<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาออกแล้ว!ป้ายผ้าประท้วงไม่เอา&#039;รพ.สนาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - กรณีช่วงเย็นวันที่27 เม.ย.64 โลกโซเชียลมีการโพสต์ภาพพร้อมระบุว่า &amp;ldquo; ชาวนาเคียนประกาศเผา รพ.สนามคัดค้านสร้าง รพ.สนาม ใช้ชื่อว่าชาวนาเคียนไม่เอา รพ.สนาม มีการเขียนป้ายผ้าด้วยสีแดงว่า เราชาวนาเคียนไม่เอาโรงพยาบาลสนามถ้าเทศบาลตั้งชาวบ้านจะเผา และระบุว่าให้ไปตั้งที่บ้านปลัด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตเข้าแสดงความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เห็นว่า การทำอย่างนี้เป็นการทำให้คนนครศรีธรรมราช อับอาย เพราะเกรงว่าจะมีการเหมารวมทั้งจังหวัด สถานการณ์อย่างนี้ควรต้องช่วยเหลือกัน ทุกวันนี้แพทย์ พยาบาล บุคลากรแพทย์ ก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว อย่าให้ต้องขาดแคลนเตียงคนไข้อีกเลย พร้อมกับเชื่อว่า คนนาเคียนส่วนใหญ่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ซึ่งป้ายผ้าดังกล่าวถูกนำมาติดไว้บริเวณหน้าหอประชุมเมือง ภายในสวนสาธารณะ สมเด็จพระศรีนครินทรา 84 หรือ ทุ่งท่าลาด ต.นาเคียน อ.เมือง แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำป้ายผ้าดังกล่าวมาติดไว้หน้าหอประชุมเมือง เทศบาลฯ ขณะที่อำเมืองนครศรีธรรมราช มีประกาศแจ้งให้ทราบว่า ยังไม่มีแผนที่จะสร้าง รพ.สนาม ที่หอประชุมเมืองดังกล่าว และการจัดตั้ง รพ.สนาม ต้องผ่านมาติคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา (28 เม.ย.64) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ ที่หน้าหอประชุมเมือง สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทรา 84 หรือ ทุ่งท่าลาด ต.นาเคียน อ.เมือง จุดที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีกลุ่มคนไม่ทราบจำนวนเดินทางพร้อมนำป้ายผ้าเขียนข้อความระบุ ไม่เอาโรงพยาบาลสนาม จนเป็นที่สนใจของโลกโซเชียลนั้น พบว่าป้ายผ้าทั้งหมดถูกเก็บไปหมดแล้ว ส่วนหอประชุมมีการปิดประตู ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าภายใน เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ ที่ทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะเปิดประตูหอประชุมเมืองเฉพาะช่วงที่มีการจัดกิจกรรมเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสอบจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลหอประชุมเมือง และแม่บ้าน ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 17.00 &amp;ndash; 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลารอยต่อระหว่างการสลับเวรของเจ้าหน้าที่ฯ เจ้าหน้าที่จึงไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มใดที่นำป้ายผ้าดังกล่าวมาปิดประท้วงหน้าหอประชุมเมือง แต่ช่วงเช้าวันนี้พบว่าป้ายผ้าทั้งหมดถูกนำออกไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาออกกำลงกายภายในสวนสมเด็จฯ เผยว่า ตนมาออกกังกายทุกเช้าที่สวนสมเด็จฯ ส่วนตัวเห็นด้วยหากมีการนำหอประชุมเมือง เป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ เพราะมองว่าทุกวันนี้หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจนล้นโรงพยาบาล ก็สมควรที่จะตั้งโรงพยาบาลสนาม ส่วนตัวไม่กลัวหากตั้งโรงพยาบาลสนามที่หอประชุมเมือง และยืนยันเดินทางมาออกกำลังกายทุกเช้าเหมือนเดิม แม้ว่ามีโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนาเคียน, นครศรีธรรมราช, รพ.สนาม, โลกโซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088d02677620.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลชี้ชัด&#039;ประชาชนรักในหลวง&#039;คนส่วนน้อยในโลกโซเชียลที่เห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ย.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนรักในหลวง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,214 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงความสำนึกและความรักของประชาชนต่อในหลวง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 เชื่อว่า ประชาชนผู้ใจเป็นธรรม รักในหลวง รองลงมาคือร้อยละ 97.9 สำนึกว่า ในหลวง ทรงงานอยู่เบื้องหลังช่วยเหลือประชาชนและวิกฤตชาติ เช่น ช่วย 13 ชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง แก้วิกฤตโควิด-19 แก้ปัญหาที่ทำกินของเกษตกร และ โคกหนองนาโมเดล เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.4 สำนึกว่า ในหลวง ทรงเสี่ยงชีวิตและสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.3 สำนึกว่า ในหลวง ทรงสละทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อประชาชนด้านต่าง ๆ เช่น สุขภาพ และการศึกษา เป็นต้น และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 สำนึกว่า ในหลวง ทรงรักประชาชนอย่างเท่าเทียม แม้แต่ในกลุ่มผู้มีอคติ ถูกยุยงปลุกปั่น ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกแบ่งเป็นกลุ่ม เยาวชน และ กลุ่มที่ไม่ใช่เยาวชน พบส่วนใหญ่ของทั้งสองกลุ่ม มีความสำนึกและความรัก ในหลวงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 ของกลุ่มเยาวชน และร้อยละ 98.7 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน เชื่อว่า ประชาชนผู้ใจเป็นธรรม รักในหลวง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.5 ของกลุ่มเยาวชน และร้อยละ 98.2 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน สำนึกว่า ในหลวง ทรงงานอยู่เบื้องหลังช่วยเหลือประชาชนและวิกฤตชาติ เช่น ช่วย 13 ชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง แก้วิกฤตโควิด-19 แก้ปัญหาที่ทำกินของเกษตรกร และโคกหนองนาโมเดล เป็นต้น ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.2 ของกลุ่มเยาวชนและส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.7 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชนสำนึกว่า ในหลวง ทรงเสี่ยงชีวิตและสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.4 ของกลุ่มเยาวชน และร้อยละ 97.7 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน สำนึกว่า ในหลวง สละทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อประชาชนด้านต่าง ๆ เช่น สุขภาพ และการศึกษา นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ของกลุ่มเยาวชน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.3 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน สำนึกว่า ในหลวง ทรงรักประชาชนอย่างเท่าเทียม แม้แต่ในกลุ่มผู้มีอคติ ถูกยุยงปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 อยากเห็น ประชาชนพิจารณาแยกแยะเรื่องส่วนตัวของประชาชนแต่ละคนเอง ว่าเป็นอย่างไร และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.1 อยากเห็น ประชาชนผู้มีสัมมาทิฏฐิ จิตใจบริสุทธิ์เป็นกลางแท้จริง ต่อต้านข่าวใส่ร้าย ต่อต้านการคุกคามในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลนี้ชี้ชัดว่า &amp;ldquo;ประชาชนรักในหลวง&amp;rdquo; ส่วนที่เหลือคือคนส่วนน้อยที่เห็นต่างแต่ต้องให้ความสำคัญความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติของกลุ่มคนเห็นต่างด้วยจะประมาทไม่ได้เพราะคนส่วนน้อยกำลังใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือยุยงปลุกปั่นทำคนไทยแบ่งเป็นสองขั้ว สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาที่ลุกลามบานปลายได้ ทางออกคือ ต้องออกแบบเป็นโปรแกรมชุดโครงการในการปกป้องเทิดทูนในหลวงและสถาบันหลักของชาติโดยต้องทำอย่างเป็นระบบด้วยหลักปฏิบัติที่ว่า &amp;ldquo;วิเคราะห์จิต พิชิตใจ เข้าถึงทุกกลุ่ม ครอบคลุมเป้าหมาย&amp;rdquo; ผ่านการประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) ที่กระชับ ไม่สะเปะสะปะ ต่างคนต่างทำแบบเส้นหวายที่ฟาดไปทีละเส้นเพราะนั่นมันไร้พลัง แต่ต้องมัดรวมกันเป็นกำที่มากพอ เพื่อทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนสู่เป้าหมายที่ตั้งมั่นไว้ โดยไม่ปฏิบัติต่อประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู แต่ให้ถือเป็นสิ่งในร่างกายประเทศที่กระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากขึ้นในจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดินและปกป้องรักษาในหลวงและสถาบันหลักของชาติได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลโพลนี้สุ่มสำรวจกับคนในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล จึงเป็นเสียงของคนที่มีตัวตนแท้จริงไม่ใช่คนอวตารในโลกโซเชียล และไม่มีการเสนอตัว ไม่มีการจัดตั้งฝูงคนเข้ามาตอบแบบสอบถามในการสำรวจนี้&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85188</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ประชาชนรักในหลวง, โลกโซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc059379ee90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อคิดดีๆจาก&#039;หมอภาคย์&#039;การใช้ชีวิตให้มีความสุขในยุคแห่งโลกโซเชียล   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ภาคย์ โลหารชุน&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เรื่องราวของผมกับการใช้ชีวิตให้มีความสุขในยุคนี้ยุคแห่งโลกโซเชียล &amp;nbsp; ใครๆก็มีอิสระ มีสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น....จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่โดนการวิพากษ์วิจารณ์จากใครๆแม้กระทั่งคนที่เราไม่เคยรู้จักเลยก็ตาม &amp;nbsp;เมื่อได้เจอกับการวิจารณ์เหล่านี้..ให้ค้นหาประโยชน์ต่อเราเองที่ได้จากแนวคิดวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคลเหล่านี้....อาจจะพบว่า &amp;nbsp;เมื่อเราวางใจกลางๆ..จะพบว่าบางอย่างก็มีประโยชน์ &amp;nbsp;เราจะได้ความรู้เพิ่มขึ้น ได้มองเห็นในอีกมุมที่เราไม่เคยเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่!!ถ้ามาแบบเกินความเหมาะสม ทั้งทัศนคติ การใช้ภาษาไปในทางลบหรือต่อว่าด่าทอ ดูถูกดูแคลน หรือ Bully &amp;gt;&amp;gt; #สิ่งแรกที่ผมทำคือตั้งสติแล้วสังเกตดูระดับอารมณ์ความพลุ่งพล่านในจิตใจ ตามดูความคิดตามดูอารมณ์ของเราเอง ว่ามันพลุ่งพล่านมากน้อยแค่ไหน แล้วเวลาผ่านไปมากน้อยเท่าไหร่มันถึงจะอ่อนกำลังหรือดับลง (ความคิดอารมณ์นี้มันไม่พ้นกฎเกณฑ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอฝึกไปเรื่อยๆความพลุ่งพล่านจะน้อยลงๆ เวลาน้อยลงๆในการที่สภาพจิตปรับกลับเข้าสู่ความปกติ &amp;nbsp;ต้องขอบคุณคนเหล่านั้นที่ให้เราได้ฝึกพัฒนาขัดเกลาระดับความละเอียดของจิตใจ สุดท้ายเราได้ทั้งฝึกสติ เกิดปัญญา ฝึกอภัยและเมตตา เกิดประโยชน์ต่อเราเองทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีคนมาไม่ชอบเรา หรือ เกลียดเรา ถ้าเราผิดจารณาตามความเป็นจริง ไม่อคติเข้าข้างตนเองแล้วว่าเราไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร หรือ เจตนาบริสุทธิ์ไม่ได้คิดร้ายต่อใคร &amp;nbsp;ก็ปล่อยวางให้ใจเราสบายๆได้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าจิตใจของเราได้พัฒนาและมีคุณภาพ สงบขึ้น นิ่งขึ้น เข้มแข็งขึ้นและมีพลังจากข้างใน &amp;nbsp;ความโกรธ เกลียด หรือไม่ชอบไม่พอใจใคร ถ้ามีสะสมอยู่ข้างใน มันมีผลคุณภาพจิตใจ ยิ่งสะสมเยอะยิ่งเป็นผลเสียกับตนเอง &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เราต้องฝึก ฝึก และก็ฝึก ทุกวัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75974</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ชีวิต, พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, โลกโซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b6f2e18e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
