<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ผุดรถไฟติดแอร์สู้ศึกโลว์คอสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าในอนาคต รฟท.ตั้งเป้าพลิกโฉมรถไฟโดยสารให้ก้าวไปสู่ระบบไฟฟ้าที่มีการเดินรถไฟปรับอากาศ ขณะนี้ได้เริ่มต้นดำเนินโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการในปี 2564 จากนั้นรฟท.มีแผนต่อขยายสายสีแดงไปทุกมุมปริมณฑล ด้านทิศเหนือ ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเชื่อมต่อไปถึงสถานีบ้านภาชี จังหวัดอยุธยา ด้านทิศตะวันตก ช่วงบางซื่อ-ศาลายา-นครปฐม และทิศใต้ช่วง บางซื่อ-หัวลำโพง-มหาชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตอนนี้ครม.ได้อนุมัติการก่อสร้างโครงการช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายาและช่วงตลิ่งชัน-ศิริราข จะทยอยออกTOR และเปิดประมูลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าสำหรับแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในการเดินรถขั้นต่อไปนั้นวางแผนไว้ 2 ระยะ เริ่มจากเฟส 1 รัศมี 300 กม. สายเหนือ ช่วงกรุงเทพ-นครสวรรค์ สายใต้ช่วงกรุงเทพ-หัวหิน และสายอีสานช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ส่วนเฟส 2 รัศมีมากกว่า 500 กม. แบ่งเป็น ช่วงนครสวรรค์-พิษณุโลก, ช่วงหัวหิน-สุราษฎร์ธานีและช่วงนครราชสีมา-ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรถไฟที่นำมาจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีการใช้ระบบปรับอากาศ ขณะที่รถไฟดีเซลแบบเก่านั้นจะนำไปวิ่งในเส้นทางไกลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าแผนการตลาดของรฟท.ในอนาคตต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับธุรกิจการบินต้นทุนต่ำ(Low Cost Airline) จึงต้องช่วงชิงสัดส่วนผู้โดยสารมาในระบบราง ดังนั้นจึงมองว่าจุดยุทธศาสตร์เฟส 1 ใน หัวหิน, นครราชสีมาและนครสวรรค์ เป็นจุดที่แข่งขันทางการตลาดได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางและนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเจรจาภาระหนี้ที่ค่าชดเชยโครงการโฮปเวลล์นั้นสำหรับเงินต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องชำระให้เอกชนจำนวน 11,888 ล้านบาทนั้น รฟท. อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดค่าเสียหายของภาระหนี้วงเงิน 9,000 ล้านบาทให้ชัดเจนก่อนโดยจะเชิญโฮปเวลล์เข้ามาหารือในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งวงเงินดังกล่าวได้มาตามที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ โดยวงเงิน 1.4 หมื่นล้านเป็นค่าก่อสร้างแต่ถูกตัดในชั้นศาลแล้วเหลือ 9,000 ล้านบาทและเอาไปรวมกับในงบ 2,850 ล้านบาทค่าใช้ประโยชน์ที่ดิน และค่าธรรมการดำเนินการอีก 38 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวน 9,000 ล้านบาทจะขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม โดย 1-2 วันนี้จะเร่งรวบรวมประเด็นคำถามต่างๆให้ครอบคลุมเพื่อส่งให้โฮปเวลล์ต่อไป&amp;rdquo;นายเอกกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38426</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), รถไฟปรับอากาศ, รฟท., วรวุฒิ มาลา, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8775e1a5531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์ เปิดแผนสู้ศึกโลว์คอสต์ จ่อบุก “จีน-อินเดีย” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยสมายล์&amp;rdquo; สู้ศึกโลว์คอสต์ โชว์กลยุทธ์ให้บริการฟูลเซอร์วิส เดินหน้าพุ่งเป้า &amp;ldquo;จีน-อินเดีย&amp;rdquo; พร้อมกางแผนตารางบินฤดูหนาว ลุยปรับเมนูอาหารบนเครื่องใหมจ่อเปิด BYOD ภายในต้นปีหน้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเนตรนภางค์ ธีระวาส ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยว่าปัจจุบันเส้นทางการบินไปยังประเทศอินเดียและประเทศจีนมีความต้องการในการเดินทางเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการแข่งขันสูง โดยสายการบินไทยสมายล์จึงได้มุ่งโฟกัสในเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งพัฒนาการให้บริการ เพื่อเป็นรองรับการเติบโต และตอบโจทย์การเดินทางของผู้โดยสาร โดนเน้นกลยุทธ์การให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Service) โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการบนเครื่องบิน (Inflight Service) เพื่อแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำ ที่จะเน้นในเรื่องของราคาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสายการบินไทยสมาลย์มีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ 70-80% ทั้งนี้ ในปัจจุบันสายการบินไทยสมายล์ให้บริการเส้นทางภายในประเทศ 10 เส้นทาง และเส้นทางระหว่างประเทศ 18 เส้นทาง โดยในช่วงตารางบินฤดูหนาวนี้ (ต.ค. 2561 &amp;ndash; มี.ค. 2562) สายการบินไทยสมายล์เตรียมเปิดให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-พุทธคยา (อินเดีย), กรุงเทพฯ-ฮ่องกง, ภูเก็ต-ฮ่องกง รวมถึงการเพิ่มความถี่ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ในเส้นทางไปยังประเทศอินเดียของสายการบินไทยสมายล์ ที่ได้ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารว่างอุ่นร้อนสำหรับมื้อเช้า (Hot Snack) และให้บริการระดับพรีเมี่ยมด้วยเมนูอาหารต้นตำรับจากเชฟผู้เชี่ยวชาญต้นตำรับ รวมทั้งการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่จากกระดาษ ลดการใช้พลาสติก ทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่ ทำให้สายการบินสามารถลดต้นทุนในด้านการให้บริการภาพรวมได้ 20-30% โดยสายการบินไทยสมายล์จะประเมินผลในเส้นทางอินเดีย 3 เดือน เพื่อเดินหน้าขยายการพัฒนานี้ไปสู่เส้นทางบินระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวนั้น จะไม่กระทบต่อการให้บริการของสายการบินฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเนตรนภางค์ กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่ พ.ย.นี้ เป็นต้นไป สายการบินไทยสมายล์จะปรับเมนูอาหารว่างอุ่นร้อนสำหรับมื้อเช้าใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนให้เป็นเมนูอาหารนานาชาติที่หลากหลาย โดยเริ่มปรับเปลี่ยนเมนูอาหารมื้อเช้า สำหรับเที่ยวบินก่อนเวลา 9.30 น. ที่จะให้บริการกับผู้โดยสาร ชั้น Smile Class (ชั้นประหยัด) บนเที่ยวบินภายในประเทศ ด้วยเมนูใหม่รวม 24 เมนู ทั้งสไตล์ญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันตก และไทย รวมถึงการเพิ่มเติมเมนูอาหารสำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-นราธิวาส และ เชียงใหม่-ภูเก็ต อีก 22 เมนู ส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศในระยะทางสั้น เส้นทาง เสียมราฐ พนมเปญ หลวงพระบาง ย่างกุ้ง ได้ออกแบบเมนูอาหารใหม่ทั้งหมดรวม 22 เมนูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน ในการพัฒนาการให้บริการของสายการบินไทยสมายล์นั้น เตรียมเปิดให้บริการ BYOD (Bring Your OWn Device) หรือการนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้บนเครื่องบินในช่วงปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ การพิจารณารายละเอียดต่างๆ รวมถึงเลือกเส้นทางที่จะให้บริการด้วย ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้โดยสารในระหว่างการเดินทาง โดยการให้บริการ BYOD ดังกล่าว สายการบินไทยสมายล์จะมีให้เลือกทั้งการดูหนัง ฟังเพลง รวมถึง e-book เท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับเมนูอาหารบนเครื่อง, สายการบินไทยสมายล์, เนตรนภางค์ ธีระวาส, เส้นทางจีน, เส้นทางอินเดีย, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba2fd5e63768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นกสกู๊ตปลื้มผลประกอบการไตรมาส1/61พุ่ง 37.05 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นกสกู๊ต ปลื้มผลประกอบการไตรมาส1/61 พุ่ง 37.05 ล้านบาท &amp;nbsp;คาดว่าทั้งปีมีกำไร120 ล้านบาท ส่วนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น76% เทียบกับปีก่อน เล็งขยายเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.61 - นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต เปิดเผยถึงกำไรสุทธิของการดำเนินงานในไตรมาสแรกกว่า 37.05 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีผลกำไรเพียง 9.99 ล้านบาท ทั้งนี้แม้ว่า ในตลาดสายการบินโลว์คอสต์จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดและราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น แต่นกสกู๊ตมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างสภาพคล่องทางด้านการเงินอย่างสมบูรณ์ได้ภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามั่นใจในศักยภาพของนกสกู๊ต ซึ่งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อผลประกอบการในปีนี้ รวมทั้งที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำที่ 4 เข้ามาในฝูงบินอีกด้วย&amp;rdquo; คุณยอดชายกล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;นกสกู๊ต คาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 120 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ โดยคาดว่ารายได้ของสายการบินจะทะลุสูงถึง 1 หมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรก ซึ่งประมาณจากการเติบโตของเส้นทางการบิน จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ขนาดของเครื่องบิน รวมถึงปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo;นายยอดชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับปี 61 มีผู้โดยสารเดินทางไปกับนกสกู๊ตจำนวน 1.88 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น76% เทียบกับปีก่อน ซึ่งภายในปีนี้ นกสกู๊ตจะขยายเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย โดยล่าสุดมีการเปิดตัวเที่ยวบินจากดอนเมือง-โตเกียว (นาริตะ) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10903</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกสกู๊ต, น้ำมัน, ยอดชาย สุทธฺธนกูล, สายการบิน, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b192294f2f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟินเฟร่อ!! บนรถทัวร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งราคาค่าโดยสารของเครื่องบินก็มีให้เลือกตามอำเภอใจว่าสะดวกแบบโลว์คอสต์ หรือไฮเอนด์ ด้วยเวลาที่สั้นกว่า ทำให้อารมณ์ความรู้สึกที่เคยต้องขึ้นรถทัวร์ไปเหนือล่องใต้ข้ามวันข้ามคืนนั้น ห่างหายไปนานแสนนานจนแทบจะจำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม มีโอกาสไปเยือนขอนแก่นซิตี้กับคณะเซเลบริตี้ที่เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของศรีภริยาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมศักดิ์ จังตระกุล จึงได้หวนกลับไปสัมผัสความรู้สึกการนั่งและนอนบนรถทัวร์อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟินเฟร่อ!! อย่างเหลือเชื่อทีเดียว กับรถโค้ชปรับอากาศแบบวีไอพีที่มีแค่ 24 ที่นั่ง สามารถปรับเอนนอนได้ ไม่แตกต่างจากนั่งเครื่องบิน เพราะมีจอดูหนังดูละครเป็นของตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันคือการบริการของนครชัยแอร์ค่ะ ที่ไม่ต้องเร่งรีบ ร้อนรนว่าจะต้องเผชิญกับการตรวจบัตรประชาชน การเอกซเรย์กระเป๋า ที่ใช้เวลาเกือบชั่วโมงในแต่ละครั้งกว่าจะไปขึ้นเครื่องได้ บ้างบางครั้งก็ต้องเดินเป็นกิโลๆ กว่าจะถึงประตูทางออกของผู้โดยสาร เท่านั้นยังไม่พอ หลายหนก็ต้องขึ้นรถโค้ชไปปีนขึ้นเครื่องบินอีกที กับสัมภาระเต็มหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องบอกว่า ถ้าใครไม่ต้องแข่งกับเวลาล่ะก็ ใช้บริการรถทัวร์จะสะดวกกว่าเป็นไหนๆ นอนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเดียวก็ตื่นมาถึงที่หมายแล้ว ใครนอนไม่หลับก็นั่งดูหนัง หรืออ่านหนังสือไปได้ตลอดทาง เพราะมีหมอน มีผ้าห่มพร้อมพรัก แถมมีน้ำดื่มเสิร์ฟให้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงที่มีปัญหาผูกรักสมัครใจกับห้องน้ำ บนรถก็มีให้เข้าปล่อยทุกข์หนักทุกข์เบาตามอำเภอใจ ถ้าหากไม่รู้สึกว่าต้องเกรงใจใคร ..อิอิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกให้แขกกิตติมศักดิ์ทั้งหลายไปรถทัวร์ ถือเป็นกุศโลบายตามนโยบายอันซีนขอนแก่นซิตี้ของคุณนายผู้ว่าฯ สิริพร สงบธรรม ค่ะ เพราะเธอต้องการให้เซเลบริตี้ทั้งหลายที่มักจะพึ่งพาการบินนั้นได้รู้ว่า รถทัวร์ก็ไปถึงขอนแก่นได้อย่างสบายๆ นะคะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่า สัมผัสอันซีนกันตั้งแต่ก้าวแรกที่ยังไม่ถึงขอนแก่นเลยทีเดียว และเมื่อถึงขอนแก่นแล้ว ก็ได้ประจักษ์แจ้งอีกมากมายว่า อายุปูนนี้แล้ว แค่ขอนแก่นห่างจากเมืองหลวง 5 ชั่วโมงนั้นมีอะไรให้อึ้งและทึ่งเยอะแยะทีเดียว อาทิ ไก่ย่างเขาสวนกวางพันธุ์ kku1 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษาวิจัยผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ ทำให้คนที่มีปัญหาโรคเกาต์แต่อยากกินไก่นั้น สามารถรับประทานได้อย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะไก่พันธุ์นี้มีกรดยูริกน้อยกว่าไก่พันธุ์ปกติทั่วไปอยู่ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อะเมซิ่งอีกเรื่องก็คือ ข้าวกล้องทับทิมชุมแพ ของขอนแก่นอีกนั่นแล คุณสมบัติที่ต้องยกนิ้วให้ก็คือ เป็นข้าวสำหรับคนที่มีปัญหาเบาหวานค่ะ เพราะข้าวพันธุ์นี้จะให้น้ำตาลน้อยมากเมื่อย่อยสลายกลายเป็นแป้งค่ะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไปรถทัวร์และกลับด้วยรถทัวร์ เซเลบริตี้รุ่นป้าก็เลยสามารถแบกไก่ย่างและข้าวทับทิมชุมแพมากันเป็นคันรถเลยทีเดียว เรียกว่า..อันซีนแท้ๆ เพราะไปเครื่องบิน มาเครื่องบิน เสียค่าโหลดกันบักโกรกแน่..แหะๆ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9337</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวกล้องทับทิมชุมแพ, คณะเซเลบริตี้, นครชัยแอร์, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ป้าเอง, มองมุมสูง, ราคาค่าโดยสารของเครื่องบิน, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
