<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวต รธน.-ท่าที ส.ว.ไม่ชัด มีผลชุมนุม 19 ก.ย.ใหญ่เบิ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โหมดการเมืองเรื่อง &amp;quot;แก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; เข้มข้นขึ้นทุกขณะ เพราะเมื่อไล่เรียงปฏิทินการเมืองจากนี้ไป วันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. ที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งดูแล้วการอภิปรายของ ส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านคงไม่มีอะไรมาก ความเข้มข้นร้อนแรงในเชิงไม่เห็นด้วย-ตำหนิ ข้อเสนอ-บทสรุปของ กมธ.คงไม่ค่อยมี เพราะ กมธ.ชุดนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นแกนนำพรรคการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเกือบทั้งสิ้น ยิ่งเมื่อข้อเสนอของ กมธ.เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไข รธน.มาตรา 256 และให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงยิ่งเข้าทางฝ่ายค้านอยู่แล้ว แต่ก็อาจมีการอภิปรายหอมปากหอมคอในประเด็นต่างๆ เช่น ระบบการเลือกตั้ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นถัดไปอีก 2 สัปดาห์ ก็จะถึงไฮไลต์สำคัญ นั่นก็คือการที่ทางที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการประชุมพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ในวันที่ 23-24 ก.ย. เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในวาระแรกขั้นรับหลักการ ในญัตติขอแก้ไข รธน.ดังกล่าว ที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยื่นเหมือนกันคือ ให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มี &amp;quot;สภาร่างรัฐธรรมนูญ&amp;quot; (ส.ส.ร.) ที่ถึงตอนนี้แน่นอนว่า เสียง ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน จะเทเสียงเห็นชอบในการแก้ไข รธน.ทั้ง 2 ร่างดังกล่าวด้วยแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ที่ถูกจับตามอง ถึงตอนนี้ไม่ใช่ร่างแก้ไข รธน.ของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่เป็นร่างแก้ไข รธน.ล่าสุด ที่ &amp;quot;พรรคก้าวไกล&amp;quot; เป็นหัวหอกในการล่ารายชื่อ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านจนครบตามจำนวน และยื่นต่อประธานรัฐสภาไปเมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา อันเป็นร่างแก้ไข รธน.ที่ทำในรูปแบบ &amp;ldquo;เสนอแก้ไข รธน.รายมาตรา&amp;quot; ที่เป็นการเสนอแก้ไขมาตรา 272 ที่เป็นบทบัญญัติให้ ส.ว.ชุดแรกตาม รธน.ปี 2560 ที่ก็คือ ส.ว.ชุดปัจจุบันที่สรรหาและทำโผรายชื่อ โดย คสช.มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งร่างดังกล่าวพบว่า มี ส.ส.รัฐบาลมาร่วมลงชื่อด้วยร่วม 23 คน ซึ่งมีทั้งพรรคขนาดกลางอย่าง ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย และพรรคเล็กหนึ่งเสียงที่อยู่ในปีกรัฐบาล โดยมี ส.ส.ประชาธิปัตย์มาร่วมลงชื่อด้วยร่วม 16 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาระสำคัญของร่างแก้ไข รธน.มาตรา 272 ดังกล่าว ที่พรรคก้าวไกลเป็นหัวหอกเคลื่อนไหว คือการแก้ รธน.เพื่อปิดสวิตช์อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ในส่วนของการโละ ส.ว.ชุดปัจจุบันออกไปทั้งหมด ที่เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของ &amp;quot;คณะประชาชนปลดแอก&amp;quot; ที่เคยประกาศต้องโละ ส.ว.ชุดปัจจุบันออกไปภายในไม่เกินเดือนกันยายนนี้ จะไม่ได้อยู่ในร่างดังกล่าว เพราะเรื่อง ส.ว. 250 คนตามบทเฉพาะกาล จะอยู่ในมาตรา 269 ของ รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมเสียเหลี่ยมพรรคก้าวไกล ในการแย่งซีนประชาธิปไตย ปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะผลการประชุม ส.ส.เพื่อไทย เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ย. เห็นภาพชัดว่า พรรคเพื่อไทยเปิดฉากรุกการเมืองเรื่องการแก้ไข รธน.อย่างเข้มข้นขึ้นไปอีก โดยนอกจากขอรับบทเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเดือนตุลาคม เพื่อเร่งให้กระบวนการแก้ไข รธน.เร็วขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันเพื่อไทยก็ไม่ยอมหลุดซีนในเรื่องการแก้ไข รธน.เพื่อลดอำนาจ ส.ว. ยิ่งเมื่อตอนนี้ท่าทีของ ส.ว.หลายคนเห็นด้วยกับการแก้ไข รธน.รายมาตรา โดยเฉพาะการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่การแก้ไขเรื่องดังกล่าวจะสำเร็จลงได้ พรรคเพื่อไทยจึงต้องรีบกระโดดขึ้นรถไฟคันนี้โดยเร่งด่วนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการที่พรรคเพื่อไทยก็จะเสนอร่างแก้ไข รธน.รายมาตราเพิ่มเข้าไปใหม่อีก โดยจะเสนอแบบเร่งด่วนเลยคือ ภายในไม่เกินสัปดาห์นี้ ซึ่งร่างแก้ไข รธน.รายมาตราดังกล่าวที่เพื่อไทยจะเสนอ มีประเด็นสำคัญๆ 4 ประเด็น คือ 1.การยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 โดยพรรคเสนอเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีนอกจากเลือกจากบัญชีของพรรคการเมืองแล้ว สามารถเลือกจาก ส.ส.ได้ด้วย 2. การยกเลิกอำนาจของวุฒิสภา ตามมาตรา 270 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ เป็นต้น 3.การยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง ประกาศ-คำสั่งของ คสช. 4.การแก้ไขระบบเลือกตั้ง โดยเสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ใบ คือเลือกคนและเลือกพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อดูตามนี้กับการขยับของทั้งเพื่อไทย-ก้าวไกล โดยมี ส.ส.รัฐบาลร่วมแจมด้วยในการเสนอญัตติแก้ไข รธน.รายมาตรา ทำให้จากเดิมที่คิดว่าการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 23-24 ก.ย. จะมีการพิจารณาแค่ญัตติขอแก้ไข รธน.มาตรา 256 ที่ให้ตั้ง ส.ส.ร. จำนวน 2 ร่างเท่านั้น คือร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน กลายเป็นว่า หากสุดท้าย ชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา มีการบรรจุญัตติขอแก้ไข รธน.ของทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเพิ่มเข้าไปอีก หลังประธานรัฐสภาระบุแล้วว่า หากมีการบรรจุได้ทัน ก็สามารถพิจารณาญัตติแก้ไข รธน.ทั้งหมดที่ยื่นมาพร้อมกันได้ ถ้าเป็นไปตามนี้ ก็อยู่ที่วิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา ต้องตกลงกันให้ได้แล้วว่า จะเอาอย่างไร เพื่อให้กระบวนการอภิปราย-ลงมติในวาระแรก ทุกญัตติที่เสนอไปต้องสะเด็ดน้ำภายในไม่เกิน 25 ก.ย. ที่เป็นวันปิดสมัยประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการ แต่หากไม่ทันจริงๆ สุดท้าย ถ้าวิป 3 ฝ่ายคุยกันได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการประชุมสมัยวิสามัญฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์ข้างต้นเรื่องการแก้ไข รธน. ทำให้การเมืองต่อจากนี้ เรื่องการแก้ไข รธน.จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนถึงวันประชุมรัฐสภา 23-24 กันยายน ซึ่งตัวแปรสำคัญว่ากระบวนการแก้ไข รธน.ที่บางฝ่ายถึงขั้นมองไปที่เรื่องสเปกสมาชิกสภาร่าง รธน.-กระบวนการลงประชามติไปแล้ว แต่สุดท้ายทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ก็ต้องอยู่ที่ เสียงโหวตในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่ต้องได้เสียงเห็นชอบจากการลงคะแนนโดยเปิดเผย ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน ภายใต้ล็อกสำคัญคือ ในการโหวตวาระแรก และวาระสาม ต้องมีเสียง ส.ว.มาโหวตเห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ก็คือ ถึงต่อให้ ส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านโหวตเห็นชอบการแก้ไข รธน.ท่วมท้น แต่หากเสียง ส.ว.โหวตเห็นชอบไม่ถึง 84 เสียง เอาแค่ด่านแรก โหวตวาระแรก วันที่ 24 กันยายน ไม่ว่าจะเป็นการโหวตในร่างไหน-ญัตติใด หากเสียง ส.ว.โหวตหนุนไม่ถึง 84 เสียง บันไดการแก้ไข รธน.ที่หลายฝ่ายวาดหวัง ก็ล้มครืนหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถึงตอนนี้ก็จะพบว่า ท่าทีของสภาสูงก็ยังคลุมเครือว่าจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งกระแสที่ออกมาภายนอกพบว่า เสียงหนุนจาก ส.ว.ยังมีไม่มากนัก ข่าวที่ออกมาพบว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องหากจะแก้ 272 ปิดสวิตช์อำนาจ ส.ว. แต่แนวทางให้ร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับโดย ส.ส.ร. ทาง ส.ว.จำนวนไม่น้อยยังลังเลใจจะเอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเมินได้ว่า การชุมนุมใหญ่วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. ที่ธรรมศาสตร์ กลุ่มแกนนำจัดการชุมนุมที่ชูธงสนับสนุนการร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ จะโหมโรงประเด็นเรื่องการแก้ไข รธน.อย่างหนัก และไม่แน่ หากไปถึงวันที่ 19 ก.ย. ถ้าท่าทีของสภาสูงยังไม่ชัดว่าจะโหวตเรื่อง รธน.ออกมาแบบไหน จะสนับสนุนหรือคว่ำกระดานตั้งแต่โหวตวาระแรก ความคลุมเครือดังกล่าวน่าจะทำให้คนที่เห็นด้วยกับการยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ รวมถึงกลุ่มที่ไม่ชอบรัฐบาลมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก จนอาจมีการต่อยอด มีการนัดชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภา ช่วง 23-24 ก.ย. เพื่อรอฟังผลการลงมติของ ส.ส.-ส.ว. ว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไข รธน.แต่ละร่างอย่างไร โดยหากสถานการณ์ออกมามุมนี้ ย่อมทำให้อุณหภูมิการเมืองทั้งในและนอกรัฐสภา ช่วง 23-24 ก.ย. ร้อนแรงอย่างยิ่ง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, โหวต รธน.-ท่าที ส.ว.ไม่ชัด มีผลชุมนุม 19 ก.ย.ใหญ่เบิ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f579672c0a34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
