<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาความดี..ยากแต่ต้องพยายาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โศกนาฏกรรมในสังคมไทย อันว่าด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก่อให้เกิดความรุนแรงอย่างเหลือเชื่อ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินคนเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าจะเป็น &amp;quot;แผลลึก&amp;quot; ในจิตใจของหลายฝ่ายทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แผลหนึ่งที่น่าสนใจ และน่าตั้งข้อสังเกต (ไม่รู้ว่าสังเกตกันหรือเปล่า??) ...นั่นคือ มักมี &amp;quot;คำวิเศษ&amp;quot; บรรยายบุคลิกภาพของ &amp;quot;ผู้ก่อเหตุ&amp;quot; หลังเรื่องราวสงบลงหรือระหว่างที่กำลังชุลมุนว่า ..เค้าเป็นคนดี!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคนดีแล้วทำไมฆ่าคนราวกับผักปลา ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย?? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันคือ คำถามที่อยากได้คำตอบเสียจริงๆ เพราะดูเหมือนในยุคของป้านั้น นิยามคำว่า &amp;quot;คนดี&amp;quot; อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ทำผิดศีลข้อแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน(เคย)ดีเปลี่ยนเป็นคนที่สังคมสาปแช่ง แปลว่า เขาไม่อาจรักษาความดีไว้ได้ จะโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นที่กดดันให้ความดีของเขาบกพร่อง หรือมลายหายไปนั้น ดูเหมือนเป็นสมมุติฐานที่พยายามหาความชอบธรรมมาส่งเสริมสนับสนุน &amp;quot;คนเลว&amp;quot; เสียมากกว่าไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราคงต้องพินิจพิจารณาตรึกตรองให้มากกว่านี้กระมังว่า ความดีที่หายไปนั้น เป็นเพราะเราอ่อนแอต่อความไม่ดี หรือเป็นเพราะสังคมนำพาไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากชวนให้คิดค่ะ มิเช่นนั้น สังคมไทยจะกลายเป็นเข้าตำรา &amp;quot;รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง&amp;quot; ซึ่งน่ากังวลอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันคล้ายๆ กับช่วงหนึ่งของสังคมบ้านเรา ที่เวลาทำอะไร &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ก็จะมีการหยิบยกเหตุผลว่า เป็นโรคซึมเศร้า ..ราวกับมันเป็นยาวิเศษที่จะช่วยบรรเทาโทษทุเลาความรุนแรงจากการถูกสังคมประณามได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น บทเรียนราคาแพงของโศกนาฏกรรมล่าสุดที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ไม่เพียงแต่เรื่องของการป้องกัน สร้างมาตรฐานความปลอดภัย ฝึกการเรียนรู้เอาตัวรอดในเหตุการณ์วิกฤติแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความดีที่เคยทำไว้นั้น จะทำอย่างไรไม่ให้สูญเสียไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หรือความต้องการเอาชนะคะคาน เอาความสะใจเข้าแลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นเรื่องไม่ง่ายแน่นอน แต่ถ้าจดจำไว้ว่า เรื่องยากๆ ที่เราก้าวผ่านมันไปได้ จะช่วยให้ตัวเองและครอบครัวอยู่รอดปลอดภัย และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ก็ขอให้ระลึกไว้และสร้างความพยายามให้สืบเนื่องต่อไปค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความดีที่ทำมาครึ่งชีวิต หายไปในพริบตาเพราะอารมณ์ชั่ววูบ มันไม่คุ้มค่าแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, โศกนาฏกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ลั่นจะหาช่องเยียวยาเหยื่อกราดยิงให้ได้มากที่สุดแต่ต้องไม่ซ้ำรอยยุค&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2563- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์โศกนาฏกรรมกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ว่าคงไม่สามารถพูดได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอะไรกับประเทศเราบ้าง อยากให้พวกเราวิเคราะห์กันเองว่าเป็นอย่างไร ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น และไม่เคยมีในหลายประเทศ บางประเทศอาจจะมีบ่อยที่เกิดเหตุในโรงเรียน ในวัด หรือในผับ แต่ในเมืองไทยไม่เคยมีขนาดนี้ พูดได้แค่นี้ อย่างอื่นเห็นกันหมดทุกคนแล้ว วิเคราะห์กันเอง อย่าเพิ่งไปพูดว่าเกิดจากระบบ หรืออะไร เพราะเราไม่รู้จริง อย่าเพิ่งไปพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงเงินกองทุนสาธารณะสามารถนำมาช่วยตรงนี้ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เงินกองทุนนี้เป็นกองทุนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน แต่ ครม.ได้มีมติว่ากองทุนนี้อาจจะแคบไป จึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาใหม่กรณีที่ จ.นครราชสีมา มีตนเองเป็นประธาน โดยจะดูว่ากรณีที่เป็นตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร หรือกรณีเป็นราษฎรประสบเหตุ เช่น อุ้มลูก จูงหลานไปเดินห้าง เราจะช่วยเหลืออย่างไร จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มตามที่ระบุ โดยกรณีเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร พลเรือน ถ้าเสียชีวิต เราจะช่วยเหลืออย่างไร ถ้าบาดเจ็บสาหัสช่วยเหลืออย่างไร และถ้าบาดเจ็บแต่ไม่สาหัสจะช่วยเหลืออย่างไร และสุขภาพจิต บางทีเขาไม่บาดเจ็บแต่เสียขวัญ ขวัญหนีดีฟ่อหรือบาดเจ็บนิดเดียว แต่มีปัญหาสุขภาพจิต ก็ต้องมาดูว่าจะดูแลอย่างไร ส่วนกรณีที่เป็นราษฎรนั้น เราจะดูแลในแบบเดียวกันทั้งกรณี เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บไม่สาหัส และสุขภาพจิต รวมถึงต้องดูเรื่องทรัพย์สินที่เสียหาย ที่ผ่านมาไม่เคยมีระเบียบเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินมาก่อน ต้องมาดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เราต้องกันเงินไว้ขนาดไหน หรือจะเอาตามความเป็นจริง นายวิษณุ กล่าวว่า เราต้องมาดูก่อนว่า เป้าหมายที่เราจะช่วยเหลือมีมากน้อยแค่ไหน เกณฑ์ในอดีตเป็นอย่างไร ในอดีตมีรัฐบาลบางชุดตั้งเกณฑ์ช่วยเหลือไว้สูงกับกรณีแบบนี้ช่วยรายละ 7 ล้านบาท เรื่องนี้คดียังอยู่ในป.ป.ช. ยังไม่จบเลย ตอนหลังก็มีการแก้ไขเรื่องนี้ ต้องรอดูต่อไปว่าจะช่วยเหลืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าว่า การช่วยเหลือนั้นมีอยู่ กฎหมายมีอยู่แล้ว อย่างน้อย 2 ฉบับ 1.กฎหมายเกี่ยวกับสงเคราะห์ผู้ประสบภัยของกระทรวงการคลัง แต่ให้ไม่มาก และ 2.กฎหมายที่เกี่ยวกับผู้เสียหายของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งช่วยเหลือไม่มากเช่นกัน แต่เมื่อเอาสองส่วนรวมกันจะมากหน่อย นอกจากนี้ ยังมีระเบียบสำนักนายกฯ เกี่ยวกับกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สาธารณะภัย ซึ่งครอบคลุมกรณีที่เกิดขึ้น และยังมีระเบียบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หนักไปทางเอากระเช้าไปให้ เอาจิตแพทย์ไปเยี่ยมไปตรวจสุขภาพให้ทุกเดือน แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จะมีของเขาต่างหาก ทั้งตำรวจ ทหาร ซึ่งกรณีเสียชีวิต จะรับเงิน 7 เท่าของเงินเดือน ได้รับการเลื่อนยศ และรับบุตรคนหนึ่งเข้ารับทำงานในหน่วยงานนั้นโดยไม่มีเงื่อนไข โดยในที่ประชุมครม.คิดกันว่า พอเกิดเหตุที่ข้าราชการและราษฎรเสียชีวิต พ่อค้าแม่ค้าเสียชีวิต มันควรมีการเปรียบเทียบให้สมน้ำสมเนื้อกันพอสมควร ดังนั้น จึงต้องตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าวงเงิน 1 ล้านบาทสำหรับกรณีนี้ จะเทียบได้กับเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่ราชประสงค์หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อคราวราชประสงค์เราให้คนไทย 1 ล้านบาท เนื่องจากเราไม่มีอย่างอื่นให้ ซึ่งเงิน 1 ล้านบาท คนที่เสียชีวิตควรได้รับ แต่เราไม่ต้องไปสนใจว่าเงินนี้มาจากไหน เพราะความจริงแล้ว มันอาจจะมาจากกองทุนต่างๆ รวมกันจนครบ 1 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ครั้งนี้เท่าที่มีการพิจารณาจะได้สูงสุดต่อรายจำนวนเท่าไร นายวิษณุ กล่าวว่า ครั้งนี้เราตั้งใจจะให้สูงสุดเท่าที่สามารถให้ได้ตามระเบียบ โดยนำเงินทุกก้อนมารวมกัน แต่ไม่นับรวมของหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ เช่น ธนาคารกรุงไทย ที่จะช่วยผู้รับผลกระทบที่เป็นลูกค้าธนาคาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เงินในส่วนของรัฐที่จะนำไปช่วย มาจาก งบประมาณ เงินกองทุน และเงินบริจาค และทราบมาว่า ปลัดกระทรวงการคลังแจ้งว่า มีรัฐวิสาหกิจรวบรวมเงินได้หลายล้านเพื่อมอบเป็นกรณีพิเศษ แต่เราไม่อยากเอาเงินส่วนนี้มารวมกับกองทุน กลัวติดปัญหาเรื่องเอาเงินออก อาจจะต้องตั้งเป็นระเบียบใหม่ ส่วนขั้นตอนจ่ายเงินเยียวยาต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้น โดยคณะกรรมการชุดนี้ทำงานไม่กี่วันก็คงจบภารกิจ แต่หลังจากนี้ อาจต้องไปปรับปรุงระเบียบสำหรับกรณีต่อไปในอนาคต มันน่าจะเริ่มเป็นมาตรฐานแล้ว ให้มันครอบคลุมหลายๆ ด้าน เช่น ครอบคลุมถึงธุรกิจการค้าต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56977</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, นครราชสีมา, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, เยียวยา, โศกนาฏกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ac7780467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติ่งฟ้าพร้อมรึป่าว?&#039;สุวินัย&#039;เตือนวิธีการของ&#039;ธนาธร&#039;จะนำพาผู้คนให้เกิดโศกนาฏกรรมล้มตายอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14มิ.ย.62-นายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai &amp;nbsp;หัวข้อ นำพาผู้คนไปสู่ทุ่งสังหาร มีเนื้อหาดังนี้
ในวัยหนุ่มเมื่อสี่สิบปีก่อน ผมเคยเป็นซ้ายมาก่อนเหมือนธนาธรตอนนี้เลยนะ
แต่ประสบการณ์ค่อนชีวิตของผม บอกผมว่ามันไม่ใช่ ...
วิธีการที่ธนาธรดับเครื่องชนอำนาจรัฐทื่อๆแบบนี้ไม่มีวันชนะหรอก และจะพาผู้คนให้เกิดโศกนาฏกรรมล้มตายอีกรอบอย่างแน่นอน
ธนาธรเป็นคนกล้า ชอบท้าทายความตาย
ผมคิดว่าเขาทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย
ลึกๆผมคิดว่าเขาโหยหาความตายแบบวีรบุรุษให้กับตัวเองด้วยซ้ำ
การยอมตายอย่างวีรบุรุษของประชาชนน่าจะเป็นความงดงามในความนึกคิดของธนาธร
คล้ายๆกับมิชิม่า ยุกิโอะ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวญี่ปุ่นที่หลงไหลการจบชีวิตด้วยการคว้านท้องหรือฮาราคิรี และสุดท้ายเขาก็เลือกจบชีวิตแบบนั้นจริงๆในวัยกลางคน
ปัญหาคือ พวกติ่งฟ้าทั้งหลายพร้อมจะเสี่ยงตายหรือร่วมตายไปกับธนาธรด้วยรึเปล่า
ผมไม่เชื่อว่าคนที่ลงคะแนนในพรรคอนาคตส่วนใหญ่จะพร้อมไปตายร่วมกับธนาธรที่ &amp;quot;ทุ่งสังหาร&amp;quot;ในอนาคตอันใกล้หรือในวันข้างหน้า
รวมทั้งเหล่าปัญญาชนที่หนุนหลังธนาธรอยู่ข้างหลังด้วย
คนรุ่นผมมีชีวิตเหลือน้อยแล้ว
การวาดหวังสังคมยูโทเปียมีแต่นำทุกข์มาให้ ที่ผมจำต้องออกมาวิพากษ์ธนาธร
เพราะไม่อยากเห็นผู้คนบาดเจ็บล้มตายด้วยอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายอีกเหมือนคนรุ่นผม
เปลี่ยนโลกด้วยการเปลี่ยนจิตใจตนเองดีกว่าครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติ่งฟ้า, ทุ่งสังหาร, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, สุวินัย ภรณวลัย, โศกนาฏกรรม, โหยหาวีรบุรุษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d02f7443e7cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระหว่างความ &quot;ตื่นตัว&quot; กับความ &quot;แตกตื่น&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เขียนต้นฉบับชิ้นนี้...ยังไม่มีโอกาสได้รับรู้ชัดๆ ว่าพายุ ปาบึก หรือ ปลาบึก นั้น ท่านจะสร้างความหนักหน่วง รุนแรง ล้างผลาญใครต่อใครไปได้ถึงขั้นไหน แต่ก็ยังพออุ่นใจอยู่บ้างนิดๆ ที่รู้สึกว่าการเตรียมเนื้อ เตรียมตัว เพื่อรับมือกับพายุลูกนี้ ไม่ว่าในแง่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงระดับชาวบ้าน-ชาวช่อง ออกจะเป็นไปในแบบตระหนัก รับรู้ ตื่นตัว อยู่พอสมควร บางครั้ง บางครา อาจไปถึงขั้นแตกตื่น เอาเลยก็ยังมี...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องด้วยความตระหนัก รับรู้ ว่าอะไรมันกำลังจะเกิดนี่แหละ...อย่างน้อย ก็อาจพอช่วยลดๆ ความหนักหนา สาหัส ความเสียหาย ให้ทุเลา เบาบาง ลงไปได้บ้าง เพราะไอ้ที่เสียหายกันหนักๆ บาดเจ็บ ล้มตาย จนกลายเป็น โศกนาฏกรรม ในแต่ละแห่งแต่ละที่ ส่วนใหญ่...มักอุบัติขึ้นมาขณะใครต่อใครแทบไม่ได้มีโอกาสรับรู้ หรือไม่ได้คิดเตรียมเนื้อ เตรียมตัวรับมือเอาไว้เลยแม้ว่าด้วย องค์ความรู้ ของมวลมนุษย์ในระยะหลังๆ จะก้าวหน้า ก้าวไกล กันไปมิใช่น้อย สามารถประดิษฐ์ คิดค้น เครื่องไม้ เครื่องมือ นานาชนิด เอาไว้เตรียมรับมือ หรือช่วยให้เกิดการเตรียมเนื้อ เตรียมตัว ในการเผชิญภัยพิบัติแต่ละชนิด ได้ล่วงหน้าพอสมควร แต่ก็นั่นแหละ...บทที่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ว่าเครื่องมือชนิดไหนต่อชนิดไหน ต่างก็ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างภัยพิบัติในเรื่อง แผ่นดินไหว เป็นต้น...กระทั่งทุกวันนี้ ไม่ว่าผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์รายไหนต่อรายไหน ก็ยังไม่อาจประดิษฐ์ คิดค้น เครื่องไม้ เครื่องมือ ที่จะช่วยให้เกิดการรับรู้ การคาดคะเนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้เลย ด้วยเหตุนี้...เมื่อ พระแม่ธรณี ท่านเกิดอาการสะดุ้ง บิดเนื้อ บิดตัว ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็เป็นอันต้องกลายเป็น โศกนาฏกรรม ขึ้นมาแบบฉับพลันทันที แต่ด้วยความรู้ ความก้าวหน้า ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติในแต่ละด้าน เขาได้ทุ่มเท เพียรพยายามศึกษา ค้นคว้า มาโดยตลอด ก็พอช่วยให้เกิดความเข้าถึง-เข้าใจ ต่อความสลับซับซ้อนของ ธรรมชาติ ได้อย่างชัดเจน ลึกซึ้ง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (4)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ อย่าง ดร.เจมส์ อี.เลิฟล็อก (Dr.James Epharim Lovelock) ที่ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ได้รับรางวัลระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์มาไม่รู้กี่ต่อกี่รางวัล ท่านได้นำเอาความรู้ นำเอาสิ่งที่ค้นคว้า ศึกษา มาตราบนานเท่านาน มาสรุปเอาไว้เป็นสมมุติฐาน หรือเป็น ทฤษฎี ที่เรียกๆ กันว่า ทฤษฎีกายา (Gaia) อะไรประมาณนั้น อันทำให้ความหมายของอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ที่ประกอบขึ้นมาเป็น โลก ใบนี้ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแบบคนละเรื่อง คนละม้วน กับความรู้ ความเข้าใจเท่าที่เคยมีมาในยุคก่อนๆ คือกลายเป็นว่าโลกใบนี้ น่าจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่วัตถุ สิ่งของ กรวด หิน ดิน ทราย ฯลฯ อะไรอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น สิ่งที่มีชีวิต ในอีกรูปแบบหนึ่ง เอาเลยถึงขั้นนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเป็นอะไรที่มีจิตวิญญาณ มีอารมณ์ ความรู้สึก ชนิดแทบไม่ต่างอะไรไปจาก เทพเจ้ากายา (Gaia) ในตำนานปรัมปราของชาวกรีก ที่ไปสมสู่กับ เทพเจ้าแห่งท้องฟ้า (Uranus) จนออกลูก ออกหลาน มาเป็นเทพเจ้าองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งไฟ (Apollo) แห่งลม (Aeolus) แห่งท้องน้ำ (Poseidon) แห่งความรู้ (Hermes) ไปจนแห่งภูเขาโอลิมปัส (Zeus) ฯลฯ โน่นเลย หรือกลายเป็นการ ย้อนกลับ ไปสู่ องค์ความรู้ แบบเดิมๆ ที่มวลมนุษย์ทั้งหลายเคยมีมุมมองต่อ ธรรมชาติ ในแต่ละอย่าง แต่ละชนิด ด้วยความอ่อนน้อม ความเคารพ ไม่ต่างอะไรไปจาก เทพเจ้า ในแต่ละองค์นั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเป็นว่า...ไม่ว่าการศึกษา ค้นคว้า จากข้อมูล ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ จะถูกหรือผิด จะน่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ในสายตาของใครต่อใครก็ตาม แต่ความพยายามโน้มนำให้ใครต่อใครหวนกลับมาสู่การปฏิสัมพันธ์กับ ธรรมชาติ ในแต่ละชนิด ด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตน ด้วยความเคารพ แทนที่จะหยาบหยาม ย่ำยี ทั้งเหยียบ ทั้งกระทืบ ทั้งขุด ทั้งเจาะ ฯลฯ กระทำการใดๆ ต่อธรรมชาติไม่ต่างอะไรไปจากวัตถุ สิ่งของ ที่ไม่ได้มีชีวิต จิตใจ ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย อันนี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็นความตระหนัก รับรู้ ในระดับ เข้าถึง-เข้าใจ หรือเป็น องค์ความรู้ ที่ก้าวหน้า ก้าวไกลแบบสุดๆ ยิ่งกว่าประดิษฐ์ คิดค้น เครื่องมือใดๆ ที่จะเอาไว้รับมือกับภัยพิบัติในแต่ละชนิด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;(7)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะด้วย องค์ความรู้ ในลักษณะเช่นนี้นี่เอง...ที่จะช่วยให้วิถีชีวิตระหว่าง มนุษย์ กับ ธรรมชาติ นั้น เป็นไปแบบสอดคล้อง ต้องกัน เกิดความกลมกลืน ปรองดอง สมานฉันท์ กันไปโดยตลอด ไม่ต้องหวาดผวา อกสั่น ขวัญแขวน กับภัยพิบัติต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเครื่องมือชนิดไหนต่อชนิดไหน ก็ล้วนแล้วแต่ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งนั้น หรือด้วยการ ตื่นตัว เช่นนี้นี่เอง ที่จะช่วยให้ไม่ต้องไปเสียเวลา แตกตื่น หรือหูแหก ตาแหก มากมายจนเกินไป...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25826</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dr.James Epharim Lovelock, ดร.เจมส์ อี.เลิฟล็อก, ทรรศนะ, แผ่นดินไหว, โศกนาฏกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
