกาดหอม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อ่านเอาเรื่อง, โลกาภิวัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
