<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เละเทะ อดีตผอ.แฉกลับ !รร.เตรียมฯแดนสนธยา มุบมิบรับนร.เงื่อนไขพิเศษ 300 คนเงินสะพัดนับร้อยล้าน เบิกจ่ายเงินน่าสงสัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63-อดีต ผอ.รร.เตรียมฯ แฉกลับความเป็นแดนสนทยาของรร.เตรียมฯ &amp;nbsp;ปี 59-61 มีการกำหนดรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษเกือบ 300 คน พบการเบิกจ่ายเงินที่น่าสงสัย 3 บัญชี มีผู้บริหารระดับรองผอ. รร.และครูที่เกี่ยวข้อง รวม 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่มีกลุ่มครูและนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแต่งชุดดำชุมนุมกล่าวหานายโสภณ กมล อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีความไม่โปร่งใสขณะที่ดำรงตำแหน่ง และทำให้ความงดงามและวัฒนธรรมอันดีของโรงเรียนเลือนหายไป โดยเฉพาะการเซ็นคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่างให้ไปเป็นครูปกติ และแต่งตั้งครูที่เห็นชอบกับตนเองขึ้นมารับตำแหน่งแทน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเซ็นคำสั่งย้ายแบบฉับพลันก่อนจะเกษียณอายุราชการเพียง 2 วันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ห้องสื่อมวลชนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายโสภณ กมล อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้หอบหลักฐานชี้แจงเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นถึงการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายโสภณ กล่าวว่า วันนี้ตนต้องการมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการรับนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะตนเงียบมานานและไม่อยากให้โรงเรียนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยตนได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเมื่อเดือนพ.ย.2561 ซึ่งถูกกลุ่มศิษย์เก่าและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบกรณีที่ตนบริหารงานโดยมิชอบและมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนชั้นม.4 ปีการศึกษา 2563 &amp;nbsp;โดยตนขอชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนสามารถให้ตรวจสอบได้หมดทุกเรื่อง โดยการรับนักเรียนเมื่อปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาชั้นม.4 ไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนได้ เนื่องจากจะต้องยึดหลักเกณฑ์แนวปฎิบัติการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีการกำหนดรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษเกือบ 300 คนในปี 2559 -2561 &amp;nbsp;ดังนั้นตอบได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เงื่อนไขพิเศษที่รับมามีที่มาที่ไปอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมา ป.ป.ช.และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มาตรวจติดตามการรับนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในยุคที่ผมบริหารงานด้วย ซึ่งทั้งสองหน่วยงานก็ไม่ได้ติดใจและการรับนักเรียนของโรงเรียนเตรียมฯ ดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยกรณีการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษนั้น โรงเรียนจะทำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการรับนักเรียนของสถานศึกษาจากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปก็จะส่งต่อไปให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กทม.พิจารณาอนุมัติการรับนักเรียนด้วยวิธีเงื่อนไขพิเศษ ทั้งนี้ยืนยันว่าในยุคของผมตรวจสอบได้หมดทุกเรื่อง ไม่มีเรื่องทุจริต เชื่อว่ากลุ่มที่ไปร้องเรียนต้องการทำลายชื่อเสียงของผม ดังนั้นขอถามกลับว่าการรับนักเรียนระหว่างปี 2559-2561 ที่ป.ป.ช.สอบถามข้อมูลเพื่อขอดูรายชื่อการรับนักเรียนในปีดังกล่าวแต่กลับไม่มีการส่งให้คืออะไร&amp;rdquo;อดีตผอ.ร.ร.เตรียมอุดมฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนได้เข้าพบ ป.ป.ช.และชี้แจงว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับโรงเรียนบ้าง &amp;nbsp;กติกาการรับนักเรียนด้วยเงื่อนไขพิเศษจะต้องดำเนินการประกาศรับแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และต้องประกาศให้สาธารณชนรับทราบ แต่ก่อนหน้าที่ตนมารับตำแหน่งมีการประกาศรับนักเรียนด้วยเงื่อนไขพิเศษหลายรอบและไม่มีการประกาศให้สังคมรับทราบ ซึ่งถือว่าทำผิดกฎระเบียบการรับนักเรียน ดังนั้นการรับนักเรียนในปีนี้จึงมีความตึงเครียดเกิดขึ้นในโรงเรียน เพราะตนไม่ทำตามข้อเรียกร้องของบางกลุ่มจนทำให้มีผู้เสียผลประโยชน์เกิดขึ้น คนเคยฝากได้กลับฝากไม่ได้ เนื่องจากแต่ละปีมีเงินจากการรับนักเรียนสะพัดปีละร้อยล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผอ.รร.เตรียมฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังขอให้สมาคมผู้ปกครองและครูเตรียมอุดมศึกษา (สปค.) จัดทำงบดุล หรือ งบแสดงสถานะทางการเงินของสมาคมฯจากการเรียกเก็บเงินต่างๆกับผู้ปกครองนักเรียน เช่น เงินบริจาค เงินค่าสมาชิก เงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ต้องเรียกเก็บจากผู้ปกครอง เป็นต้น แต่สมาคมฯ กลับไม่ทำ ซึ่งใกล้จะเปิดภาคเรียนแล้วและต้องมีการเรียกประชุมใหญ่ผู้ปกครอง เนื่องจากการออกคำสั่งเก็บเงินจะต้องเป็นคำสั่งจากผู้อำนวยการโรงเรียน โดยหากมีข้อสงสัยเกิดขึ้นจากผู้ปกครองตนจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ดังนั้นตนจึงทำเรื่องตรวจสอบกรรมการสมาคมฯไปที่สำนักงานเขตปทุมวันพบว่า กรรมการสมาคมฯชุดนี้ยังไม่มีการจดทะเบียน และไม่มีการทำงบดุลตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จึงเริ่มการป่วนด้วยการร้องเรียนตนในเรื่องต่างๆ และคงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะกดดันให้มีการย้ายตนออกจากโรงเรียนนี้ให้ได้ &amp;nbsp;เพื่อให้มีการแต่งตั้งพรรคพวกของตัวเองขึ้นมาทำหน้าที่แทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวอีกว่า ในที่สุดมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินจาก ป.ป.ช.พบว่า สมาคมฯนี้มีปัญหาการรับนักเรียนเกิดขึ้น เพราะพบเส้นทางการเงินเข้าออกอย่างมโหฬาร และมีการถอนเงินเข้าออกในบัญชีจากนาย ก แต่ละปีหลายล้านบาท ซึ่งป.ป.ช.ตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงินของนาย ก พบ มีการนำเงินไปสู่การซื้อทรัพย์สินรถหรูยี่ห้อ Benz BMW และ Toyota ALPHARDE &amp;nbsp;และตามสืบไปจนถึงบริษัทรถยนต์พร้อมขอดูรายชื่อที่กรมการขนส่งทางบกจนพบว่า รถยนต์หรู จำนวน 24 คันถูกส่งมาที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งแต่ในปี 2559-2561 รวมถึงการตรวจสอบของป.ป.ช.พบตัวละคร นาง ง ผู้เดินเรื่องการรับนักเรียนมีเงินสดและเงินโอนเข้าบัญชี โดยนาง ง &amp;nbsp;มีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคลากรในโรงเรียนด้วย ดังนั้นขณะนี้ ป.ป.ช มีข้อมูลมและหลักฐานทุกอย่างแล้ว ทั้งนี้ยังมีบัญชีของโรงเรียนที่เป็นเงินนอกเหนือจากเงินหลวง เช่น เงินบริจาคที่ผู้ปกครองไม่ประสงค์จะออกนาม รวมถึงรายได้อื่นๆ อีกประมาณ 20 บัญชีที่ทาง สตง.ตรวจสอบพบ และต้องการให้โรงเรียนได้ชี้แจงบัญชีต่างๆเหล่านี้ ซึ่งมีหลายบัญชีที่พบการเบิกจ่ายเงินที่น่าสงสัยประมาณ 3 บัญชี ดังนั้นตนจึงเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามว่ามีบัญชีเหล่านี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องแจ้งว่ามีบัญชีเหล่านี้จริง แต่ละบัญชีการจะเบิกจ่ายเงินต้องรายงานให้ผู้อำนวยการับทราบ โดยจากการตรวจสอบจึงพบ 1-2 บัญชีมีการเบิกเงินออกไปหลักล้านบาทโดยที่ไม่มีการรายงานผู้อำนวยการ และนำไปใช้เป็นการส่วนตัว ซึ่งมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการโรงเรียนและครูที่เกี่ยวข้อง รวม 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวต่ออีกว่า โดยตนได้เรียกผู้เกี่ยวกับการเบิกเงินบัญชีดังกล่าวมาสอบถามยอมรับว่ามีการเบิกเงินไปจริงจึงแจ้งให้ทราบว่าการทำแบบนี้ถือว่ายักยอกทรัพย์มีความผิดทางอาญา แต่ก็รู้สึกเห็นใจเพราะเป็นครูและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงว่ากล่าวตักเตือนไป ซึ่งในที่สุดจึงนำมาสู่การโยกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมที่เคยทำหน้าที่อยู่ เพื่อเปิดทางในการตรวจสอบสิ่งที่ไม่ขอบมาพากลต่างๆ แต่เรื่องนี้กลับไม่จบแค่นั้นผู้ที่โยกย้ายกลับไปปลุกปั่นนักเรียนและครูในโรงเรียนให้ออกมาขับไล่และต่อต้านตน ดังนั้นตนจึงต้องออกมาพูดความจริงทั้งหมด รวมทั้งจะต้องนำผู้ที่ยักยอกเงินโรงเรียนไปสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงให้ได้ โดยได้สรุปเรื่อง เพื่อให้นายกิติภพ ภวณัฐกุลธร รักษาการผอ.ร.ร. ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีก่อนจะนำสำเนาใบแจ้งความไปมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 เพื่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยในลำดับต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79322</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การรับนักเรียน, ทุจริตรับนักเรียน, ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษา, โสภณ กมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f7703fd534cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รร.เตรียอุดมฯ คนใหม่ งง !รถตู้ปริศนา2คัน จอดทิ้งไว้ที่รร. มาได้ไง ตั้งกก.สืบหาข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มี.ค.62-ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา - มีการประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยมีนายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนารัชต์ กล่าวว่า ตนได้มาร่วมสังเกตุการณ์เกี่ยวกับการรับนักเรียนของทางโรงเรียน พร้อมทั้งมาติดตามเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งการมาติดตามเรื่องนี้เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทาง สพม.เขต 1 ได้ประสานไปยังโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อขอยืมรถมาใช้ในกิจการราชการของ สพม.เขต 1 กรุงเทพฯ แต่ทางโรงเรียนแจ้งว่าไม่มีรถ ตนจึงสอบถามว่ารถที่จอดในโรงรถใช้ไม่ได้เลยหรือ ก็ได้รับแจ้งว่าเป็นรถไม่มีทะเบียนไม่สามารถนำมาใช้ได้ และเป็นรถที่ได้รับบริจาคมาจากผู้ปกครองตั้งแต่ปี 2560 คาดว่าช่วงที่ทางโรงเรียนได้รับบริจาคเป็นช่วงที่มีการรับนักเรียน และทางโรงเรียนไม่กล้านำไปใช้ จึงจอดทิ้งไว้ที่โรงรถแต่ล้างและดูแลอย่างดี ทั้งนี้ ตนเห็นว่าปล่อยไว้ไม่เหมาะสม จึงให้โรงเรียนประสาน สน.ปทุมวัน มายกรถไปไว้ที่ สน. และเนื่องจากในวันนี้ ป.ป.ช.จะมาติดตามการรับสมัครนักเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อยู่แล้ว ตนจึงจะประสานให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ไปในคราวเดียวกัน เพราะสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการแลกที่นั่งเข้าเรียนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า หลังจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประกาศผลสอบการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีที่นั่งรับได้ทั้งหมด 1,520 คน มีผู้เข้ามารายงานตัว 1,306 คน ไม่มารายงานตัว 214 คน ทั้งนี้ในส่วนที่ไม่มารายงานตัว ทางโรงเรียนจะดำเนินการเรียกนักเรียนตามลำดับคะแนนตามบัญชีประเภทวิชาที่เด็กสอบจนเต็มจำนวนรับตามประเภทวิชา ซึ่งมีทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ รับ 1,000 คน รายงานตัว 861 คน ไม่มารายงานตัว 139 คน ภาษา-คณิตศาสตร์ รับ 120 คน รายงานตัว 102 คน ไม่รายงานตัว 18 คน ภาษา-ฝรั่งเศส รับ 80 คน รายงานตัว 79 คน ไม่รายงานตัว 1 คน ภาษา-เยอรมัน รับ 80 คน รายงานตัว 73 คน ไม่รายงานตัว 7 คน ภาษา-ญี่ปุ่น รับ 80 คน มอบตัว 74 คน ไม่รายงานตัว 6 คน ภาษา-จีน รับ 80 คน รายงานตัว 61 คน ไม่รายงานตัว 19 คน ภาษา-สเปน รับ 40 คน รายงานตัว 23 คน ไม่รายงานตัว 17 คน และภาษาเกาหลี รับ 40 คน รายงานตัว 33 คน ไม่รายงานตัว 7 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รร.เตรียมอุดมฯกล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่เด็กไม่มารายงานตัวเนื่องจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีเด็กที่มาสมัคร 2 ประเภท คือ เด็กที่อยากเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเด็กที่อยากลองมาสอบว่าตนเองมีความรู้ความสามารถแค่ไหน รวมถึงเด็กที่ไม่อยากทิ้งโรงเรียนเดิมส่วนนี้จะเป็นเด็กต่างจังหวัด ทั้งนี้เด็กที่มาเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนใหญ่มุ่งมั่นจะเป็นแพทย์แต่ละปีมีเด็กสอบเข้าเรียนแพทย์ได้ประมาณ 600-800 คน ที่ประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนได้พิจารณาในส่วนของนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามประกาศการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2562 โดยมีเงื่อนไขพิเศษ 4 ประเภท ซึ่งมีเด็กที่สอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเงื่อนไขพิเศษ เพียง 4 คนโดยเเบ่งเป็นบุตรของครู 2 คน เเละบุตรของผู้เสียสละ 2 คน จึงทำให้ที่นั่งของนักเรียนสำรองเพิ่มขึ้นอีก 19 คน จากเดิม 214 คน เป็น 233 คน โดยจะประกาศรายชื่อนักเรียนอย่างเป็นทางการทางเว็บไซต์ของโรงเรียนคืนนี้ (วันที่ 18 มีนาคม) และมอบตัวพร้อมกันในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2562 หากแผนการเรียนใดยังไม่เต็มก็จะเรียกเด็กในลำดับถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้น ตนได้ชี้แจงว่า ทาง สพม.เขต 1 ประสานขอใช้รถของทางโรงเรียน ตนจึงได้แจ้งว่ารถตู้ 2 คันไม่ใช่รถโรงเรียนและรถก็ไม่มีเอกสาร ไม่มีทะเบียน คงให้สพม. เขต 1 ยืมไม่ได้ไม่มีใบเสียภาษีใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อสอบถามรอง ผอ.สถานศึกษาไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของรถ 2 คันนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่ารถ 1 ใน 2 คันได้รับมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นช่วงหลังรับนักเรียนแล้ว ส่วนอีกคันยังไม่รู้ เนื่องจากตนมารับตำแหน่งได้เพียง 5 เดือนพอมาเห็นแบบนี้ก็ตกใจจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ว่า ควรทำอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกจะช่วยตรวจสอบที่มาที่ไปให้ พร้อมให้คำแนะนำว่าให้นำรถตู้ 2 คันไปไว้ที่ สน.ปทุมวัน ดีกว่าและเพื่อให้เกิดความชัดเจนตนได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงว่ารถตู้ทั้ง 2 คันมีที่มาที่ไปอย่างไร โดยมีรองผอ.โรงเรียนเป็นประธาน คาดว่าใช้เวลาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษา, รถตู้รร.เตรียมอุดมฯ, รร.เตรียมอุดมฯ, รับนักเรียนรร.เตรียมอุดมฯ, โสภณ กมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f77d00883a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
